Winamp Logo
4 คลังพระสูตร Cover
4 คลังพระสูตร Profile

4 คลังพระสูตร

Thai, Religion, 67 seasons, 308 episodes, 4 days, 22 hours, 49 minutes
About
ดื่มด่ำ ซึมซาม ด้วยการฟังบทพยัญชนะที่มีความงดงามในเบื้องต้น ท่ามกลาง ที่สุด เป็นข้อมูลโดยตรงจากพระสูตรในพระไตรปิฏก เพื่อให้มีการตกผลึกความคิด เกิดเป็นความคลองปากขึ้นใจ แทงตลอดด้วยดีด้วยความเห็นได้. New Episode ทุกวันพฤหัส เวลา 05:00, Podcast นี้เป็นส่วนหนึ่งของรายการธรรมะรับอรุณ ออกอากาศทุกวันทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย (สวท.) มีคำถาม/ข้อเสนอแนะ หรือสมัครติดตามฟังทั้ง 7 รายการ ที่ donhaisok.fm
Episode Artwork

อานิสงส์แห่งการเจริญกายคตาสติ-กายคตาสติสูตร และอานาปานสังยุต [6710-4s]

สูตร1 # กายคตาสติสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ทรงปรารภคำกราบทูลของภิกษุ ผู้กำลังนั่งสนทนาเรื่องกายคตาสติที่ทรงตรัสไว้ว่า เมื่อภิกษุเจริญให้มากแล้ว จะมีผลมาก มีอานิสงส์มาก ได้ทรงอธิบายวิธีเจริญกายคตาสติให้ฟังโดยละเอียด ซึ่งมีทั้งหมด 18 วิธี และทรงแสดงอานิสงส์ของการเจริญไว้ 10 ประการ  พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๔ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๖ [ฉบับมหาจุฬาฯ] มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์                         สูตร2 # อานาปานสังยุต พระผู้มีพระภาค ได้ตรัสกับภิกษุเรื่องธรรมอันเป็นเอก ซึ่งคือการเจริญอานาปานสติ หากทำให้มากแล้ว มีผลมาก มีอานิสงส์มาก ได้ทรงแสดงถึงผลานิสงส์การเจริญอานาปานสติ และได้ตรัสถึงการเจริญอานาปานสติโดยเปรียบเหมือนมีกองดินใหญ่อยู่ที่หนทางใหญ่ 4 แพร่ง ถ้าเกวียนหรือรถผ่านมาในทิศใดย่อมกระทบกองดินนั้น ภิกษุก็เช่นกัน ดังนั้นจึงทรงให้พิจารณาเห็นกายในกายอยู่ เห็นเวทนาในเวทนาอยู่ เห็นจิตในจิตอยู่ และเห็นธรรมในธรรมอยู่ ย่อมจะกำจัดอกุศลธรรมอันลามกนั้นเสียได้พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๙ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๑ [ฉบับมหาจุฬาฯ] สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
3/6/202456 minutes, 52 seconds
Episode Artwork

ที่นอนอันเป็นทิพย์-เวนาคปุรสูตร และเวขณสสูตร [6543-4s]

สูตร#1 เวนาคปุรสูตร ทรงแสดงแก่พราหมณ์ และคหบดีชาวเวนาคปุระ แคว้นโกศล ทรงปรารภคำกราบทูลของพราหมณ์วัจฉโคตร ที่กล่าวสรรเสริญถึงอินทรีย์ที่ผ่องใส พระฉวีวรรณที่บริสุทธิ์ผุดผ่องของพระองค์เช่นนั้น การจะได้ที่นอนสูงใหญ่ คือ เตียงมีเท้าเกินประมาณ ฯลฯ เครื่องลาดมีหมอนข้าง ตามความปรารถนาได้โดยไม่ยาก ไม่ลำบากแน่นอน ตรัสว่า ที่นอนสูงใหญ่ฯลฯบรรพชิตหาได้ยาก และถ้าได้มาก็ไม่สมควร แต่มีที่นอนสูง ที่นอนใหญ่ 3 อย่าง ที่ทรงได้โดยไม่ยาก ได้โดยไม่ลำบาก คือ ที่นอนฯลฯที่เป็นทิพย์ จากการได้ฌาณทั้ง 4 ที่นอน ฯลฯ ที่เป็นของพรหม จากการเจริญพรหมวิหาร ที่นอน ฯลฯ ที่เป็นของพระอริยะ จากการที่ละกิเลสได้เด็ดขาด เมื่อจบธรรมเทศนา พราหมณ์วัจฉโคตรทูลสรรเสริญและแสดงตนเป็นอุบาสกถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิตสูตร#2 เวขณสสูตร ทรงแสดงแก่ปริพาชกชื่อเวขณสะ ขณะประทับอยู่เชตวนาราม ได้เข้าไปเฝ้า ทูลเรื่อง “ วรรณะอันยอดเยี่ยม ” แต่ชี้ชัดลงไปไม่ได้ว่าวรรณะไหน เปรียบเหมือนชายคนหนึ่งปรารภถึงหญิงสาวอย่างนี้ว่า ‘เราปรารถนารักใคร่หญิงงามแห่งชนบทนี้’ แต่เมื่อถูกถามในรายละเอียดของหญิงนั้น กลับตอบว่า ไม่รู้จัก และได้ทรงเปรียบเทียบวรรณะเป็นคู่ให้เห็นว่ามีสิ่งที่เลิศกว่ากันเป็นชั้นๆ และตรัสอธิบายเรื่องของกาม ในสุขที่ลึกซึ้งขึ้นไป คือ สมาธิ และความงดงามลึกซึ้งถึงขั้นไม่มีอวิชชา เมื่อจบธรรมเทศนา เวขณสปริพพาชกทูลสรรเสริญ แสดงตนเป็นอุบาสกถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิตสูตร #3 เอสุการีสูตร ว่าด้วยเรื่องของวรรณะ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
10/26/202258 minutes, 47 seconds
Episode Artwork

ความประพฤติที่ผู้รู้ติเตียน-พาหิติกสูตร กรรณกัตถลสูตร ฐานสูตร และปิยชาติกสูตร [6542-4s]

สูตร#1 พาหิติกสูตร ว่าด้วยการถวายผ้าพาหิติกา (ผ้าที่ทอจากต่างแคว้น) ท่านพระอานนท์แสดงแก่พระเจ้าปเสนทิโกศล กษัตริย์ผู้ครองแคว้นโกศล ที่ได้ตรัสถามท่านพระอานนท์ว่า พระพุทธเจ้าทรงประพฤติ ทางกาย วาจา ใจ ที่ผู้รู้ติเตียนหรือไม่ พระอานนท์ตอบว่าไม่ทรงประพฤติ และตรัสถามว่า ความประพฤติที่ผู้รู้ติเตียนและผู้รู้ไม่ติเตียนเป็นอย่างไร ท่านพระอานนท์ได้ตอบว่า ความประพฤติที่ผู้รู้ติเตียน คือ ความประพฤติที่เป็นไปเพื่อเบียดเบียนตนเอง ผู้อื่น หรือทั้ง 2  ฝ่าย ซึ่งทำให้อกุศลธรรมเจริญ กุศลธรรมเสื่อม ทรงละอกุศลธรรมทุกอย่าง ทรงประกอบด้วยกุศลธรรมส่วนความประพฤติที่ผู้รู้ไม่ติเตียนมีนัยตรงข้ามกัน เมื่อท่านพระอานนท์แสดงจบ พระเจ้าปเสนทิโกศลเกิดความเลื่อมใสทรงถวายผ้าพาหิติกาเพื่อบูชาธรรมแก่พระอานนท์ ซึ่งท่านได้นำไปถวายพระพุทธเจ้าสูตร #2 กรรณกัตถลสูตร ทรงแสดงแก่พระเจ้าปเสนทิโกศล ขณะประทับอยู่ ณ กัณณกัตถละ อุทัญญานคร แคว้นโกศล เพื่อทรงสนทนาธรรม เรื่องสัพพัญญู เรื่องวรรณะ 4 เรื่องเทวดาและพรหม โดยได้ทรงพยากรณ์ความเป็นสัพพัญญู ทรงตรัสถึงวรรณะ 4 จำพวกในสัมปรายภพไม่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับมีหรือไม่มีธรรม 5 ประการ และความเพียร เปรียบเหมือนสัตว์ที่ฝึกกับสัตว์ที่ไม่ได้ฝึก ตรัสตอบเรื่องเทวดาและพรหมที่มีความเบียดเบียน มีทุกข์จึงจะมาเกิดในมนุษยโลกสูตร#3 ฐานสูตร (เพิ่มเติม) พระพุทธเจ้าตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าด้วยฐานะที่ใครๆ ไม่พึงได้ มี 5 ประการ คือ อย่าแก่ อย่าเจ็บไข้ อย่าตาย อย่าสิ้นไป และอย่าฉิบหายสูตร#4 ปิยชาติกสูตร (เพิ่มเติม) ตอน ลูกชายคนเดียวของคหบดีตาย Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
10/19/202257 minutes, 49 seconds
Episode Artwork

คนฝึกยาก สัตว์ฝึกง่าย-กันทรกสูตร และชีวกสูตร [6541-4s]

สูตร#1 กันทรกสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ขณะประทับอยู่ใกล้สระโบกขรณีชื่อคัคครา ทรงสนทนากับกันทรกปริพาชก และนายเปสสะ ปริพพาชกชื่อกันทรกะ กราบสรรเสริญว่า พระพุทธเจ้าทรงสามารถแนะนำภิกษุให้ปฏิบัติชอบได้ ทรงตรัสว่าเหตุที่ทำให้ภิกษุสงบ คือ พวกหนึ่งสงบเพราะเป็นอรหันตขีณาสพ พวกหนึ่งยังเป็นเสขบุคคลแต่สงบได้ เพราะเจริญสติปัฏฐาน 4 ประการ ซึ่งนายเปสสะก็เจริญสติปัฏฐานเช่นกัน ทรงตรัสถึงบุคคล 4 ประเภท ตรัสถามว่าชอบประเภทไหน นายเปสสะกราบทูลว่าชอบใจบุคคลประเภทที่ 4ให้เหตุผลแล้วทูลลากลับ จากนั้นได้ตรัสเรียกภิกษุมาแล้วทรงอธิบายบุคคล 4 ประเภทโดยละเอียดสูตร#2 ชีวกสูตร ทรงแสดงแก่หมอชีวกโกมารภัจ ขณะประทับอยู่สวนมะม่วง กรุงราชคฤห์ หมอชีวกเข้าไปเฝ้ากราบทูลถามว่า ตนได้ฟังมาว่า พระสมณโคดมทรงทราบอยู่ ก็เสวยเนื้อสัตว์ที่เขาฆ่าเจาะจงถวายนั้นเป็นความจริงหรือไม่ ตรัสตอบว่า ไม่ตรงกับความจริง ทรงแสดงหลักการพิจารณาเนื้อที่ควรฉันและไม่ควรฉัน ทรงตรัสว่า ผู้ฆ่าสัตว์อุทิศพระตถาคตหรือสาวกของพระตถาคต ย่อมประสบสิ่งมิใช่บุญเป็นอันมากโดยฐานะ 5 ประการ เมื่อจบพระธรรมเทศนา หมอชีวกแสดงตนเป็นอุบาสกถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
10/12/20221 hour, 1 minute, 24 seconds
Episode Artwork

สังขารทั้งหลายไม่เที่ยง-มหาสุทัสสนสูตร ตอนที่ 2 [6540-4s]

มหาสุทัสสนสูตร #2 ทรงแสดงว่า พระเจ้ามหาสุทัสสนะทรงเห็นว่า ผลดีต่างๆ เหล่านั้นเกิดขึ้นเพราะผลแห่งกรรมดี คือ ทาน การให้ การฝึกจิต และการสำรวมจิต จึงทรงบำเพ็ญฌาน ได้บรรลุฌานที่ 1 ถึงฌานที่ 4 ทรงเจริญพรหมวิหาร 4 และทรงสั่งลดการเข้าเฝ้าให้น้อยลง เพื่อทรงมีเวลาอบรมทางจิตใจได้มากขึ้น เวลาล่วงไปหลายพันปี พระนางสุภัททา พระราชเทวีเป็นนางแก้ว ได้เสด็จมาเฝ้า ทรงเห็นว่าพระสวามีจะทรงสวรรคต จึงทรงขอร้องให้อยู่ต่อเพื่อเห็นแก่สมบัติ เห็นแก่ชีวิต แต่กลับตรัสตอบขอให้พระราชเทวีทรงขอร้องใหม่ในทางตรงกันข้าม เพราะการพลัดพรากจากของรักของชอบใจเป็นของธรรมดา การตายของผู้มีความกังวล ห่วงใย เป็นทุกข์ และถูกติเตียน พระราชเทวีก็ทรงกรรเเสง แต่ทรงฝืนพระหฤทัย ขอร้องใหม่ ตามที่พระเจ้ามหาสุทัสสนะทรงแนะนำนั้น และต่อมาไม่นาน พระเจ้ามหาสุทัสสนะก็สวรรคต และเข้าถึงพรหมโลกพระพุทธเจ้าทรงสรุปว่าพระเจ้ามหาสุทัสสนะสมัยนั้น คือ พระองค์เอง และทรงชี้ให้เห็นสัจธรรมว่า แม้ทรงพรั่งพร้อมสมบูรณ์ด้วยสมบัตินานาประการ แต่ก็ทรงใช้สอยเพียงบางส่วนเท่านั้น และทรงตรัสว่า สังขารเหล่านั้นทั้งปวงล่วงลับดับไป ผันแปรไปแล้ว สังขารทั้งหลายไม่เที่ยง สังขารทั้งหลายไม่ยั่งยืน สังขารทั้งหลาย ไม่น่ายินดี ข้อนี้จึงควรเบื่อหน่าย ควรคลายกำหนัด ควรจะหลุดพ้นไปจากสังขารทั้งปวงโดยแท้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
10/5/202258 minutes, 38 seconds
Episode Artwork

พระเจ้าจักรพรรดิ-มหาสุทัสสนสูตร (ตอนที่ 1) [6539-4s]

ทรงแสดงแก่ท่านพระอานนท์ ขณะประทับใต้ควงไม้สาละคู่ในวันปรินิพพาน เพื่อทรงอธิบายให้เข้าใจ เหตุที่พระองค์เสด็จมาปรินิพพานที่กรุงกุสินารา ทรงปรารภคำกราบทูลพระอานนท์ว่า อย่าได้ปรินิพพานที่กุสินารา ซึ่งเป็นเมืองเล็กนี้ ขอเสด็จไปในเมืองใหญ่ ทรงตรัสห้ามไม่ให้พูดอย่างนั้น แล้วทรงเล่าเรื่องในอดีตของกรุงกุสินารา เคยเป็นราชธานีของพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่า มหาสุทัสสนะ ผู้ครอบครองมหาอาณาจักรอันกว้างใหญ่ไพศาล และมีกรุงกุสาวดี คือกรุงกุสินาราในบัดนี้เป็นเมืองหลวง มีประชากรหนาแน่น เจริญรุ่งเรืองมาก พระเจ้ามหาสุทัสสนะ ทรงมีรัตนะหรือแก้ว 7 ประการ และทรงสมบูรณ์ด้วยพระฤทธิ์ (ความสำเร็จ 4 ประการ) นอกจากนี้ยังมีปราสาท ราชมนเทียร สระโบกขรณี และราชทรัพย์อื่นๆ อีกมาก ทรงเพียบพร้อมบริบูรณ์ด้วยคุณสมบัติ และทรัพย์สมบัติเหล่านี้ เพราะกรรมดีของพระองค์ คือ ทาน การข่มใจ และการสำรวม ทรงเจริญฌานสมาบัติ และพรหมวิหาร Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
9/28/202258 minutes, 58 seconds
Episode Artwork

การปฏิบัติธรรม-มหาธัมมสมาทานสูตร และจูฬธัมมสมาทานสูตร [6538-4s]

สูตร#1 จูฬธัมมสมาทานสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน เพื่อให้ภิกษุทราบว่าการสมาทานธรรมมี 4 แบบ ซึ่งการสมาทานธรรม หมายถึง การนำธรรมมาปฏิบัติ โดยทรงอธิบายแต่ละแบบโดยละเอียด และยกอุปมาโวหารประกอบ ทรงถือเอาความทุกข์และความสุขในขณะปฏิบัติ กับความทุกข์และความสุขที่เป็นผลแห่งการปฏิบัติเป็นเกณฑ์ เกณฑ์สูงสุด คือ ความสุขในสุคติโลกสวรรค์สูตร#2 มหาธัมมสมาทานสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ทรงยกการสมาทานธรรม 4 แบบ ดังที่แสดงไว้ในจูฬธัมมสมาทานสูตร แต่ทรงแยกอธิบาย คือ บุคคลผู้ไม่รู้จักการสมาทานธรรมทั้ง 4 แบบตามความเป็นจริง ชื่อว่าตกอยู่ในอวิชชา ทำให้ไม่รู้ว่าสิ่งไหนควรเสพ สิ่งไหนไม่ควรเสพ ธรรมที่ไม่น่าปรารถนา เป็นต้น เจริญขึ้น ธรรมที่น่าปรารถนา เป็นต้น เสื่อมไป แต่ถ้ารู้การสมาทานธรรมทั้ง 4 แบบตามเป็นจริง ชื่อว่ามีวิชชา ก็จะเป็นเหตุให้รู้ว่าสิ่งไหนควรเสพ สิ่งไหนไม่ควรเสพ ทำให้ธรรมที่ไม่น่าปรารถนา เป็นต้น เสื่อมไป ธรรมที่น่าปรารถนา เป็นต้น เจริญขึ้น และทรงอธิบายการสมาทานธรรมทั้ง 4 แบบโดยการปฏิบัติธรรมที่เป็นอกุศลกรรมบท 10 และกุศลกรรมบท 10 หลังจากตายจะได้รับผลเป็นทุคติและสุคติ และทรงยกอุปมาของการสมาทานธรรม 4 ประการ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
9/21/202257 minutes, 47 seconds
Episode Artwork

เนื้อนาบุญ-มหาโคปาลสูตร จูฬโคปาลสูตร และนาคสูตร [6537-4s]

สูตร#1 มหาโคปาลสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ เชตวัน ทรงปรารภความเจริญงอกงามไพบูลย์ในพระศาสนาของภิกษุทั้งหลาย ทรงเปรียบเทียบ คนเลี้ยงโคผู้ไม่ฉลาดเปรียบกับภิกษุผู้ไม่ฉลาดเพราะขาดองค์คุณ 11 ประการ จะไม่เจริญงอกงามไพบูลย์ในพระศาสนานี้ และคนเลี้ยงโคผู้ฉลาดเปรียบกับภิกษุผู้ฉลาดเพราะมีองค์คุณ 11 ประการ จะเจริญงอกงามไพบูลย์ในพระศาสนานี้สูตร#2 จูฬโคปาลสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ริมฝั่งแม่น้ำคงคา เขตเมืองอุกกเจลา แคว้นวัชชี ปรารภเหตุการณ์ในอดีตเรื่องของคนเลี้ยงโคที่พาฝูงโคลงน้ำว่ายตัดกระแสน้ำ ตรัสเล่าเปรียบเทียบให้ฟัง 2 กรณี 1.คนเลี้ยงโคไม่ฉลาด  ไม่พิจารณาฝั่งนี้ฝั่งโน้นให้ดีก่อน ตรงที่ต้อนฝูงโคลงแม่น้ำนั้นไม่ใช่ท่าข้าม ว่ายเข้าไปในวังวนของกระแสน้ำกลางแม่น้ำ ถึงแก่ความตายหมดทั้งฝูง 2. คนเลี้ยงโคผู้ฉลาด ต้อนฝูงโคไปสู่ที่หมาย ว่ายตัดกระแสน้ำถึงฝั่งโน้นโดยสวัสดิภาพ เพราะตรงที่ข้ามเป็นท่าน้ำ ซึ่งพิจารณาโดยรอบคอบแล้ว จึงปล่อยโคข้ามไปตามลำดับ เปรียบเหมือนสมณะหรือพราหมณ์ผู้ฉลาดเรื่องโลกนี้และโลกหน้า รู้ทั่วถึงธรรมทั้งปวง สามารถชักนำผู้อื่นให้ได้รับความสุขพ้นทุกข์ทั้งปวงได้สูตร#3 นาคสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าด้วยองค์ของช้างต้น ซึ่งเป็นช้างควรแก่พระราชา จะต้องประกอบด้วยองค์ 4 ประการ จึงนับว่าเป็นพระราชพาหนะโดยแท้ เปรียบเทียบกับภิกษุในธรรมวินัยนี้ ผู้ประกอบด้วยธรรม 4 ประการ ย่อมเป็นผู้ควรแก่ของที่เขานำมาถวาย ควรแก่ของต้อนรับ ควรแก่ทักษิณา ควรแก่การทำอัญชลี เป็นนาบุญอันยอดเยี่ยมของโลก ธรรม 4 ประการ คือ เป็นผู้เชื่อฟัง เป็นผู้ฆ่าได้ เป็นผู้อดทน และ เป็นผู้ไปได้สูตร#4 ภัททาลิสูตร (บางส่วน) ทรงอุปมาอุปไมยสอนท่านพระภัททาลิเรื่องม้าอาชาไนยที่มีคุณสมบัติ 10 ประการ เปรียบกับภิกษุผู้เป็นเนื้อนาบุญจะประกอบด้วยธรรม 10 ประการ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
9/14/202258 minutes, 53 seconds
Episode Artwork

ภัย คือ ความแก่ ความเจ็บ และความตาย-ปัพพโตปมสูตร ภยสูตร ฐานสูตร และจุนทสูตร [6536-4s]

สูตร#1 ปัพพโตปมสูตร พระเจ้าปเสนทิโกศลเสด็จเข้าไปเฝ้าพระพุทธเจ้า ตรัสถามถึงกิจที่พระราชาพึงขวนขวาย พระผู้มีพระภาคตรัสถามพระเจ้าปเสนทิโกศลว่า เมื่อมหาภัยอันร้ายกาจที่ทำให้มนุษย์พินาศบังเกิดขึ้น อะไรที่พระองค์จะพึงทรงกระทำในภาวะแห่งมนุษย์ที่ได้แสนยาก พระเจ้าปเสนทิโกศลตอบว่า สิ่งที่ควรทำคือการประพฤติธรรม การประพฤติสม่ำเสมอ การสร้างกุศล การทำบุญสูตร#2 ภยสูตร ว่าด้วยเรื่องภัยใหญ่ คือ ภัยที่ปุถุชนเรียกว่า อมาตาปุตติกภัย ได้แก่ ภัยจากไฟไหม้ใหญ่ ภัยจากน้ำท่วมใหญ่ และภัยจากโจรปล้นใหญ่ ซึ่งเป็นเหตุให้บุตรพลัดพรากจากมารดา แต่พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภัยใหญ่ดังกล่าวยังเป็น สมาตาปุตติกภัย คือ ภัยที่ยังพอมีโอกาสให้บุตรพบกับมารดาได้บ้าง แต่ภัยใหญ่ต่อไปนี้ มารดา และบุตรไม่สามารถจะห้ามมิให้เกิดขึ้นแก่กันและกันได้เลย คือ ความแก่ ความเจ็บ และความตาย จึงตรัสเรียกว่า อมาตาปุตติกภัย หนทางที่จะให้ล่วงพ้นภัย 2 อย่างนี้ คือ อริยมรรคมีองค์ 8สูตร#3 ฐานสูตร พระพุทธเจ้าตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าด้วยฐานะที่ใครๆ ไม่พึงได้ มี 5 ประการ คือ อย่าแก่ อย่าเจ็บไข้ อย่าตาย อย่าสิ้นไป และอย่าฉิบหาย ทรงแสดงว่า ฐานะแต่ละอย่างเกิดขึ้นทั้งแก่ปุถุชนและอริยสาวก แต่ปุถุชนไม่มีปัญญาพิจารณาเห็นสิ่งเหล่านี้ตามความเป็นจริงตรงกันข้ามกลับถูกสิ่งเหล่านี้ครอบงำจนเกิดทุกข์กาย และทุกข์ใจ ส่วนอริยสาวกมีนัยตรงกันข้ามกับปุถุชนสูตร#4 จุนทสูตร ท่านจุนทะ สมณุทเทสผู้เป็นน้องชายคนเล็กของท่านพระสารีบุตร เข้าไปบอกข่าวการปรินิพพานของท่านพระสารีบุตรแก่ท่านพระอานนท์ ท่านจึงนำเข้าไปเฝ้าพระพุทธเจ้ากราบทูลข่าวการปรินิพพานนั้นพร้อมกับแสดงความรู้สึกของตน พระองค์จึงตรัสสอนให้มีตนเป็นที่พึ่งมีธรรมเป็นที่พึ่ง ด้วยการเจริญสติปัฏฐาน 4 ประการ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
9/7/20221 hour, 7 minutes, 7 seconds
Episode Artwork

กายภาวนาและจิตภาวนา-มหาสัจจกสูตร [6535-4s]

มหาสัจจกสูตร พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแก่สัจจกะ นิครนถบุตร เป็นการสนทนาแบบถาม-ตอบ ในเรื่องของกายภาวนา และจิตตภาวนา ซึ่งนิครนถ์มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่า กายภาวนานั้น หมายถึง การทำทุกรกิริยา และไม่เข้าใจเรื่องจิตตภาวนา จึงทรงอธิบายการเจริญภาวนาทั้ง 2 อย่าง ที่ถ้าเราทำได้แล้ว จะอยู่เหนือสุขและทุกข์ได้ แต่สัจจกนิครนถ์ ที่มีความสงสัยไม่ลงใจ พยายามที่จะคิดโต้แย้ง และกล่าวกระทบกระเทียบพระองค์ จึงทรงเล่าพุทธประวัติตอนบำเพ็ญสมาบัติ ในสำนักอาฬารดาบส และอุทกดาบส แม้ได้สุขของสมาธิขั้นลึกซึ้ง แต่ก็ไม่เผลอเพลินไปตามสุขเวทนานั้น และเมื่อทำทุกรกิริยา ได้รับทุกขเวทนาอันหนักหน่วง ทุกขเวทนานั้นก็ไม่อาจครอบงำจิตของพระองค์ได้ ทำให้สัจจกนิครนถ์มีความศรัทธา กล่าวสรรเสริญพระองค์ ชื่นชมยินดีพระภาษิตของพระผู้พระภาค Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
8/31/20221 hour, 4 minutes, 46 seconds
Episode Artwork

สุขที่ยิ่งกว่าสุขเวทนา-อนุปุพพวิหารสูตร, อนุปุพพวิหารสมาปัตติสูตร, นิพพานสูตร และอนุปทสูตร [6534-4s]

สูตร#1 อนุปุพพวิหารสูตร ว่าด้วยอนุปุพพวิหารธรรม คำว่า "อนุปุพพวิหารธรรม"แปลว่า ธรรมเครื่องอยู่ที่ต้องเข้าสมาบัติตามลำดับ มี 9 ประการ คือ รูปฌาน 4 อรูปฌาน 4 และสัญญาเวทยิตนิโรธ 1สูตร#2 อนุปุพพวิหารสมาปัตติสูตร ว่าด้วยอนุปุพพวิหารสมาบัติ มี 9 ประการ รูปฌาน 4 อรูปฌาน 4 และสัญญาเวทยิตนิโรธ 1 คือ ทรงแสดงธรรมที่ดับไปในอนุปุพพวิหารสมาบัติแต่ละอย่าง และยกย่องบุคคลผู้ดับธรรมแต่ละอย่างได้ด้วยฌานนั้นๆ ว่า "เป็นผู้ควรนมัสการ ควรไหว้ และควรเข้าไปนั่งใกลั"สูตร#3 นิพพานสุขสูตร ว่าด้วยนิพพานเป็นสุข ซึ่งเป็นคำที่ท่านพระสารีบุตรกล่าว แต่ท่านพระอุทายีแย้งว่า "นิพพานไม่มีเวทนา จะเป็นสุขได้อย่างไร" ท่านพระสารีบุตรย้ำว่าเป็นได้ แล้วแสดงกามคุณ 5 และสุขโสมนัสที่อาศัยกามคุณ 5 เกิดขึ้นเรียกว่า กามสุข และแสดงว่า ในฌานสมาบัติ 8 คือ รูปฌาน 4 อรูปฌาน 4 แต่ละอย่างยังมีสิ่งกดดัน (อาพาธ) หมายถึง ความบีบคั้น เช่น ในปฐมฌานมีสัญญามนสิการที่ประกอบด้วยกามเป็นสิ่งกดดัน แต่ในองค์ธรรมประการที่ 9 คือ สัญญาเวทยิตนิโรธ ไม่มีสิ่งกดดันเพื่อเปรียบเทียบให้เห็นว่า นิพพานเป็นสุขได้อย่างไรสูตร#4 อนุปทสูตร ว่าด้วยธรรมตามลำดับบท ทรงแสดงแก่ภิกษุ ทรงตรัสสรรเสริญท่านพระสารีบุตรให้ภิกษุทั้งหลายฟังว่า ท่านพระสารีบุตรมีความฉลาดล้ำ มีปัญญาเลิศ มากกว่าภิกษุอื่น สามารถเห็นแจ้งธรรมตามลำดับบทได้เพียงกึ่งเดือน เห็นแจ้งตามลำดับบท คือ บรรลุรูปฌาณ 4, อรูปฌาณ 4, สัญญาเวทยิตนิโรธ และความสิ้นอาสวะ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
8/24/202254 minutes, 27 seconds
Episode Artwork

ฌานขั้นสูง-คาวีอุปมาสูตร และตปุสสสูตร [6533-4s]

สูตร#1 คาวีอุปมาสูตร อุปมาด้วยแม่โค ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ทรงเปรียบเทียบภิกษุผู้โง่เขลากับแม่โคที่โง่เขลาและภิกษุผู้ฉลาดกับแม่โคที่ฉลาดว่า ภิกษุผู้โง่เขลาที่ไม่สามารถบรรลุปฐมฌานได้ ก็จะบรรลุทุติยฌานไม่ได้ เหมือนแม่โคโง่เขลาที่ไม่สามารถหากินบนภูเขาขรุขระในถิ่นตนได้ ก็จะไปหากินในที่ต่างถิ่นไม่ได้ ส่วนภิกษุผู้ฉลาดที่สามารถบรรลุปฐมฌานได้ ก็สามารถบรรลุณานขั้นสูงขึ้นไปจนถึงสัญญาเวทยิตนิโรธได้ เหมือนแม่โคฉลาดที่สามารถหากินบนภูเขาขรุขระในถิ่นตนได้ ก็สามารถไปหากินในที่ต่างถิ่นได้ องค์ธรรมในสูตรนี้ คือ อนุปุพพวิหาร 9 ประการ นอกจากนี้ยังทรงแสดงธรรมอื่น คือ อิทธิวิธญาณ ทิพพโสตะ เจโตปริยญาณ ปุพเพนิวาสานุสติญาณ จุตูปปาตญาณ เจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุตติ ไว้โดยละเอียดสูตร#2 ตปุสสสูตร ว่าด้วยตปุสสคหบดี ท่านพระอานนท์พาตปุสสคหบดีไปเฝ้าพระพุทธเจ้ากราบทูลเรื่องที่คหบดีนั้นเล่าให้ฟังว่า พวกเขาเป็นคฤหัสถ์มีความยินดีรื่นรมย์บันเทิงในกาม เนกขัมมะ (การออกบวช) ปรากฎแก่พวกเขาเหมือนเหวใหญ่ จิตของภิกษุหนุ่มๆ ยินดีในเนกขัมมะ เมื่อพิจารณาเห็นว่าเนกขัมมะเป็นธรรมสงบ ภิกษุมีธรรมที่ต่างกับคฤหัสถ์ คือ เนกขัมมะ พระองค์ตรัสว่าข้อนั้นเป็นความจริง แม้พระองค์เองก่อนตรัสรู้ก็มีความดำริว่า เนกขัมมะเป็นความดี ความสุขเป็นความดี แต่จิตของพระองค์ก็ไม่น้อมไปในเนกขัมมะ เมื่อพิจารณาเห็นว่าเนกขัมมะเป็นธรรมสงบ จึงดำริว่า อะไรเป็นเหตุให้เป็นเช่นนั้น รู้ว่า เพราะยังไม่เห็นโทษในกาม และยังไม่ได้รับอานิสงส์ในเนกขัมมะ ถ้าได้เห็นโทษในกาม และได้รับอานิสงส์ในเนกขัมมะ จิตก็จะน้อมไปในเนกขัมมะ แล้วทรงแสดงว่า พระองค์ทรงบรรลุอนุปุพพวิหาร 4 ทรงสรุปว่า เมื่อใด พระองค์เข้าหรือออกจากอนุปุพพวิหารสมาบัติ 4 ประการนี้ได้ตามปรารถนา ทั้งโดยอนุโลม และปฏิโลม เมื่อนั้นพระองค์จึงกล้ายืนยันว่าได้ตรัสรู้สัมมาสัมโพธิญาณอันยอดเยี่ยมในโลกทั้งปวง Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
8/17/20221 hour, 2 minutes, 52 seconds
Episode Artwork

มารผู้ใจบาป-พรหมนิมันตนิกสูตร และมารตัชชนียสูตร [6532-4s]

สูตร#1 พรหมนิมันตนิกสูตร ทรงตรัสเล่าให้ภิกษุทั้งหลายฟัง ณ พระเชตวัน ทรงปรารภทิฏฐิชั่วของท้าวพกพรหม ทรงทราบด้วยพระทัยว่า ท้าวพกพรหมมีทิฏฐิชั่ว กล่าวสิ่งที่ไม่เที่ยงว่าเที่ยง สิ่งที่ไม่ยั่งยืนว่ายั่งยืน เป็นต้น จึงทรงเสด็จขึ้นไปยังพรหมโลก และได้โต้วาทะกัน ขณะนั้น มารใจบาปได้เข้าสิงในพรหมปาริสัชชะองค์หนึ่งให้กล่าวห้ามมิให้พระองค์ว่ากล่าวท้าวพกพรหม พร้อมทั้งขู่สำทับ แต่ทรงรู้ทันว่าเป็นมาร พรหมและพรหมบริษัททั้งปวงตกอยู่ในอำนาจของมารแต่พระองค์มิได้อยู่ในอำนาจนั้น ได้ทรงสำแดงพุทธานุภาพไม่ให้พกพรหมหายตัวได้ แต่ทรงแสดงหายตัวให้ดู และมารได้เข้าสิงพรหมอีกองค์หนึ่งเพื่อห้ามไม่ให้พระองค์ทรงสอนธรรมแก่สาวก และขู่สำทับแต่ทรงตรัสว่า ทรงรู้จักมารดี พระองค์จะสอนหรือไม่สอนก็ไม่ทำให้พระองค์ดีขึ้นหรือเลวลงเพราะทรงตัดอาสวะได้ขาดแล้ว ตัดรากถอนโคนเหมือนต้นตาลที่ถูกตัดรากถอนโคนไปแล้วเหลือแต่พื้นที่ ทำให้ไม่มี เกิดขึ้นต่อไปไม่ได้สูตร#2 มารตัชชนียสูตร พระมหาโมคคัลลานะแสดงแก่มารที่เข้าสิงในท้องท่าน ขณะเดินจงกรม ณ เภสกฬาวัน สมัยนั้นพระมหาโมคคัลลานะจงกรมอยู่ ถูกมารเข้าไปในท้องในไส้ รู้สึกเหมือนมีของหนักอยู่ในท้อง จึงหยุดจงกรม กลับไปยังวิหาร นั่งพิจารณาแล้ว ทราบว่า มารใจบาปเข้าไปสิงอยู่ จึงเรียกให้มารออกมา เมื่อมารนั้นออกมาท่านจึงเทศน์สอน ได้ลำดับญาติระหว่างท่านกับมารตนนี้ให้ฟังว่า มารนี้เป็นลูกของน้องสาวและเล่าอดีตของท่านที่เคยเกิดเป็นทูสีมารได้เคยทำร้ายพระอริยสาวกต้องไปตกนรกถูกหลาวแทงหลายพันปี หลายหมื่นปี ท่านขอให้มารนั้นอย่าทำร้ายพระอริยสาวกเพราะจะส่งผลให้ไปตกนรกเหมือนที่ท่านได้รับมาแล้ว มารนั้นรู้สึกเสียใจ แล้วหายตัวไป Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
8/10/202258 minutes, 21 seconds
Episode Artwork

พุทธปฏิภาณ-พหุเวทนิยสูตร วีมังสกสูตร และอภัยราชกุมารสูตร [6531-4s]

สูตร#1 พหุเวทนิยสูตร ว่าด้วยเวทนาหลายประการ ทรงแสดงแก่ท่านพระอานนท์ ณ พระเชตวัน ทรงปรารภการสนทนาธรรมเรื่องเวทนา ระหว่างท่านพระอุทายี และช่างไม้ปัญจกังคะ ซึ่งตกลงกันไม่ได้ว่า เวทนามีเท่าไร ท่านพระอานนท์ได้ยินจึงไปทูลถาม ทรงตรัสว่า ทรงแสดงเวทนาไว้หลายประการ ขึ้นอยู่กับเหตุ ทรงยกสุขเวทนาขึ้นอธิบาย เริ่มด้วย กามสุขที่อาศัยกามคุณ 5 และสุขในรูปฌาน และอรูปฌานสูตร#2 วีมังสกสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน เพื่อให้ภิกษุผู้ไม่ได้เจโตปริยญาณ ทดลองตรวจสอบข้อปฏิบัติของพระองค์ เพื่อให้รู้ว่าพระองค์เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจริงหรือไม่ ต่อไปก็สามารถตรวจสอบตนเอง และผู้อื่นได้ ทรงอธิบายขยายความ และทรงเปิดโอกาสให้ภิกษุผู้ตรวจสอบทูลถามพระองค์ตามแนวทางการพิจารณาตรวจสอบนั้น ด้วยวิธีการดังกล่าวผู้นั้นก็จะมีศรัทธามั่นคงไม่หวั่นไหวในพระพุทธเจ้าสูตร#3 อภัยราชกุมารสูตร ทรงแสดงแก่อภัยราชกุมาร ซึ่งรับอาสานิครนถ์มาโต้วาทะกับพระองค์ ณ เวฬุวัน ปรารภคำถามว่า มีบ้างไหมที่พระองค์ตรัสวาจาอันไม่เป็นที่รัก ไม่เป็นที่ชอบใจของคนอื่น ทรงตรัสว่าจะตอบส่วนเดียวไม่ได้ ทรงแสดงหลักเกณฑ์การตรัสวาจาของพระองค์ 6 ข้อ เมื่อทรงแสดงจบ อภัยราชกุมารแสดงตนเป็นอุบาสกตลอดชีวิต Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
8/3/202258 minutes, 37 seconds
Episode Artwork

เครื่องป้องกันนคร-นคโรปมสูตร และสัจจวิภังคสูตร [6530-4s]

สูตร#1 นคโรปมสูตร ทรงแสดงคุณสมบัติของพระอริยสาวก 7 ประการ ที่ทำให้ละอกุศล เจริญกุศลได้ เปรียบเทียบกับเครื่องป้องกันนคร 7 อย่าง ที่ทำให้นครที่ตั้งอยู่ชายแดนปราศจากภัยอันตรายได้ และทรงแสดงฌาน 4 ประการ ที่เป็นคุณสมบัติภายในของอริยสาวกซึ่งทำให้บรรลุคุณพิเศษชั้นสูงได้ เปรียบเทียบกับคุณสมบัติภายในของนครชายแดน 4 ประการ ที่ทำให้ชาวเมืองอยู่ผาสุกสูตร#2 สัจจวิภังคสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ขณะประทับ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ทรงปรารภพระธรรมจักรที่ทรงแสดง ให้แก่ภิกษุเหล่านั้นฟังโดยย่อ ทรงแนะนำให้ภิกษุทั้งหลายคบหาท่านพระสารีบุตร และพระมหาโมคคัลลานะ และทรงสรรเสริญท่านทั้งสองไว้ด้วย เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสดังนี้แล้ว ก็เสด็จเข้าสู่ที่ประทับ ท่านพระสารีบุตรจึงอธิบายขยายความให้ภิกษุทั้งหลายฟังต่อไป โดยอธิบายเรื่องอริยสัจ 4 โดยพิสดาร Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
7/27/202244 minutes, 7 seconds
Episode Artwork

มุนีผู้สงบ - ธาตุวิภังคสูตร และชาณุสโสณิพราหมณสูตร [6529-4s]

สูตร#1 ธาตุวิภังคสูตร ว่าด้วยการจำแนกธาตุ ทรงแสดงแก่ท่านปุกกุสาติผู้บวชอุทิศต่อพระองค์แต่ไม่เคยรู้จักและไม่เคยเห็นพระองค์ เพื่อโปรดท่านให้เข้าถึงธรรม ขณะท่านพักอยู่ที่ศาลาของช่างหม้อชื่อ ภัคควะ เขตกรุงราชคฤห์ ทรงแสดงว่า บุรุษผู้มีธาตุ 6 มีผัสสายตนะ 6 มีมโนปวิจาร 18 มีอธิษฐานธรรม 4 บัณฑิตเรียกว่า มุนีผู้สงบ และทรงแสดงในรายละเอียด ผลจากการแสดงธรรมครั้งนี้ทำให้ท่านปุกกุสาติ ได้ทราบว่า ผู้ที่แสดงธรรมนั้น คือพระพุทธเจ้าจึงกราบลงแทบพระยุคลบาทของพระผู้มีพระภาคแล้วกราบทูลขออภัยโทษที่เรียกพระองค์ด้วยวาทะว่า "ผู้มีอายุ" เมื่อพระองค์ทรงยกโทษให้ จึงขออุปสมบทในพระพุทธศาสนา แต่ไม่มีบาตรและจีวรพระผู้มีพระภาคไม่ทรงอุปสมบทให้ ท่านจึงไปเที่ยวแสวงหาบาตรและจีวร แต่ถูกแม่โคขวิดตายเสียก่อน เมื่อภิกษุทั้งหลายเข้าไปทูลถามถึงคติภพของท่าน พระองค์ตรัสว่าท่านปุกกุสาติเป็นพระอนาคามี ไปเกิดในพรหมโลกและจะนิพพานในโลกนั้นสูตร#2 ชาณุสโสณิพราหมณสูตร (สังยุตตนิกาย #19) ท่านพระอานนท์เห็นชาณุสโสณิพราหมณ์ขึ้นรถเทียมม้าขาวและตกแต่งส่วนต่างๆของรถด้วยสีขาว ออกจากกรุงสาวัตถีและมีคนชมว่ายานประเสริฐ จึงเข้าไปทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า ในธรรมวินัยนี้สามารถบัญญัติยานอันประเสริฐได้หรือไม่ พระองค์ตรัสตอบว่า ได้ คือ อริยมรรคมีองค์ 8 ซึ่งเรียกว่า พรหมยานบ้าง ธรรมยานบ้าง รถพิชัยสงครามบ้าง Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
7/20/202257 minutes, 24 seconds
Episode Artwork

รอยพระตถาคต-จูฬหัตถิปโทปมสูตร และชาณุสโสณิสูตร [6528-4s]

สูตร #1 จูฬหัตถิปโทปมสูตร ทรงแสดงแก่ชาณุสโสณิพราหมณ์ ณ เชตวัน เรื่องรอยของพระตถาคต 4 รอย ที่ปิโลติกปริพาชกใช้เป็นเครื่องพิสูจน์เหตุที่ตนเลื่อมใสอย่างยิ่งในพระพุทธเจ้า ทรงตรัสแก่ชาณุสโสณิพราหมณ์ว่า อุปมาด้วยรอยเท้าช้างของปิโลติกปริพาชกยังไม่สมบูรณ์ จึงทรงยกอุปมาขึ้นเพื่อไม่ให้ด่วนตัดสินว่า ช้างตัวนี้ใหญ่เพียงเพราะเห็นรอยเท้า แต่ทรงเน้นให้เห็นตัวจริง รอยของพระพุทธเจ้าก็ฉันนั้น แม้ภิกษุจะได้เห็นรอยทั้ง 4 รอยนี้ ก็ไม่ด่วนตัดสินว่า “พระผู้มีพระภาคเป็นอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระธรรมเป็นธรรมที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ดีแล้ว พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเป็นผู้ปฏิบัติดี จนกว่าจะได้บรรลุอาสวักขยญาณด้วยตนเอง ฯลฯ จึงตัดสินใจดังกล่าว ตรัสจบ ชาณุสโสณิประกาศตนเป็นอุบาสก สูตร#2 ชาณุสโสณิสูตร (อังคุตตรนิกาย #24) พราหมณ์ทูลถามเรื่องทานว่า พวกตนได้ให้ทานอุทิศส่วนกุศลให้ญาติที่ล่วงลับไปแล้ว พวกเขาจะได้รับหรือไม่ พระองค์จึงตรัสเรื่องฐานะและอัฏฐานะของผู้จะได้รับส่วนกุศล คือผู้ไปเกิดในภูมิที่เป็นฐานะเท่านั้นจึงควรได้รับส่วนกุศล ซึ่งได้แก่ ปรทัตตูปชีวีเปรต (เปรตผู้ต้องอาศัยส่วนกุศลของผู้อื่นเป็นอยู่) ส่วนภูมิอื่นมีมนุสสภูมิ เป็นต้น เป็นภูมิที่ไม่ได้ส่วนกุศล เพราะต่างก็มีอาหารของตน ชื่อว่า อัฏฐานะ และทรงตรัสว่า อกุศลกรรมบถ 10 ประการ และกุศลกรรมบถ 10 ประการ เป็นเหตุจำแนกสัตว์ให้ไปเกิดในภูมิต่าง ๆ และทรงย้ำว่า การให้ทาน ย่อมไม่เสียผล เป็นความดีความเจริญของทายกผู้ให้แน่นอน  Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
7/13/20221 hour, 2 minutes, 12 seconds
Episode Artwork

เหตุไม่สะดุ้งกลัว-ภยเภรวสูตร และชาณุสโสณิสูตร [6527-4s]

สูตร#1 ภยเภรวสูตร ทรงแสดงแก่ชาณุสโสณิพราหมณ์ ณ พระเชตวัน ทรงปรารภคำถามของพราหมณ์ว่า การอยู่เสนาสนะอยู่ลำบาก ทำให้สงบได้ยาก การอยู่โดดเดี่ยวก็หาความรื่นรมย์ได้ยาก ป่าทั้งหลายมักจะชักนำจิตของภิกษุผู้ไม่ได้สมาธิให้เกิดความหวาดหวั่นได้ ทรงอธิบายเหตุสะดุ้งกลัวการอยู่ในเสนาสนะป่า 16 ประการของสมณพราหมณ์พวกอื่น เปรียบเทียบกับเหตุไม่สะดุ้งกลัวการอยู่ในเสนาสนะป่าของพระองค์ และพระอริยะทั้งหลายซึ่งมีนัยตรงข้ามกัน และทรงอธิบายว่าขณะที่ยังไม่ได้ตรัสรู้ ทรงเลือกการอยู่เสนาสนะป่า และเมื่อความขลาดกลัวเกิดขึ้นในขณะที่ทรงอยู่ในอิริยาบถใดก็ทรงพิจารณาความขลาดกลัวให้หมดไปในอิริยาบถนั้น จะไม่ทรงเปลี่ยนอิริยาบถจนกว่าจะทรงกำจัดได้ แล้วทรงบำเพ็ญเพียรต่อไปจนได้ฌาณ 4 และวิชชา 3 แม้หลังจากตรัสรู้แล้ว ก็ยังทรงอยู่เสนาสนะป่าเป็นประจำ เพราะทรงเห็นอำนาจประโยชน์ 2 ประการ 1) เพื่อการอยู่เป็นสุขในปัจจุบัน 2) เพื่อการอนุเคราะห์คนรุ่นหลังให้ถือปฏิบัติตาม เมื่อทรงอธิบายจบลง ซาณุสโสณิพราหมณ์เกิดความเลื่อมใส ประกาศตนเป็นอุบาสก สูตร#2 ชาณุสโสณิสูตร (อังคุตรนิกาย#20) พราหมณ์เข้าเฝ้า และได้สนทนากันเรื่อง วิชชา 3 ของพวกพราหมณ์ ทรงตรัสว่า ผู้ได้วิชชา 3 ของพวกพราหมณ์เป็นอย่างหนึ่ง ผู้ได้วิชชา 3 ในอริยวินัยเป็นอย่างหนึ่ง แล้วทรงแสดงในรายละเอียด สูตร #3 ชาณุสโสณิสูตร (สังยุตตนิกาย #16) พราหมณ์เข้าไปเฝ้าแล้วทูลถามว่า สิ่งทั้งปวงมี หรือว่าสิ่งทั้งปวงไม่มี ทรงตรัสตอบว่า ความเห็นอย่างนั้นเป็นความเห็นสุดโต่ง แล้วทรงแสดงปฏิจจสมุปบาทอันเป็นทางสายกลางแก่พราหมณ์ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
7/6/202257 minutes, 13 seconds
Episode Artwork

ภิกษุผู้เลิศกว่าบรรดาผู้บวชด้วยศรัทธา-รัฏฐปาลสูตร [6526-4s]

สมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงธรรมแก่ชาวถุลลโกฏฐิตนิคม แคว้นกุรุ ซึ่งรัฏฐปาลกุลบุตร เป็นบุตรของตระกูลชั้นสูงในนิคมนั้น ได้นั่งฟังอยู่ด้วย เกิดความศรัทธาขอบวช แต่ไม่ทรงอนุญาต จะต้องไปขออนุญาตบิดามารดาก่อน เมื่อไปขอถึง 3 ครั้ง บิดามารดาไม่อนุญาต แม้ท่านจะอดอาหารประท้วง และยอมสละชีวิตก็ยังไม่อนุญาต เพื่อนได้มาช่วยอ้อนวอนขออนุญาตให้บวช บิดามารดาจึงอนุญาตให้บวชได้ เมื่อบวชแล้วไม่นานได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์ต่อมาได้กลับไปเยี่ยมบิดามารดา แต่บิดาของท่านจำท่านไม่ได้จึงไม่ได้รับภัตตาหารที่บ้าน ขณะนั้นทาสหญิงกำลังจะทิ้งขนมบูด ท่านได้ขอบิณฑบาตขนมนั้น และฉันขนมบูดนั้น ทาสหญิงนั้นจำท่านได้ จึงไปบอกมารดาของท่าน บิดาจึงมานิมนต์ท่านฉันภัตตาหารในวันรุ่งขึ้น จัดเตรียมอาหารอย่างปราณีต และกองเงินกองทองเอาไว้เพื่อถวายพระรัฐปาละ พร้อมให้ภรรยาเก่าของท่านแต่งตัวให้สวยงาม แต่ท่านปฏิเสธที่จะรับและให้นำไปทิ้ง ให้บิดาถวายอาหารและท่านได้แสดงธรรม จากนั้น ได้นั่งพักกลางวันที่พระราชอุทยานมิคจีระของพระเจ้าโกรัพยะ เมื่อทรงทราบว่าท่านพระรัฎฐปาละอยู่ที่นี้จึงเสด็จมาเพื่อทรงเยี่ยม และสนทนาธรรม ได้ตรัสถามถึงเรื่องความเสื่อม 4 ประการ ที่คนบางพวกประสบแล้ว จะออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต ซึ่งพระรัฎฐปาละนั้นไม่มีความเสื่อมเหล่านั้นเลย อะไรจึงเป็นเหตุให้ท่านออกบวช ท่านได้ตอบว่า เพราะท่านได้ฟังธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงเรื่องธัมมุทเทส 4 ประการ เกิดศรัทธาแล้วจึงออกบวช และได้แสดงธัมมุทเทส 4 แก่พระเจ้าโกรัพยะ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
6/29/20221 hour, 5 minutes, 46 seconds
Episode Artwork

ลัทธิที่ไม่ใช่การประพฤติพรหมจรรย์-สันทกสูตร [6525-4s]

สันทกสูตร พระอานนท์แสดงแก่สันทกปริพาชกพร้อมกับปริพาชกประมาณ 500 คน ณ ถ้ำปิลักขะ เขตกรุงโกสัมพี เกี่ยวกับการประพฤติพรหมจรรย์ ท่านพระอานนท์ได้อ้างพระดำรัสที่ทรงแสดงลัทธิที่ไม่ใช่การประพฤติพรหมจรรย์ 4 ลัทธิ และพรหมจรรย์ที่ไม่น่าไว้วางใจ 4 ประการ ซึ่งท่านผู้รู้ไม่ควรอยู่ประพฤติ เพราะจะไม่ได้รับกุศลธรรมที่ถูกต้อง และได้กล่าวถึงพรหมจรรย์ที่ควรประพฤติและมีผล คือ ฌาณ 4 วิชชา 3 และได้ตอบคำถามต่างๆของสันทกปริพาชก เมื่อแสดงธรรมจบสันทกะได้กล่าวสรรเสริญในธรรมวินัยนี้ ไม่มีการยกย่องธรรมของตน ไม่มีการติเตียนธรรมของผู้อื่น แสดงธรรมมีเหตุผล แต่มีผู้กำจัดกิเลสและกองทุกข์ได้มาก ส่วนพวกอาชีวกยกย่องแต่ตนและติเตียนคนอื่นกลับบัญญัติว่ามีผู้กำจัดกิเลสและกองทุกข์ได้เพียง 3 คน จากนั้นได้อนุญาตให้บริษัทของตนประพฤติพรหมจรรย์ตามพระผู้มีพระภาค  Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
6/22/202254 minutes
Episode Artwork

การทำจิตให้ว่าง-มหาสุญญตสูตร และจูฬสุญญตสูตร [6524-4s]

สูตร#1 จูฬสุญญตสูตร ทรงแสดงแก่ท่านพระอานนท์ ณ บุพพาราม ทรงปรารภคำทูลถามของท่านพระอานนท์ เรื่องที่พระองค์ทรงอยู่ด้วยสุญญตาวิหารธรรมโดยมาก และได้ทรงอธิบายวิธีปฏิบัติสุญญตาวิหารธรรมไว้ถึง 7 ขั้น จากต่ำไปสูง และทรงสรุปว่า ในอดีต อนาคต และปัจจุบัน สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเข้าสุญญตาผลสมาบัติก็จะเข้าสุญญตาอันบริสุทธิ์ยอดเยี่ยมนี้เท่านั้นสูตร#2 มหาสุญญตสูตร ทรงแสดงแก่ท่านพระอานนท์และภิกษุทั้งหลาย ณ นิโครธาราม ทรงปรารภการอยู่คลุกคลีกันด้วยหมู่คณะของภิกษุหลายรูปในที่นั้น ซึ่งเป็นช่วงจีวรกาล ที่ภิกษุมาร่วมกันทำจีวร ทรงทอดพระเนตรเห็นเสนาสนะจำนวนมาก ทรงตำหนิว่าการที่ภิกษุพอใจในการคลุกคลีด้วยหมู่คณะไม่ดีเลย ภิกษุผู้หลีกออกจากหมู่คณะไปอยู่ผู้เดียวเท่านั้น จึงจะได้รับความสุขจากความสงัด จากความสงบ จากการตรัสรู้ และจะบรรลุเจโตวิมุตติได้ และพระองค์ก็อยู่ด้วยสุญญตาวิหารธรรมนั้น ได้ทรงอธิบายเหตุผลโดยละเอียด วิธีฝึก และวิธีอยู่ด้วยสุญญตาวิหารธรรม ซึ่งในการมีสัมปชัญญะ และน้อมจิตไปในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เป็นขั้นตอนแรกในการทำจิตให้ถึงความว่างได้ และทรงเน้นเรื่องการปฏิบัติกับพระองค์เหมือนกับมิตร อย่าปฏิบัติกับพระองค์เหมือนศัตรู Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
6/15/202258 minutes, 43 seconds
Episode Artwork

ฐานะที่ใครๆ ไม่พึงได้-ธรรมเจติยสูตรและฐานสูตร [6523-4s]

สูตร#1 ธรรมเจติยสูตร ว่าด้วยธรรมเจดีย์ (พระวาจาเคารพธรรม) เป็นเรื่องราวของพระเจ้าปเสนทิโกศลที่ไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า และกล่าวสรรเสริญพระธรรมวินัยนี้ เพราะทรงเห็นอำนาจประโยชน์ที่ประกอบขึ้นเพื่อเป็นเบื้องต้นแห่งพรหมจรรย์ จึงได้กระทำการเคารพนอบน้อมเป็นอย่างยิ่งต่อสรีระของพระพุทธเจ้า และแสดงอาการฉันทมิตรสูตร#2 ฐานสูตร ว่าด้วยฐานะ 5 ประการที่ใครๆ ไม่พึงได้ ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ปรารภเรื่องราวของพระเจ้าปเสนทิโกศลที่ได้สูญเสียพระนางมัลลิกา ผู้เป็นที่รักยิ่งไป อันเป็นเหตุให้นำมาซึ่งความเศร้าโศกเสียใจเป็นอย่างมาก พระพุทธเจ้าได้ตรัสเตือนสติ และสอนวิธีในการวางจิตใจเมื่อต้องสูญเสียสิ่งที่เป็นที่รักไป Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
6/8/202257 minutes, 54 seconds
Episode Artwork

อุบายกำจัดอาสวะ-สัพพาสวสังวรสูตร และ ธรรมทายาทสูตร [6522-4s]

สูตร#1 สัพพาสวสังวรสูตร พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ถึงความสิ้นอาสวะทั้งปวงจะมีได้ เฉพาะผู้รู้ ผู้เห็นเท่านั้น ด้วยการพิจารณาโดยแยบคาย ทรงจำแนกอาสวะออกเป็น 7 ชนิด ตามเหตุเกิดและอุบายวิธีที่จะละให้หมดสิ้นไปได้ คือ อาสวะที่ต้องละด้วย 1. ทัสสนะ (ความเห็น) 2. การสังวร 3. การใช้สอย 4. การอดกลั้น 5. การเว้น 6. การบรรเทา 7. การเจริญ อาสวะเหล่านั้นเมื่อภิกษุละได้แล้วด้วยอุบายนั้นๆ อาสวะนั้นละได้เด็ดขาดสูตร#2 ธรรมทายาทสูตร พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ทรงปรารภลาภสักการะเป็นอันมากที่เกิดขึ้นแก่พระองค์ และภิกษุสงฆ์ในขณะนั้น จะเป็นเหตุให้ภิกษุบางพวกยึดติดในลาภสักการะเหล่านั้น จึงทรงสอนให้ภิกษุเป็นธรรมทายาทของพระองค์ ไม่ให้เป็นอามิสทายาท เพราะถ้าเป็นธรรมทายาท วิญญูชนจะยกย่องสรรเสริญ จากนั้นท่านพระสารีบุตรได้แสดงธรรมต่อถึงหนทางในการปฏิบัติธรรมเพื่อให้เกิดความสงัดขึ้นแก่ตน และอริยมรรคมีองค์ 8สูตร#3 มฆเทวสูตร พระพุทธเจ้าทรงเล่าเรื่องของพระองค์เองที่เกิดมาในชาติก่อน เป็นสมัยที่พระองค์เกิดเป็นพระเจ้ามฆเทวะ ที่มีข้อปฏิบัติอันดี ที่ได้มอบเป็นมรดกไว้ให้รุ่นลูกหลานได้นำไปปฏิบัติ ที่เรียกว่าเป็นกัลยาณวัตร และได้เปรียบเทียบถึงวัตรอันงามที่ท่านทิ้งไว้เป็นมรดกในครั้งนี้คือ อริยมรรคมีองค์ 8 Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
6/1/202257 minutes, 7 seconds
Episode Artwork

ธรรมที่ควรเสพและไม่ควรเสพ-เสวิตัพพาเสวิตัพพสูตร และนาถกรณสูตร [6521-4s]

สูตร#1 เสวิตัพพาเสวิตัพพสูตร พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ปรารภธรรมที่ควรเสพและที่ไม่ควรเสพ โดยพระพุทธเจ้าทรงยกหัวข้อขึ้น และท่านพระสารีบุตรเป็นอรรถกถาจารย์อธิบายแจกแจงในหัวข้อนั้น ตอนที่ 1 ทรงยกหลักธรรม 7 ประการที่ควรเสพและไม่ควรเสพ ที่ควรเสพหมายถึงเสพแล้วทำให้กุศลธรรมเจริญขึ้น อกุศลธรรมเสื่อมไป ที่ไม่ควรเสพ มีนัยตรงข้ามกัน ตอนที่ 2 ทรงยกหัวข้ออายตนะ 12 ประการ ที่ควรเสพและไม่ควรเสพ ตอนที่ 3 ทรงยกหัวข้อ จีวร บิณฑบาตร เสนาสนะ หมู่บ้าน นิคม นคร ชนบท และบุคคล รวม 8 ประการ ที่ควรเสพและไม่ควรเสพ ซึ่งธรรมบรรยายที่ทรงแสดงมานี้ ถ้ากษัตริย์ พราหมณ์ แพทย์ ศูทร ตลอดจนเทวดา มาร พรหม และมนุษย์ทั้งหลายรู้ทั่วถึงอรรถแห่งธรรมบรรยายนี้ก็จะเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขตลอดกาลนานสูตร#2 นาถกรณสูตรที่ 1 (ปฐมนาถสูตร) และสูตรที่ 2 (ทุติยนาถสูตร) ต่างก็ว่าด้วยนาถกรณธรรม คือ ธรรมอันกระทำที่พึ่ง คุณธรรมที่ทำให้ตนเป็นที่พึ่งของตนได้ 10 ประการ ทั้ง 2 พระสูตรต่างกันที่ทรงแสดงขยายรายละเอียดของแต่ละหัวข้อธรรมให้ชัดเจนยิ่งขึ้น Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
5/25/20221 hour, 5 minutes, 36 seconds
Episode Artwork

มีธรรมเป็นที่พึ่ง-โคปกโมคคัลลานสูตร และคณกโมคคัลลานสูตร [6520-4s}

สูตร#1 โคปกโมคคัลลานสูตร ท่านพระอานนท์แสดงแก่โคปกโมคคัลลานพราหมณ์ที่ทำหน้าที่ดูแลงานเกี่ยวกับปศุสัตว์ของพระเจ้าพิมพิสาร ในกรุงราชคฤห์ หลังพุทธปรินิพพานไม่นาน เพื่อตอบปัญหาเรื่องภิกษุเพื่อเป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้า เป็นการถามด้วยความห่วงใย ซึ่งต่อมามีวัสสการพราหมณ์ มหาอำมาตย์แห่งแคว้นมคธมาสมทบและได้ถามถึงเรื่องฌาณ ซึ่งท่านพระอานนท์ได้ตอบให้เข้าใจชัดเจนตามลำดับว่า พระผู้มีพระภาคทรงสอนให้ภิกษุนับถือธรรมเท่านั้นเป็นที่พึ่ง และถ้าบุคคลใดมีธรรม 10 ประการนี้ สงฆ์ก็สักการะ เคารพ นับถือ บูชาบุคคลนั้น เรื่องฌาณกล่าวตอบว่า ฌาณที่ไม่ทรงสรรเสริญ ได้แก่ ฌาณที่ประกอบด้วยนิวรณ์ 5 ส่วนฌาณที่ทรงสรรเสริญ ได้แก่ ฌาณที่สงัดจากกามและอกุศลธรรมทั้งหลาย พราหมณ์ทั้งสองต่างชื่นชมยินดีคำตอบของท่านพระอานนท์สูตร#2 คณกโมคคัลลานสูตร พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่คณกโมคคัลลานพราหมณ์ ณ เชตวัน โดยตั้งประเด็นการสนทนาถึงการฝึก การปฏิบัติ ที่เป็นไปตามลำดับขั้น ซึ่งในศาสนาของพระองค์ก็มีการฝึกปฏิบัติไปตามลำดับขั้น เมื่อคณกโมคคัลลานพราหมณ์ฟังจบ ได้ประกาศตนเป็นอุบาสก ผู้ถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะไปตลอดชีวิต Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
5/18/202256 minutes, 29 seconds
Episode Artwork

ประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน [6519-4s]

พระสูตรว่าด้วยการประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ที่ได้ทรงตรัสเล่าด้วยพระองค์เอง“ภิกษุทั้งหลาย ถ้าธรรมชาติ 3 อย่างนี้ ไม่พึงมีอยู่ในโลกแล้วไซร้ ตถาคตก็ไม่ต้องเกิดขึ้นในโลก เป็นอรหันตสัมมาสัมพุทธะ และธรรมวินัยที่ตถาคตประกาศแล้ว ก็ไม่ต้องรุ่งเรืองไปในโลก ธรรมชาติ 3 อย่าง นั้นคือ ความเกิด ความแก่ และความตาย” Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
5/11/20221 hour, 8 minutes, 42 seconds
Episode Artwork

คนจะดีหรือชั่วมิใช่เพราะตระกูล-เอสุการีสูตร และมธุรสูตร [6518-4s]

สุตร#1 เอสุการีสูตร ทรงแสดงแก่เอสุการีพราหมณ์ ณ เชตวัน เอสุการีทูลถามข้อบัญญัติเกี่ยวกับการบำเรอ 4 ประการของพวกพราหมณ์ และเกี่ยวกับทรัพย์ 4 ประการของพวกพราหมณ์ ทรงตรัสว่าเป็นการบัญญัติเอาเองโดยที่ชาวโลกไม่ยอมรับ เหมือนการบังคับคนยากจนให้กินเนื้ออาบยาพิษแล้วบังคับให้จ่ายค่าเนื้อ ทรงอธิบายต่อว่า บุคคลจะเป็นผู้ประเสริฐหรือเลวทรามไม่ใช่เพราะเกิดในตระกูลสูง ผิวพรรณดี มีโภคะมาก แต่อยู่ที่ศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ และปัญญา ในเรื่องของทรัพย์ทรงบัญญัติว่า ทรัพย์ของบุคคลคือ โลกุตตรธรรมอันเป็นอริยะ เพราะไม่ว่าบุคคลจะเกิดในตระกูลกษัตริย์ พราหมณ์ แพศย์ ศูทร ก็สามารถออกบวช เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์ เป็นต้น ได้เหมือนกัน เจริญเมตตาจิต อาบน้ำลอยละอองธุลีได้เหมือนกัน เมื่อเอาไม้มาสีให้เกิดเป็นไฟก็เป็นไฟเหมือนกัน เมื่อทรงแสดงจบเอสุการีพราหมณ์ได้แสดงตนเป็นอุบาสกตลอดชีวิตสูตร#2 มธุรสูตร ท่านพระมหากัจจานะแสดงแก่พระเจ้ามธุระ อวันตีบุตร ณ ป่าคุนธาวัน ปรารภคำถามพระเจ้ามธุระ ที่ได้ตรัสถามเกี่ยวกับเรื่องการถือชั้นวรรณะของพวกพราหมณ์ ที่เชื่อว่าพวกพราหมณ์เท่านั้นที่เกิดจากโอษฐ์ เป็นบุตรและเป็นทายาทของพระพรหม จึงประเสริฐกว่าคนวรรณะอื่นๆ ซึ่งท่านพระมหากัจจานะตอบว่า เป็นเรื่องที่พวกพราหมณ์แต่งขึ้นเพื่อโฆษณาตัวเองว่าประเสริฐกว่าบริสุทธิ์กว่าวรรณอื่น และอธิบายให้เหตุผลตามหลักธรรมในพระพุทธศาสนาว่า คนจะดีหรือเลวมิใช่เพราะชาติวรรณะแต่เพราะการกระทำของตนเอง เมื่อแสดงธรรมจบ พระเจ้ามธุระแสดงตนเป็นอุบาสกถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
5/4/202258 minutes, 22 seconds
Episode Artwork

ความต่างกันแห่งสมณพราหมณ์ - สังคารวสูตร [6517-4s]

สังคารวสูตร ทรงแสดงแก่สังคารวมานพขณะประทับอยู่ในสวนมะม่วงของพราหมณ์ชาวบ้านโตเทยยะ ปรารภนางพราหมณีชื่อธนัญชานีเป็นผู้เลื่อมใสอย่างยิ่งในพระรัตนตรัย หากนางทำอะไรพลาดพลั้งก็จะเปล่ง นะโม ฯ 3 ครั้ง ครั้งหนึ่งสังคารวมาณพซึ่งเป็นผู้รู้จบไตรเพทได้ยินเข้า จึงว่ากล่าวนางพราหมณีว่า ไม่เป็นมงคลที่ไปกล่าวสรรเสริญสมณะหัวโล้น นางจึงกล่าวว่าถ้าสังคารวมาณพได้รู้จักศีลและพระปัญญาของพระองค์ก็จะไม่กล่าวเช่นนี้ ต่อมาสังคารวมาณพทราบว่าพระพุทธเจ้าเสด็จมาจึงได้เข้าไปสนทนาธรรม ได้ทูลถามว่า พระองค์จัดอยู่ในสมณพราหมณ์จำพวกไหน ทรงตรัสถึงความแตกต่างของสมณะและตอบว่าทรงอยู่ในพวกที่ 3 คือพวกปฏิญญาเพราะรู้ธรรมด้วยปัญญาในธรรมที่ไม่เคยฟังมาก่อน และทรงเล่าประวัติของพระองค์ จนถึงทรงแสดงปฐมเทศนาโปรดปัญจวัคคีย์ และสังคารวมานพได้ทูลถามเรื่องเทวดาว่า มีจริงหรือไม่ ไม่เข้าใจว่าที่ตรัสถึงเทวดานั้นเพราะทรงทราบหรือเพราะคล่องปาก ตรัสตอบว่า ข้อที่ว่าเทวดามีนั้น รู้ได้โดยฐานะ ผู้รู้เท่านั้นที่จะรู้ได้ เพราะเรื่องเทวดาเป็นคำที่ชาวโลกสมมติกันด้วยศัพท์ชั้นสูงเมื่อตรัสจบ มาณพได้กราบทูลชมเชย และได้แสดงตนเป็นอุบสกจนตลอดชีวิต Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
4/27/202257 minutes, 20 seconds
Episode Artwork

การตามรู้ซึ่งความจริง - จังกีสูตร [6516-4s]

❝จังกีสูตร❞ เป็นการสนทนาธรรมระหว่างพระพุทธเจ้ากับกาปทิกมานพ มาพร้อมกับจังกีพราหมณ์พร้อมด้วยคณะ ณ ป่าไม้สาละชื่อเทววัน เป็นเด็กหนุ่มที่จังกีพราหมณ์ยกย่องว่า เป็นผู้มีความรู้คัมภีร์ต่างๆอย่างแตกฉาน เป็นพหูสูตรสามารถจะเจรจาโต้ตอบกับพระพุทธเจ้าได้ มานพได้ทูลถามว่าทรงคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับบทมนตร์โบราณของพวกพราหมณ์ ปฏิบัติอย่างไรจึงจะเป็นการรักษา เป็นการรู้ เป็นการบรรลุสัจจะ และธรรมที่ช่วยให้บรรลุสัจจะเป็นอย่างไร ทรงตรัสตอบแต่ละข้อตามลำดับ กาปทิกมานพเกิดความเลื่อมใสแสดงตนเป็นอุบาสกถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
4/20/202257 minutes, 50 seconds
Episode Artwork

ธรรมของสัตบุรุษ (คนดี) - จูฬปุณณมสูตร สัปปุริสสูตร และ ธัมมัญญสูตร [6515-4s]

สูตร#1 จูฬปุณณมสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ บุพพารา ขณะประทับนั่งกลางแจ้งในวันอุโบสถขึ้น 15 ค่ำ ทรงเห็นภิกษุนิ่งเงียบ จึงทรงตรัสถามปัญหา เพื่อทรงแสดงธรรมให้ฟัง ทรงแสดงธรรมเปรียบเทียบระหว่างสัตบุรุษและอสัตบุรุษ สูตร#2 สัปปุริสสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ทรงแสดงธรรม 26 ประการของอสัตบุรุษและสัตบุรุษ ซึ่งเป็นธรรมข้อเดียวกันแต่แตกต่างกันที่การพิจารณาสูตร#3 วาจาของสัตบุรุษ, อสัตบุรุษ และวาจาของสะใภ้ใหม่ เพื่อให้ภิกษุมีความละอาย มีความเกรงกลัวในพุทธบริษัททั้ง 4 เหมือนหญิงสะใภ้เมื่อแรกเข้าตะกูลสามี สูตร#4 ธัมมัญญสูตร ว่าด้วยผู้รู้ธรรม ซึ่งพระพุทธเจ้าตรัสว่าผู้ที่ประกอบด้วยธรรม 7 ประการนี้ เป็นผู้ควรแก่ของที่เขานำมาถวาย ฯลฯ และเป็นนาบุญอันยอดเยี่ยมของโลก Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
4/13/202257 minutes, 56 seconds
Episode Artwork

การออกบวชที่ชอบธรรม - โฆฏมุขสูตร และ ฆฏิการสูตร [6514-4s]

สูตร#1 โฆฏมุขสูตร เป็นเหตุการณ์ที่เกิดหลังจากพระพุทธเจ้าปรินิพพาน ท่านพระอุเทนะแสดงแก่โฆฏมุขะพราหมณ์ ซึ่งเข้าไปสนทนาธรรม ณ เขมิยอัมพวัน ปรารภเหตุที่โฆฏมุขะพราหมณ์ได้แสดงความเห็นของตนว่า การบวชอันชอบธรรมย่อมไม่มี ท่านพระอุเทนะได้แสดงบุคคล 4 จำพวกและบริษัท 2 จำพวกให้โฆฏมุขะพราหมณ์ฟัง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการบวชมีผลเพราะผู้ไม่ทำตนและผู้อื่นให้เดือดร้อนมีมากในนักบวช โฆฏมุขะพราหมณ์ได้ท่านพระอุเทนะเป็นกัลยาณมิตรให้เกิดความเลื่อมใส ถึงพระพุทธเจ้า พระธรรมและพระสงฆ์เป็นสรณะ และได้สร้างโรงฉันถวายแก่สงฆ์เมืองปาตลีบุตรสูตร#2 ฆฏิการสูตร เป็นสมัยที่พระพุทธเจ้าเกิดเป็นมานพชื่อ โชติปาละซึ่งเป็นสมัยของพระกัสสปพุทธเจ้า มีกัลยาณมิตรเป็นช่างปั้นหม้อชื่อ ฆฏิการะที่ได้ชักชวนไปฟังธรรม ซึ่งตอนแรกนั้นโชติปาละไม่ยอมไป ต้องชวนถึง 3 ครั้ง และเมื่อฟังธรรมแล้วโชติปาละมานพได้ออกบวช ส่วนช่างหม้อจำเป็นต้องเลี้ยงมารดาผู้เสียจักษุและเป็นคนชราจึงมิได้ออกบวช. Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
4/6/20221 hour, 57 seconds
Episode Artwork

อุปาทานขันธ์ 5 - มหาปุณณมสูตร และมหาหัตถิปโทปมสูตร [6513-4s]

สูตร#1 มหาปุณณมสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ บุพพาราม ในวันอุโบสถ ขึ้น 15 ค่ำ ทรงประทานโอกาสให้ภิกษุถามปัญหาข้อธรรม ภิกษุได้ถามเกี่ยวกับอุปาทานขันธ์ 5 แล้วทรงตรัสตอบอย่างย่อๆ ทำให้ภิกษุที่ถามพอใจในคำตอบ แต่มีภิกษุรูปหนึ่งยังสงสัยในเรื่องขันธ์ 5 เป็นอนัตตา เพราะเหตุนั้นกรรมที่ถูกอนัตตากระทำ จะถูกต้องอัตตาได้อย่างไร แต่ไม่กล้าถาม พระพุทธเจ้าทรงทราบความคิดของภิกษุนั้นด้วยใจ ทรงตรัสว่าเป็นโมฆะบุรุษ จึงทรงสอบถามความเข้าใจในธรรมนั้นกับภิกษุทั้งหลายอีกครั้งหนึ่ง เมื่อตรัสจบมีภิกษุบรรลุเป็นพระอรหันต์จำนวน 60 รูปสูตร#2 มหาหัตถิปโทปมสูตร อุปมาว่าด้วยรอยเท้าช้างสูตรใหญ่ ท่านพระสารีบุตรแสดงแก่ภิกษุ ขณะพักอยู่เชตวัน ท่านได้อธิบายอริยสัจ 4 โดยเอานัยยะของธาตุทั้ง 4 มาเป็นตัวแปร แต่อธิบายรายละเอียดเฉพาะทุกขอริยสัจเท่านั้น และในตอนท้ายพระสูตรมีเรื่องของปฏิจจสมุปบาท อธิบายเพื่อให้ข้อธรรมทั้งหมดรวมลงในอริยสัจ 4 เหมือนรอยเท้าของสัตว์ทั้งหลาย รวมลงในรอยเท้าช้าง Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
3/30/20221 hour, 7 minutes, 13 seconds
Episode Artwork

อาบสะอาดในภายใน - อุปักกิเลสสูตร และวัตถูปมสูตร [6512-4s]

สูตร#1 อุปักกิเลสสูตร เกิดขึ้นสืบเนื่องจากพวกภิกษุโกสัมพีเกิดความบาดหมางทะเลาะวิวาท ทรงห้ามแต่ไม่เชื่อฟัง ได้ทรงตรัสพระคาถาเหตุการณ์นั้น แล้วทรงเสด็จไปยังบ้านพาลกโลณการคาม ท่านพระภคุได้รับเสด็จ แล้วเสด็จต่อไปยังป่าปาจีนวังสทายวัน ซึ่งท่านพระอนุรุทธะ ท่านพระนันทิยะ และท่านพระกิมพิละพักอยู่ที่นั่น ซึ่งอยู่กันด้วยความสามัคคี ได้ทรงสนทนาและตรัสถามถึงญาณทัสสนะของพระเถระทั้ง 3 รูป ที่ได้ทูลว่า สามารถจำแสงสว่างและเห็นรูปได้แต่ไม่นาน จึงตรัสเล่าการปฏิบัติของพระองค์ ซึ่งทรงพบอุปสรรคเช่นนั้นเหมือนกัน แต่ทรงพิจารณาจนเห็นอุปกิเลส 11 ประการ ที่เป็นเหตุให้เป็นเช่นนั้น และเมื่อทรงละอุปกิเลสได้ จึงทรงเจริญสมาธิ 3 ประการได้ ญาณทัสสนะจึงเกิดขึ้นแก่พระองค์สูตร#2 วัตถูปมสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ เชตวัน ซึ่งมี สุนทริกภารทวาชปริพาชก นั่งฟังอยู่ด้วย และทรงทราบว่าปริพาชกนี้เชื่อถือลัทธินหานสุทธิ คือ เชื่อว่าความบริสุทธิ์มีได้เพราะการอาบน้ำลอยบาป จึงทรงแสดงธรรมให้เป็นไปตามอัธยาศัยของปริพาชกนี้ ซึ่งทรงตรัสสอนปริพาชกนี้ว่า คนที่ทำกรรมชั่วไว้แล้ว ถึงจะไปอาบน้ำที่ไหนก็หาทำให้เกิดความสะอาดบริสุทธิ์ขึ้นมาได้ไม่ แล้วตรัสสอนให้อาบน้ำในศาสนาของพระองค์ เมื่อตรัสจบ สุนทริกภารทวาชปริพาชกประกาศตนเป็นพุทธมามกะ ทูลขอบรรพชาอุปสมบทและได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ในกาลต่อมา Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
3/23/202259 minutes, 5 seconds
Episode Artwork

ธรรมเพื่อความสามัคคี - โกสัมพิยสูตร และสามคามสูตร [6511-4s]

สูตร#1 โกสัมพิยสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ โฆสิตาราม เขตกรุงโกสัมพี ปรารภภิกษุชาวเมืองโกสัมพีผู้แตกสามัคคีกัน รับสั่งให้มาเฝ้าแล้วทรงซักถาม และทรงแนะนำให้ทำ พูด คิดต่อกันด้วยเมตตาจิต ทรงอธิบายสารณียธรรม 6 ประการ ที่ทำให้ระลึกถึงกัน เป็นที่รักเป็นที่เคารพ เป็นไปเพื่อสงเคราะห์ ไม่วิวาทกันพื่อความสามัคคี เพื่อเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และข้อที่เป็นยอด คือ ทิฏฐิความเห็นอันประเส เริฐ ได้ทรงอธิบายในรายละเอียดของอริยสาวกผู้ประกอบด้วยองค์ 7 อย่าง ย่อมประกอบด้วยโสดาปัตติผลสูตร#2 สามคามสูตร ทรงแสดงแก่ท่านพระอานนท์ และท่านสมณุทเทสจุนทะ ณ หมู่บ้านสามคามของชาวศากยะ แคว้นสักกะ ทรงปรารภคำกราบทูลของท่านพระอานนท์ ตามที่ท่านพระจุนทะเล่าให้ฟัง เรื่องการแตกสามัคคีถึงขั้นวิวาทกันของพวกนิครนถ์ หลังจากนิครนถ์นาฏบุตรดับขันธ์ไปไม่นาน เพราะพระธรรมวินัยที่นิครนถ์นาฏบุตรกล่าวไว้ไม่ดี ไม่เป็นเครื่องนำออกจากทุกข์ได้ ทำให้ท่านพระอานนท์ห่วงใยว่า หลังพุทธปรินิพพานอาจมีบุคคลอาศัยพระผู้มีพระภาคก่อการวิวาทขึ้นในสงฆ์ จึงทรงตรัสอธิบายถึงมูลเหตุแห่งการวิวาท 6 ประการ อธิกรณ์ 4 ประการ วิธีระงับอธิกรณ์ 7 ประการ และธรรมสำหรับป้องกันมิให้เกิดอธิกรณ์ (สารณียธรรม 6 ประการ) โดยละเอียด Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
3/16/202257 minutes, 24 seconds
Episode Artwork

บุคคลชื่อ “ปุณณะ”-ปุณโณวาทสูตร กุกกุรวติสูตร และรถวีนีตสูตร [6510-4s]

สูตร#1 ปุณโณวาทสูตร ณ พระเชตวัน ท่านพระปุณณะต้องการหลีกออกไปอยู่ผู้เดียว จึงทูลขอให้แสดงโอวาทโดยย่อ ทรงแสดงว่า ผู้เพลิดเพลินในอายตนะภายนอก 6 ที่พึงรู้แจ้งทางอายตนะภายใน 6 ย่อมเกิดทุกข์ ผู้ไม่เพลิดเพลินจึงจะไม่เกิดทุกข์ ท่านพระปุณณะจะไปอยู่ที่สุนาปรันตชนบท จึงทรงตรัสว่า ชาวสุนาปรันตชนบทดุร้าย หยาบคาย ถ้าถูกด่าบริภาษหรือถูกทำร้ายจะทำอย่างไร ซึ่งคำตอบของท่านพระปุณณะนั้น พระพุทธเจ้าตรัสชื่นชมว่า พระปุณณะมีความข่มใจและความสงบใจ สามารถที่จะอยู่ได้ ซึ่งในระหว่างพรรษาที่ท่านพระปุณณะอยู่ที่สุนาปรันตชนบท ชาวบ้านได้มาแสดงตนเป็นอุบาสกอุบาสิกาจำนวนมาก และท่านได้บรรลุวิชชา 3 และต่อมาได้ปรินิพพานสูตร #2 กุกกุรวติกสูตร ทรงแสดงแก่นายปุณณะ บุตรชาวโกลิยะที่ประพฤติเลียนแบบโค และชีเปลือยชื่อ เสนิยะ ผู้ประพฤติเลียนแบบสุนัข เพราะเข้าใจว่าการประพฤติเช่นนี้จะทำพ้นจากการที่จะไปเกิดเป็นโคหรือเป็นสุนัข ทั้งสองได้เข้าไปถามพระพุทธเจ้าว่า คติภพของพวกเขาจะเป็นอย่างไร ทรงตรัสว่า การประพฤติวัตรเลียนแบบโคและสุนัข เป็นมิจฉาทิฏฐิ เมื่อตายไปจะมีผล 2 อย่างคือ เกิดในนรก และเกิดในสัตว์เดรัจฉาน จึงชทูลขอให้ทรงแสดงธรรมที่จะทำให้ละการประพฤติเลียนแบบนั้นได้ ทรงแสดงกรรม 4 ประการให้ฟังโดยละเอียดจนจบ นายปุณณะได้แสดงตนเป็นอุบาสกถึงพระรัตนตรัยตลอดชีวิต ส่วนชีเปลือยเสนิยะ ได้ออกบวชและเป็นพระอรหันต์องค์หนึ่งสูตร#3 รถวีนีตสูตร ท่านพระปุณณมันตานีบุตรแสดงแก่ท่านพระสารีบุตร โดยปรารภคำถามของท่านพระสารีบุตร ว่า ท่านประพฤติพรหมจรรย์เพื่อวิสุทธิข้อใด ท่านกล่าวว่าท่านประพฤติเพื่ออนุปาทาปรินิพพาน(นิพพาน) แล้วยกอุปมาเปรียบเทียบพระเจ้าปเสนทิโกศลเสด็จจากพระราชวังในกรุงสาวัตถีไปเมืองสาเกตด้วยราชรถเจ็ดผลัดแต่ละผลัดมีเป้าหมาย ข้อนี้ฉันใด การจะบรรลุอนุปาทาปรินิพพานก็ใช้วิสุทธิทั้ง 7 ประการเป็นเป้าหมาย ฉันนั้น เมื่อแสดงจบพระเถระทั้ง 2 รูป กล่าวสรรเสริญคุณของกันและกัน  Compose Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
3/9/20221 hour, 3 minutes, 15 seconds
Episode Artwork

กิเลสเพียงดังเนิน-อนังคณสูตร และอากังเขยยสูตร [6509-4s]

สูตร#1 อนังคณสูตร เป็นการสนทนาธรรมระหว่างท่านพระสารีบุตรกับท่านพระมหาโมคคัลลานะ โดยท่านพระมหาโมคคัลลานะตั้งคำถาม อะไรเป็นปัจจัยให้บุคคลผู้มีกิเลสเพียงดังเนินเหมือนกัน แต่แตกต่างกัน และให้บุคคลผู้ไม่มีกิเลสเพียงดังเนินเหมือนกัน แต่แตกต่างกัน ท่านพระสารีบุตรได้อธิบายขยายความ โดยยกบุคคล 4 ประเภทที่ปรากฏในโลกนี้ และอธิบายคำว่า กิเลสเพียงดังเนินนั้น เป็นชื่อของอิจฉาวจรที่เป็นบาปอกุศล โดยยกอุปมาอุปไมยเกี่ยวกับภาชนะสำริดที่ขัดสีเงางาม แต่ถ้าภายในนั้นบรรจุด้วยซากศพสิ่งของเน่าเปื่อยก็จะไม่งดงาม เปรียบเทียบให้เห็นส่วนต่างกับกิเลสในภายในที่เป็นดังเนิน ถ้ายังมีอยู่ในบุคคลใดแล้ว จะทำให้การประพฤติปฏิบัตินั้นไม่เจริญงอกงามขึ้นมาสูตร#2 อากังเขยยสูตร พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ทรงยกความหวัง 17 ประการ ซึ่งเป็นเรื่องที่คนทั่วไปหวังจะได้ มาตั้งเป็นจุดเริ่มแห่งการพัฒนาทางจิตของผู้หวัง ซึ่งความสมหวังไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ แต่ผู้หวังต้องลงมือปฏิบัติ โดยเริ่มจากการรักษา กาย วาจา ใจ อยู่หลีกเร้น มีศีลสมบูรณ์ หมั่นปฏิบัติธรรมที่ทำให้จิตสงบ หมั่นเจริญฌาณ และวิปัสสนากัมมัฏฐาน ซึ่งเป็นการพัฒนาทางจิต ทำปัญญาให้เกิดขึ้นได้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
3/2/202254 minutes, 4 seconds
Episode Artwork

ปัญญาเพียงดั่งศาสตรา - กกจูปมสูตร และวัมมิกสูตร [6508-4s]

สูตร#1 กกจูปมสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ เชตวัน ทรงปรารภความประพฤติของพระโมลิยผัคคุนะที่มักโกรธ และก่ออธิกรณ์ขึ้น เมื่อมีภิกษุบางรูปตำหนิภิกษุณี หรือตำหนิท่าน จึงทรงรับสั่งให้มาเฝ้า และทรงตรัสสอน ให้ละความโกรธให้เป็นผู้มีเมตตาจิต ไม่มีโทสะ และให้เป็นคนว่าง่าย ทรงยกกรณีนี้ตรัสสอนภิกษุทั้งหลาย และยกอุปมาขึ้นหลายประการ คือ ทรงตรัสเรื่องประโยชน์ของการฉันอาหารมื้อเดียว ตรัสเล่าเรื่องนางเวเทหิกา ที่บันดาลโทสะ ทรงสรุปว่า จะรู้ว่าภิกษุใดสงบเสงี่ยมหรือไม่ ก็ต่อเมื่อมีถ้อยคำที่ไม่น่าพอใจมากระทบ ทรงแนะนำอุบายระงับความโกรธ และโอวาทอุปมาด้วยเลื่อย ที่เมื่อโจรใช้เลื่อยตัดอวัยวะน้อยใหญ่แล้ว ให้อดกลั้น ไม่โกรธ แต่กลับมีเมตตาจิตต่อผู้นั้นได้สูตร#2 วัมมิกสูตร ว่าด้วย ปริศนาจอมปลวก ทรงแสดงแก่พระกุมารกัสสปะ ณ เชตวัน ปรารภปัญหา 15 ข้อของเทวดา เนื่องด้วยเทวดาองค์หนึ่งเข้าไปหาท่านพระกุมารกัสสปะที่ป่าอันธวันเพื่อถามปริศนาธรรม 15 ข้อ และขอให้ท่านพระกุมารกัสสปะทูลถามปัญหา 15 ข้อนี้กับพระผู้มีพระภาค ซึ่งทรงตอบว่า จอมปลวก ได้แก่ กายของมนุษย์ พราหมณ์ที่สั่งให้ขุด คือ พระพุทธเจ้า สุเมธะ คือ ชื่อของพระเสขะ ศาสตราที่ขุด คือ ปัญญา เป็นต้น Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
2/23/202259 minutes, 57 seconds
Episode Artwork

เรื่องที่ทรงพยากรณ์ - นฬกปานสูตร และปุตตมังสสูตร [6507-4s]

สูตร#1 นฬกปานสูตร พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ หมู่บ้านนฬกปานะ ทรงปรารภกุลบุตรผู้มีชื่อเสียงจำนวนมากที่บวชด้วยศรัทธา ทรงตรัสถามกุลบุตรถึงความยินดีในพรหมจรรย์ และการออกบวชเพื่อกระทำที่สุดแห่งทุกข์ และตรัสถึงหน้าที่ที่ผู้บวชใหม่จะต้องประพฤติปฏิบัติ และได้ทรงพยากรณ์ถึงการบรรลุธรรมของเหล่าภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา จุดประสงค์เพื่อให้คนที่ได้ยินได้ฟังถึงบุคคลที่เขารู้จัก เคยร่วมพูดคุย คบหาสมาคม จะสามารถรู้ถึงศรัทธา ศีล สุตตะ จาคะ และปัญญาของบุคคลต่างๆ เหล่านั้น ทำให้น้อมจิตไปเพื่อศรัทธา เป็นต้น ทำให้มีความอยู่อย่างผาสุกได้สูตร#2 ปุตตมังสสูตร พระพุทธเจ้าทรงแสดงอาหาร 4 อย่าง เพื่อความดำรงอยู่ของสัตว์โลกที่เกิดมาแล้ว (ภูตสัตว์) หรือเพื่ออนุเคราะห์แก่เหล่าสัตว์ ผู้แสวงหาที่เกิด (สัมภเวสีสัตว์) และทรงยกอุปมาโดยลักษณะอาหาร 4 เพื่อให้อริยสาวกกำหนดรู้ได้ ราคะซึ่งเกิดจากกามคุณ 5 เวทนา 3 ประการ ตัณหา 3 ประการ และ นามรูป จะกำหนดรู้ได้ด้วย เมื่อกำหนดรู้ได้แล้วจึงเป็นเหตุให้ไม่กลับมาสู่โลกนี้อีก Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
2/16/202257 minutes, 3 seconds
Episode Artwork

ปัญหาที่ไม่ทรงพยากรณ์ - มาลุงกยสูตร (สูตรเล็ก และสูตรใหญ่) [6506-4s]

สูตร#1 จูฬมาลุงกยสูตร พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่พระมาลุงกยบุตร ณ พระเชตวัน ทรงปรารภเรื่อง ทิฏฐิ 10 ประการ พระมาลุงกยบุตรรู้สึกไม่พอใจ ที่พระพุทธเจ้าไม่ทรงตอบอัพยากตปัญหา 10 ประการ จึงเข้าไปถามอีกครั้งหนึ่ง แต่พระผู้มีพระภาคไม่ทรงตอบปัญหาเหล่านี้ เพราะไม่มีประโยชน์ ไม่ได้ช่วยให้พ้นทุกข์ได้ แต่ปัญหาที่จะทรงตอบ คือ ปัญหาเรื่องอริยสัจ 4 เพราะมีประโยชน์ และจะช่วยให้พ้นทุกข์ได้สูตร#2 มหามาลุงกยสูตร ทรงแสดงแก่พระมาลุงกยบุตรพร้อมกับภิกษุหลายรูป ทรงปรารภเรื่อง โอรัมภาคิยสังโยชน์ 5 ประการ (เครื่องร้อยรัดที่ยึดจิตให้อยู่ในภพ) ทรงตรัสถามภิกษุเรื่อง สังโยชน์ 5 ประการ ท่านพระมาลุงกยบุตรมีคำตอบที่ถูกต้อง แต่บทพยัญชนะนั้นไม่แยบคาย จะทำให้อัญเดียรถีย์ปริพาชก นำเรื่องเด็กอ่อนที่นอนหงายมาโต้กลับได้ และ เพื่อปรับทิฏฐิของท่านมาลุงกยบุตรให้ละเอียดยิ่งขึ้นไป จึงทรงอธิบายขยายความถึงอุบายในการนำออก และข้อปฏิบัติเพื่อละสังโยชน์ และทรงแสดงว่า รูปฌาณ 4 และอรูปฌาณ 4 เป็นมรรค และปฏิปทาที่ทำให้ละสังโยชน์ทั้ง 5 ประการได้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
2/9/202258 minutes, 37 seconds
Episode Artwork

คุณสมบัติของผู้เป็นพราหมณ์ - โสณทัณฑสูตร [6505-4s]

พระพุทธเจ้าตรัสแก่โสณทัณฑพราหมณ์ ขณะประทับอยู่ที่ริมสระคัคครา เขตกรุงจัมปา ทรงปรารภเรื่อง คุณสมบัติของพราหมณ์ ทรงตรัสถามคุณสมบัติของพราหมณ์ 5 อย่าง ถ้าหากเว้นเสีย 1 อย่างแล้ว ผู้นั้นจะยังเป็นพราหมณ์อยู่ได้โดยชอบหรือไม่ โสณทัณฑะตอบว่าได้ ทรงถามโดยการตัดคุณสมบัติออกทีละอย่าง พวกพราหมณ์ที่มาด้วยกันพากันคัดค้าน การพูดตามเช่นนี้ทำให้เสียเปรียบ พราหมณ์โสณทัณฑะได้ยกตัวอย่างหลานของตน มีคุณสมบัติ 3 ข้อแรก แต่ยังทำผิดศีล พระผู้มีพระภาคตรัสถามต่อว่า คุณสมบัติ 2 อย่างนี้ คือ ศีลและปัญญา ถ้าตัดออกอีกสักอย่างหนึ่ง ควรตัดอย่างไหนได้ พราหมณ์โสณทัณฑะ ตอบว่า ตัดออกไม่ได้เลย คุณสมบัติ 2 อย่างนี้ต้องมีอยู่คู่กัน เพราะศีลช่วยชำระปัญญาให้บริสุทธิ์ ปัญญาก็ช่วยชำระศีลให้บริสุทธิ์ ปัญญามีแก่ผู้มีศีล ศีลมีแก่ผู้มีปัญญา และทรงอธิบายเรื่องศีลและปัญญา การประมวลพรหมจรรย์ตลอดสาย เมื่อทรงอธิบายจบ โสณทัณฑพราหมณ์ก็ประกาศตนเป็นอุบาสกขอถึงพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งตลอดชีวิต Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
2/2/202258 minutes, 15 seconds
Episode Artwork

เทวดาทูลถามปัญหา - สักกปัญหสูตร [6504-4s]

พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ท้าวสักกะ ขณะประทับอยู่ในถ้ำอินทสาละ ที่ภูเขาเวทิยกะ กรุงราชคฤห์ ท้าวสักกะได้ชวนเหล่าเทวดาชั้นดาวดึงส์ลงมาเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า เหตุที่มาเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า เพราะทรงเห็นบุพนิมิตที่แสดงว่าถึงคราวจะต้องจุติ คือหมดอายุ โดยให้ปัญจสิจะคนธรรพ์เทพบุตรนำเสด็จ พร้อมเหล่าเทพเข้าเฝ้า ทรงกราบทูลเรื่องการปฏิบัติธรรม และผลของการปฏิบัติธรรมของโคปกเทพบุตร จึงเสด็จมาเพื่อจะฟังธรรมเช่นนั้นบ้าง และได้ทูลถามปัญหารวม 12 ข้อ เกี่ยวกับเรื่องความเป็นมาเป็นไปของการเบียดเบียนการทะเลาะกัน ไล่ไปจนถึงเรื่องของตัณหา พระพุทธเจ้าทรงตอบปัญหา เมื่อตรัสจบ ธรรมจักษุได้เกิดขึ้นแก่ท้าวสักกะ และเหล่าเทวดา ทำให้กลับเป็นท้าวสักกะหนุ่มอีกครั้ง Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
1/26/20221 hour, 5 minutes, 45 seconds
Episode Artwork

ธรรมเป็นที่ตั้งแห่งสติ - สติปัฏฐานสูตร [6503-4s]

พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ขณะประทับอยู่นิคมชาวกุรุ ชื่อ กัมมาสธรรม ทรงปรารภพุทธบริษัทชาวกัมมาสธรรมนิคม แม้พวกทาสกรรมกร มีความสนใจในการเจริญสติปัฏฐานกันอย่างมาก จึงทรงยกหัวข้อขึ้นอธิบายในรายละเอียดของการเจริญสติ ความหมาย และการพิจารณากาย เวทนา จิต และธรรม และทรงแสดงอานิสงส์ของการเจริญสติปัฏฐานว่า บุคคลผู้เจริญสติปัฏฐาน 4 ประการนี้ แม้เพียง 7 วัน เป็นอย่างน้อย ก็หวังได้ว่า จะมีผลในปัจจุบันอย่างใดอย่างหนึ่ง ในจำนวนผล 2 อย่าง คือ จะได้บรรลุอรหัตตผล หรือถ้ายังมีอุปาทิเหลืออยู่ จะบรรลุอนาคามิผล และทรงสรุปว่า สติปัฏฐาน 4 ประการนี้ เป็นทางสายเดียว เพื่อความบริสุทธิ์ของเหล่าสัตว์ เพื่อล่วงโสกะปริเทวะ เพื่อดับทุกข์ และโทมนัส เพื่อบรรลุญายธรรม (อริยมรรค) และเพื่อทำนิพพานให้แจ้ง Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
1/19/20221 hour, 1 minute, 30 seconds
Episode Artwork

หนทางสู่พรหมโลก - เตวิชชสูตร [6502-4s]

พระพุทธเจ้าตรัสแก่มาณพ 2 คน คือ วาเสฏฐะ และภารัทวาชะ ขณะประทับอยู่ ณ อัมพวัน แคว้นโกศล ที่หมู่บ้านพราหมณ์ชื่อมนสากฏะใกล้ฝั่งแม่น้ำอจิรวดี ปรารภเหตุที่มาณพทั้ง 2 ตกลงกันไม่ได้ว่าทางที่ไปสู่พรหมโลก ทางไหนเป็นทางตรง ซึ่งมาณพทั้ง 2 ต่างอ้างถึงพราหมณ์ผู้ได้ไตรเพทบอกไว้ จึงทูลขอพระพุทธเจ้าให้ทรงตัดสินว่าผู้ใดกล่าวถูก จึงทรงซักถาม ไล่เรียง ซึ่งพราหมณ์ผู้ได้ไตรเพทไม่เคยเห็นพรหม และทรงอธิบายสรุปให้ฟังว่า เป็นไปไม่ได้ว่าผู้ที่ไม่เคยเห็นพรหมจะบอกว่าทางนี้เป็นทางไปสู่พรหมโลก ซึ่งเป็นวาทะที่เลื่อนลอย และตรัสถึงคุณสมบัติของพรหมกับของพราหมณ์ที่ต่างกัน และเข้ากันไม่ได้ เมื่อตายแล้วจะอยู่ร่วมกับพรหมได้อย่างไร แต่พระองค์ทรงรู้จักพรหม และทางไปสู่พรหมโลก ทรงอธิบายวิธีการที่จะไปอยู่กับพรหม เริ่มตั้งแต่การประมวลพรหมจรรย์ตลอดสาย จนถึงการที่สามารถละนิวรณ์ได้ จนจิตเป็นสมาธิแล้ว และให้อยู่ในพรหมวิหาร 4 ซึ่งจะเป็นเครื่องที่ทำให้ไปอยู่กับพรหมได้ มาณพทั้ง 2 เกิดความเลื่อมใส ประกาศตัวเป็นอุบาสกผู้ถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
1/12/202254 minutes, 35 seconds
Episode Artwork

ต้นเหตุใหญ่ [6501-4s]

มหานิทานสูตร ว่าด้วยสิ่งที่เป็นต้นเหตุใหญ่ พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่พระอานนท์ ขณะประทับอยู่ ณ นิคมของชาวกุรุ ปรารภธรรมในหมวดธรรมที่ชื่อ ปฏิจจสมุปบาท เพื่อทรงแก้ความเข้าใจผิดของพระอานนท์ ที่กราบทูลว่า น่าแปลกที่ปฏิจจสมุปบาทเป็นธรรมที่ลึกซึ้งสุดคาดคะเน แต่สำหรับท่านกลับเป็นธรรมง่าย ๆ พระพุทธเจ้าทรงห้ามมิให้พูดเช่นนี้ แล้วทรงอธิบายไล่เรียงในรายละเอียดให้ฟัง Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
1/5/20221 hour, 1 minute, 37 seconds
Episode Artwork

ภัยของภิกษุ 4 ประการ [6452-4s]

สูตร#1 จาตุมสูตร พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ภิกษุประมาณ 500 รูป ขณะประทับอยู่ หมู่บ้านจาตุมา ทรงขับไล่ภิกษุที่ติดตามพระสารีบุตรและพระมหาโมคคัลลานะ เหตุเพราะภิกษุเหล่านั้นสนทนากับภิกษุเจ้าถิ่นเสียงดัง แต่พวกเจ้าศากยะและท้าวสหัมบดีพรหมเข้าเฝ้ากราบทูลให้ทรงอนุเคราะห์ภิกษุเหล่านั้น ทรงยกโทษให้ ท่านพระมหาโมคคัลลานะจึงพาภิกษุเข้าเฝ้า จากนั้นทรงแสดงภัย 4 ประการที่ผู้ลงน้ำจะพบ เปรียบเทียบผู้บวชในธรรมวินัยนี้ก็จะประสบภัย 4 ประการเช่นกัน โดยทรงประสงค์จะให้รู้มารยาทในการอยู่ร่วมกันและรู้จักระวังภัยของผู้บวชใหม่ 4 อย่างนี้- ธรรมที่มีที่ตั้งอาศัย ปฏิจจสมุปบาทที่มี 24 อาการสูตร#2 โคสิสสานิสูตร ท่านพระสารีบุตรแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเวฬุวัน โดยปรารภพระโคสิสสานิ ซึ่งเป็นผู้ถือการอยู่ป่าเป็นวัตร แต่มีมารยาททราม มีความประพฤติย่อหย่อน เห็นแก่ปัจจัย ท่านพระสารีบุตรได้แสดงข้อปฏิบัติสำหรับภิกษุผู้อยู่ป่าเป็นวัตร 18 ข้อ และเป็นข้อปฏิบัติสำหรับภิกษุผู้อยู่ใกล้บ้านด้วย Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
12/29/202158 minutes, 36 seconds
Episode Artwork

ความสิ้นอาสวะ [6451-4s]

สูตร#1 สัพพาสวสังวรสูตร พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ความสิ้นอาสวะทั้งปวงจะมีได้ เฉพาะผู้รู้ ผู้เห็นเท่านั้น ด้วยการพิจารณาโดยแยบคาย ทรงจำแนกอาสวะออกเป็น 7 ชนิด ตามเหตุเกิดและอุบายวิธีที่จะละให้หมดสิ้นไปได้ คือ อาสวะที่ต้องละด้วย 1. ทัสสนะ (ความเห็น) 2. การสังวร 3. การใช้สอย 4. การอดกลั้น 5. การเว้น 6. การบรรเทา 7. การเจริญ อาสวะเหล่านั้นเมื่อภิกษุละได้แล้วด้วยอุบายนั้น ๆ อาสวะนั้นละได้เด็ดขาดสูตร#2 ธรรมทายาทสูตร พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ทรงปรารภลาภสักการะเป็นอันมากที่เกิดขึ้นแก่พระองค์ และภิกษุสงฆ์ในขณะนั้น จะเป็นเหตุให้ภิกษุบางพวกยึดติดในลาภสักการะเหล่านั้น จึงทรงสอนให้ภิกษุเป็นธรรมทายาทของพระองค์ ไม่ให้เป็นอามิสทายาท เพราะถ้าเป็นธรรมทายาท วิญญูชนจะยกย่องสรรเสริญ จากนั้นท่านพระสารีบุตรได้แสดงธรรมต่อถึงหนทางในการปฏิบัติธรรมเพื่อให้เกิดความสงัดขึ้นแก่ตน และอริยมรรคมีองค์ 8 Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
12/22/202157 minutes, 25 seconds
Episode Artwork

เหตุให้เกิดความเลื่อมใส [6450-4s]

ปาสาทิกสูตร#2 ในตอนนี้ทรงแสดงธรรมที่ควรสังคายนา โดยการทบทวน ให้เข้าใจถูกต้องตรงกัน ถ้าเข้าใจไม่ถูกต้อง ได้ทรงแสดงวิธีการที่จะอธิบายให้เข้าใจได้ทรงอธิบายอะไรคือสุข อะไรคือทุกข์ การพิจารณาใช้สอยปัจจัย 4 ให้ถูกต้อง และตอนท้ายของพระสูตรมีวิธีการตอบคำถามต่าง ๆ ที่จะพิจารณาอย่างไรว่าคำถามนั้นสมควรตอบหรือไม่สมควรตอบอย่างไร เป็นธรรมที่เมื่อฟังแล้วจะเกิดความเลื่อมใส มั่นใจในศาสนานี้แน่นอน Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
12/15/202154 minutes, 33 seconds
Episode Artwork

ความสมบูรณ์แห่งพรหมจรรย์ [6449-4s]

ปาสาทิกสูตร#1 พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ท่านพระจุนทะ สมณุทเทส และท่านพระอานนท์ ณ ปราสาทในอัมพวัน โดยปรารภคำกราบทูลของท่านพระจุนทะและท่านพระอานนท์เรื่องการแตกความสามัคคีของพวกนิครนถ์แบ่งเป็น 2 ฝ่าย หลังนิครนถ์นาฏบุตร ศาสดาดับขันธ์ได้ไม่นานนัก เพราะธรรมวินัยที่นิครนถ์นาฏบุตรประกาศไว้ไม่ดี ไม่เป็นเครื่องนำออกจากทุกข์ได้ พระพุทธเจ้าจึงทรงแสดงว่าองค์ประกอบที่สำคัญของศาสนา ได้แก่ ศาสดา หลักธรรม และสาวก (นักบวช อุบาสก อุบาสิกา) มีส่วนสำคัญที่ทำให้ศาสนาสมบูรณ์ บริบูรณ์ ได้รับคำสรรเสริญ หลักธรรมและสาวกของพระองค์เป็นองค์ประกอบที่ดี พรหมจรรย์ของพระองค์จึงบริบูรณ์ครบถ้วน แพร่หลายกว้างขวาง และบรรลุถึงความเลิศด้วยลาภและความเลิศด้วยยศ และทรงแสดงธรรมที่ควรสังคยานา เหตุแห่งการอนุญาตปัจจัย และ สุขัลลิกานุโยค  Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
12/8/20211 hour, 1 minute, 27 seconds
Episode Artwork

ปฏิปทาเพื่อความสำเร็จ [6448-4s]

วิธีการที่จะประสบความสำเร็จในทุกด้านของชีวิต จะต้องประกอบด้วยคุณธรรม 5 อย่างนี้สูตร#1 สังขารูปปัตติสูตร พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน มีประสงค์จะให้ภิกษุทราบว่า ธรรม 5 ประการ คือ ศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ และปัญญา ที่เมื่อทำให้มาก เจริญให้มากแล้ว อธิษฐานจิตจะไปเกิดในภพภูมิใดก็จะสำเร็จได้ และถ้าจะประสงค์เป็นพระอรหันต์ก็สำเร็จได้ แล้วทรงแสดงวิธีปฏิบัติตามลำดับ โดยมีธรรม 5 ประการเป็นพื้นฐานสูตร#2 ทักขิณาวิภังคสูตร ว่าด้วยการจำแนกทักษิณาทานสูตร#3 อิฏฐสูตร ว่าด้วยธรรมที่น่าปรารถนา 5 ประการ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
12/1/202156 minutes, 21 seconds
Episode Artwork

เหตุให้มาตุคามเกิดเป็นเทวดาเหล่ามนาปกายิกา [6447-4s]

สูตร#1 อุโปสถสูตร พระพุทธเจ้าตรัสสอนนางวิสาขาผู้รักษาศีลอุโบสถที่บุพพารามเป็นประจำ เพื่อให้ทราบว่า อุโบสถศีลนั้นมีทั้งแบบที่ประเสริฐ คือ ความเป็นอริยะ มีความประเสริฐได้บุญอย่างแท้จริง และแบบที่ไม่ประเสริฐ คือ มีความงมงายไม่ถูกต้องสูตร#2 อิธโลกสูตร พระพุทธเจ้าทรงตรัสสอนนางวิสาขา อธิบายถึงสุภาพสตรีที่จะอยู่ครองเรือนได้อย่างมีความสุข ไม่เกิดเป็นภัยได้กำไรในการอยู่ครองเรือน ประกอบด้วยธรรมของมาตุคามผู้ชื่อว่าปฏิบัติเพื่อชัยชนะในโลกนี้มี 4 ประการ และธรรมที่เป็นไปเพื่อชัยชนะในโลกหน้ามี 4 ประการ มาตุคามที่ประกอบด้วยคุณธรรมเหล่านี้ ย่อมเข้าถึงเทวโลกประเภทมนาปกายิกาสูตร#3 อนุรุทธสูตร เทวดาเหล่ามนาปกายิกา (เทวดาชั้นนิมมานรดี) เข้าไปเรียนท่านพระอนุรุทธะว่า ตนครองความเป็นใหญ่มีอำนาจ 3 ด้าน นึกให้เป็นเสียง เป็นสี ให้มีสุขเช่นใด ก็ได้อย่างฉับพลัน ท่านจึงลองนึกให้เทวดาเหล่านั้นสำแดงตามที่ท่านนึก ก็เห็นเป็นความจริง จึงนำความไปกราบทูลพระพุทธเจ้า พระองค์จึงตรัสคุณสมบัติ 8 ประการ ที่ทำให้มาตุคามไปเกิดเป็นเทวดาเหล่ามนาปกายิกาสูตร#4 วิสาขสูตร และนกุลมาตาสูตร มีเนื้อหาสาระขององค์ธรรมเหมือนในอนุรุทธสูตร ต่างกัน คือ วิสาขสูตร นางวิสาขามิคารมารดา เป็นผู้สดับ และนกุลมาตาสูตร นางนกุลมาตาคหปตานี เป็นผู้สดับ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
11/24/20211 hour, 2 minutes, 37 seconds
Episode Artwork

บุรุษผู้ต้องการงูพิษ [6446-4s]

อลคัททูปมสูตร อุปมาเปรียบด้วยงูพิษ พระพุทธเจ้าแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ทรงปรารภทิฏฐิชั่วของพระอริฏฐะ ผู้มีบรรพบุรุษเป็นพรานฆ่านกแร้ง ที่มีความเห็นผิดในเรื่องพระธรรมวินัย ทรงตรัสว่าธรรมที่ทรงสอนก่ออันตรายได้จริง ๆ จึงทรงสอน การเล่าเรียนธรรมด้วยปัญญา ถ้าเล่าเรียนถูกวิธีก็จะได้รับประโยชน์ เปรียบเหมือนคนจับงูพิษถูกวิธี ก็จะไม่ได้รับอันตรายจากงูพิษนั้น ทรงแสดงธรรมเพื่อให้สลัดออกมิใช่ให้ยึดถือ อุปมาด้วยแพ ที่คนเดินทางไกลใช้เดินทางข้ามห้วงน้ำใหญ่เพื่อหนีภัย เมื่อถึงฝั่งแล้วต้องทิ้งแพไว้ ไม่แบกไป ทรงแสดงทิฏฐิของปุถุชนเทียบกับอริยสาวก ตรัสตอบปัญหาเหตุที่ให้สะดุ้ง และเหตุให้ไม่สะดุ้ง ตรัสสอนเรื่องอนัตตลักษณะเพื่อให้ละความยึดมั่นว่ามีอัตตา และการละสังโยชน์ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
11/17/202156 minutes, 47 seconds
Episode Artwork

ความดับแห่งกองทุกข์ [6445-4s]

สูตร#1 มหาตัณหาสังขยสูตร ทรงแสดงถึงต้นเหตุของปัญหาต่าง ๆ และความทุกข์ คือ ตัณหา อวิชชา  และวิธีในการที่จะกำจัดออก ซึ่งอยู่ในเรื่องอริยสัจ 4 ได้ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ทรงปรารภความเห็นผิดของภิกษุชื่อ สาติ ผู้เป็นบุตรชาวประมง พระสาติมีความเห็นว่า พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “วิญญาณนี้แลมิใช่อื่น ท่องเที่ยวไป แล่นไป” ภิกษุทั้งหลายกล่าวตักเตือนว่า พระผู้มีพระภาคมิได้ตรัสเช่นนั้น สาติภิกษุไม่เชื่อ และยังยืนยันว่าตนรู้ทั่วถึงพระธรรมที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดง เรื่องวิญญาณทรงแสดงไว้อย่างนี้ พระผู้มีพระภาคทรงทราบ ทรงรับสั่งให้พระสาติมาเฝ้า และตรัสถามความจริง ทรงตำหนิพระสาติว่า เป็นโมฆะบุรุษ กล่าวตู่พระองค์ และเป็นผู้ติดอยู่ในข่าย คือ ตัณหา และได้ทรงแสดงเรื่องวิญญาณว่า “วิญญาณอาศัยปัจจัยเกิดขึ้น ถ้าไม่มีปัจจัยก็เกิดขึ้นไม่ได้” จากนั้นทรงสอบสวนความเข้าใจของภิกษุในเรื่องนี้ ได้ทรงแสดงหลักปฏิจจสมุปบาท และหลักธรรมอื่น ๆ อีก แต่ทรงมุ่งประเด็นไปสู่ความหลุดพ้น เพราะสิ้นตัณหาสูตร#2 จูฬตัณหาสังขยสูตร เป็นเรื่องย่อที่ทรงแสดงแก่ท้าวสักกะจอมเทพ ณ ปราสาทของนางวิสาขามิคารมารดา ที่ได้ถามถึงต้นเหตุ และวิธีที่ปฏิบัติเพื่อความสิ้นตัณหาของภิกษุ พระพุทธเจ้าทรงแสดงว่า ธรรมทั้งปวงไม่ควรยึดมั่น เมื่อไม่ยึดมั่นก็ไม่สะดุ้งหวาดหวั่น และจะดับกิเลสได้เฉพาะตน ท้าวสักกะชื่นชมยินดีพระภาษิต ในกาลนี้พระมหาโมคคัลลานะได้ไปทดสอบท้าวสักกะว่าเข้าใจในคำถาม และคำตอบหรือไม่ ท้าวสักกะไม่ทรงตอบ เพื่อให้ท้าวสักกะไม่ตั้งอยู่ในความประมาท พระเถระได้สำแดงฤทธิ์ด้วยการใช้นิ้วเท้าเขย่าเวชยันตปราสาท จึงได้ยอมเล่าถวายตามที่ได้ทรงฟังมาทุกประการ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
11/10/20211 hour, 4 minutes
Episode Artwork

ปัญญาแทงตลอดธรรมธาตุ [6444-4s]

มหาปทานสูตร#3 พระพุทธเจ้าทรงเล่าถึงตอนพระวิปัสสีโพธิสัตว์ตรัสรู้ ทรงแสดงธรรมแก่คู่พระอัครสาวก และมหาชน ซึ่งในการแสดงธรรมนั้น มีผู้บรรลุธรรมตามเป็นจำนวนหลายแสนคน และได้ทรงส่งสาวกไปประกาศพระศาสนา ทรงดำริว่าเมื่อเวลาล่วงไปทุก ๆ 6 ปี ภิกษุทั้งหลายควรกลับมายังกรุงพันธุมดี เพื่อแสดงปาฏิโมกข์ ซึ่งท้าวมหาพรหมได้กราบทูลว่าจะหาวิธีให้ภิกษุกลับมา ต่อมาพระพุทธเจ้าทรงไปหาเหล่าเทพชั้นสุทธาวาส และเหล่าเทพชั้นต่าง ๆ มีเทวดามากมายมาเข้าเฝ้า เทวดาได้เล่าเรื่องราวของพระพุทธเจ้าในสมัยนั้น ๆ ที่ตนประพฤติพรหมจรรย์ แล้วจึงมาเกิดในที่นี้ ๆ และทรงสรุปพระธรรมเทศนานี้ว่า เป็นเพราะพระองค์มีปัญญา ทราบได้เองถึงพระพุทธเจ้าในอดีต และเพราะเหล่าเทวดาบอกเรื่องนั้นให้ทราบ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
11/3/20211 hour, 2 minutes, 22 seconds
Episode Artwork

คาถาอันน่าอัศจรรย์ [6443-4s]

มหาปทานสูตร#2 ตอนการออกผนวช การตรัสรู้ และการแสดงธรรม เมื่อพระวิปัสสีโพธิสัตว์ได้ทรงเห็นเทวทูตทั้ง 4 เป็นนิมิต ทรงเสด็จออกผนวช มหาชนทราบข่าวได้ออกบวชตามเสด็จ ต่อมาทรงหลีกออกจากหมู่อยู่เพียงลำพัง ประทับหลีกเร้นในที่สงัด ได้ทรงใคร่ครวญเรื่องปฏิจจสมุปบาทแล้วทรงบรรลุธรรม ท้าวมหาพรหมได้ทูลอาราธนาให้ทรงแสดงธรรม ทรงแสดงธรรมแก่คู่พระอัครสาวก และแก่มหาชน ซึ่งได้บรรลุธรรมตามที่ทรงตรัสรู้แจ้งนั้น ตามลำดับ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
10/27/20211 hour, 1 minute, 6 seconds
Episode Artwork

ปุพเพนิวาส (6442-4s)

มหาปทานสูตร พระประวัติของพระพุทธเจ้า 7 พระองค์ พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ขณะประทับอยู่ ณ พระเชตวัน ทรงปรารภเรื่อง ปุพเพนิวาสญาณของพระองค์ โดยตรัสเล่าพระประวัติโดยสังเขปของพระพุทธเจ้าในอดีต 6 พระองค์ ที่มีในกัปนี้ และกัปก่อน ๆ และพระประวัติของพระองค์เอง แต่เนื่องจากภิกษุยังมีข้อสงสัยอยู่จึงได้เสด็จกลับมา และตรัสเล่าต่อ เฉพาะพระประวัติของพระวิปัสสีพุทธเจ้า ซึ่งในตอนที่ 1 นี้ เป็นตอนประสูติ ประกอบด้วยเรื่อง กฎธรรมดาของพระโพธิสัตว์ 16 ประการ ลักษณะมหาบุรุษ 32 ประการ ซึ่งพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ทรงมีเหมือนกัน และการเห็นเทวทูต Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
10/20/20211 hour, 1 minute, 35 seconds
Episode Artwork

ป่างามด้วยความเพียร 6441-4s

สูตร#1 มหาโคสิงคสาลสูตร พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแก่พระเถระที่มีชื่อเสียงหลายรูป มีท่านพระสารีบุตร พระมหาโมคคัลลานะ เป็นต้น ขณะประทับอยู่ที่ป่าโคสิงคสาลวัน ในช่วงท้ายฤดูฝน ท่านพระสารีบุตรได้ตั้งปัญหาขึ้นถามว่า “ป่าโคสิงคสาลวันจะพึงงามด้วยภิกษุเช่นไร” ท่านพระเถระทั้งหลาย ต่างแสดงทรรศนะของตน ที่มีคุณธรรมพิเศษนั้น ๆ ของตน และได้กราบทูลเรื่องทรรศนะต่าง ๆ ให้ทรงทราบ ทรงตรัสสรรเสริญ และทรงแสดงทรรศนะของพระองค์ว่า ป่าโคสิงคสาลวันจะพึงงามด้วยภิกษุในธรรมวินัยนี้ ที่มีความเพียรพยายามอย่างมุ่งมั่น ถ้ายังไม่หลุดพ้นจากอาสวะ สูตร#2 จูฬโคสิงคสาลสูตร พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแก่ท่านพระอนุรุทธะ ท่านพระนันทิยะ และท่านพระกิมิละ ในคราวที่เสด็จไปเยี่ยมที่ป่าโคสิงคสาลวัน ท่านอยู่กันด้วยความสามัคคี มีเมตตาให้กันทั้งต่อหน้า และลับหลัง ทั้งทางกาย วาจา และใจ พยายามที่จะเก็บจิตของตนเองแล้วทำตามจิตของผู้อื่น จึงสามารถอยู่เป็นสุขได้ พระผู้มีพระภาคทรงยกย่องพระเถระทั้ง 3 รูป Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
10/13/202156 minutes, 49 seconds
Episode Artwork

การปฏิบัติโดยลำดับ 6440-4s

สูตร#1 คณกโมคคัลลานสูตร พระผู้มีพระภาคแสดงแก่พราหมณ์ชื่อโมคคัลลานะ เป็นนักบัญชี นักคำนวณ ทำหน้าที่ในการคำนวณ การทำบัญชี ได้เข้าไปสนทนาธรรมกับพระผู้มีพระภาคในบุพพาราม โดยตั้งประเด็นการสนทนาถึงการฝึก การปฏิบัติ ที่เป็นไปตามลำดับขั้นว่า ในทุกสาขาอาชีพจะมีการฝึก การปฏิบัติไปตามลำดับขั้น ในคำสอนของพระพุทธเจ้ามีลักษณะที่เป็นไปตามลำดับขั้นหรือไม่ ทรงตรัสตอบ ชี้แจงไล่เรียงไปจากศีล สมาธิ และ ปัญญา ซึ่งจะมีสาวกบางพวกที่บรรลุนิพพาน บางพวกไม่บรรลุ เพราะว่า พระองค์เป็นเพียงแค่ผู้บอกทางเท่านั้น เมื่อโมคคัลลานะพราหมณ์ฟังจบ ได้ประกาศตนเป็นอุบาสก ผู้ถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะไปตลอดชีวิตสูตร#2 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ เริ่มตั้งแต่ประสูติ จนถึงความคิดที่จะออกบวช Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
10/6/202157 minutes, 26 seconds
Episode Artwork

วิบากกรรม 6439-4s

สูตร#1 อิฏฐสูตร พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแก่อนาถบิณฑิกคฤหบดี ว่าด้วยธรรมที่น่าปรารถนา 5 ประการ ที่หาได้ยากในโลก ที่จะได้ด้วยการกระทำ การปฏิบัติ และปฏิปทาที่ถูกต้อง ไม่ได้ด้วยการอ้อนวอนร้องขอ เพราะเหตุแห่งความปรารถนานั้นสูตร#2 จูฬกัมมวิภังคสูตร พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแก่สุภมาณพ โตเทยยบุตร เพื่อทรงตอบปัญหาของ สุภมาณพ ว่าเหตุปัจจัยที่ทำให้มนุษย์เกิดมาทราม และประณีตต่างกัน เป็นเพราะมีข้อปฏิบัติ และปฏิปทาที่แตกต่างกันสูตร#3 ทักขิณาวิภังคสูตร พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแก่พระอานนท์ โดยปรารภการถวายทานของพระนางปชาบดีโคตมี โดยทรงแสดงทาน 2 ประเภท และความบริสุทธิ์แห่งทักษิณา 4 ประการ และทรงยกย่องอานิสงส์ของการให้กับหมู่สงฆ์มีมากกว่าให้กับบุคคล Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
9/29/202157 minutes, 19 seconds
Episode Artwork

หวานปานน้ำผึ้ง 6438-4s

สูตร#1 มหาสมัยสูตร การประชุมครั้งใหญ่ของเทวดาวาระหนึ่ง เพื่อมาเฝ้าพระพุทธเจ้า และชมปฏิปทาของภิกษุสงฆ์ จำนวน 500 รูป ซึ่งล้วนเป็นพระอรหันต์ เมื่อเทวดามาพร้อมกันแล้ว ได้มีเสนามารเข้ามาในที่ประชุมด้วยประสงค์ร้าย พระองค์ทรงรับสั่งให้พระสาวกระวังตัว ด้วยพุทธานุภาพ เสนามารไม่สามารถทำอะไรแก่พระสาวกได้ และได้กล่าวสรรเสริญพระสาวกของพระองค์ว่า เป็นผู้ชนะสงคราม ล่วงพ้นความหวาดกลัวแล้วสูตร#2 มธุปิณฑิกสูตร ธรรมเทศนาอันไพเราะ ที่ท่านพระมหากัจจายนะได้อธิบายขยายความพุทธพจน์ของพระพุทธเจ้าที่ท่านได้ยกหัวข้อแสดงไว้แก่ภิกษุแต่ภิกษุไม่เข้าใจ โดยได้แจกแจงเป็นเรื่องอายตนะทั้ง 6 เมื่อใคร่ครวญด้วยปัญญาทำให้เกิดความเข้าใจในธรรมซึมซาบเข้าสู่จิตใจได้สูตร#3 อินทรีย์ 5 พละ 5 ที่มีความเหมือนหรือต่างกันอย่างไร Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
9/22/20211 hour, 3 minutes, 34 seconds
Episode Artwork

กรรมเก่า และการสิ้นกรรม 6436-4s

เทวทหสูตร: พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ภิกษุ ขณะประทับอยู่ที่เทวทหะนิคม ทรงปรารภหลักคำสอนของพวกนิครนถ์ในเรื่องกรรมเก่า และการสิ้นกรรม ซึ่งพวกนิครนถ์เชื่อว่า กรรมเก่าให้ผลแน่นอนไม่มีข้อยกเว้น การหมดทุกข์จะมีได้ด้วยการบำเพ็ญเพียรอย่างแรงกล้า และการไม่ทำกรรมใหม่เพิ่มเติม ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิด และทรงแสดงความเชื่อเรื่องกฏแห่งกรรม และผลแห่งความเพียร ตามหลักคำสอนในศาสนาพุทธ โดยทรงยกอุปมาอุปไมยเปรียบเทียบไว้ 3 อย่าง ที่เมื่อใคร่ครวญแล้วจะทำให้เกิดความเข้าใจเนื้อหาในพระสูตรนี้ได้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
9/8/202158 minutes, 8 seconds
Episode Artwork

ผู้ชำนาญในวิถีทางแห่งวิตก 6435-4s

สูตร#1  วิตักกสัณฐานสูตร วิธีพิจารณาละวิตกฝ่ายอกุศล และตัวอย่างเปรียบเทียบ 5 ประการ ที่เมื่อละได้แล้ว จะทำให้จิตตั้งมั่น สงบ เกิดสมาธิขึ้น ตัดตัณหา ทำที่สุดแห่งทุกข์ได้สูตร#2  เทวธาวิตักกสูตร วิธีแบ่งความคิด (วิตก) ออกเป็น 2 ประเภท คือ กุศลวิตก และอกุศลวิตก ด้วยการมีสติแยกแยะความคิดที่เป็นอกุศล ว่าเกิดขึ้นแล้ว และกำจัดความคิดที่เป็นอกุศลออกไป ตั้งดำรงความคิดที่เป็นกุศลไว้ จะทำให้จิตไปตามทาง คือ มรรค สามารถทำสมาธิ ปัญญาให้แจ้ง และบรรลุธรรมได้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
9/1/202157 minutes, 15 seconds
Episode Artwork

ไม่มีกิเลสเพียงดังเนิน 6434-4s

สามัญญผลสูตร ตอนที่ 3 สมาธิเป็นเหตุให้ได้ผลเป็นปัญญา ซึ่งในการแสดงธรรมเรื่องของพรหมจรรย์ตลอดสายแก่พระเจ้าอชาตศัตรู ทำให้พระเจ้าอชาตศัตรูเกิดความเลื่อมใสทันที เพราะทรงเห็นผลประจักษ์ และโดยปกติแล้วจะต้องบรรลุธรรม แต่เนื่องจาก พระเจ้าอชาตศัตรูได้ทำอนันตริยกรรม (ปิตุฆาต) จึงทำให้ไม่มีดวงตาเห็นธรรม Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
8/25/202156 minutes, 59 seconds
Episode Artwork

สุขในปัจจุบันและมีสุขเป็นวิบาก 6433-4s

สามัญญผลสูตร ตอนที่ 2 พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระเจ้าอชาตศัตรู อธิบายถึงผลของการปฏิบัติในทางคำสอน ที่จะได้รับผลเป็นความสุข เห็นผลประจักษ์ในปัจจุบัน และสามารถปฏิบัติให้บริสุทธิ์บริบูรณ์ยิ่ง ๆ ขึ้นไป ก็จะให้ผลที่ประณีตกว่า ดีกว่าได้ ซึ่งศีล สมาธิ ปัญญานั้น เป็นผลของการปฏิบัติ โดยอาศัยเหตุที่เราสร้างขึ้นตามลำดับ เป็นขบวนการปฏิบัติที่จะให้ผลเป็นขั้น ๆ ดังที่ปรากฏในพระสูตรนี้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
8/18/202155 minutes, 49 seconds
Episode Artwork

ถามมะม่วงตอบขนุนสำปะลอ 6432-4s

สามัญญผลสูตร เป็นพระสูตรที่พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระเจ้าอชาตศัตรู ขณะประทับอยู่สวนมะม่วงของหมอชีวก ในตอนต้นพระเจ้าอชาตศัตรูได้เสด็จไปถามปัญหาเรื่องผลแห่งความเป็นสมณะจากพราหมณ์เจ้าลัทธิทั้ง 6 พราหมณ์เหล่านั้นได้ทูลอธิบายลัทธิของตนให้ทรงทราบ ซึ่งไม่ได้คำตอบตามที่ต้องการ หมอชีวกจึงได้ชักชวนพระเจ้าอชาตศัตรูไปทูลถามพระพุทธเจ้า พระผู้มีพระภาคทรงตรัสตอบและแสดงให้เห็นประจักษ์ว่าการบวชในพระพุทธศาสนามีผลดีมากกว่าอย่างไรพระสูตรที่ 2 ว่าด้วยภูเขาเวปุลละ พระผู้มีพระภาคทรงแสดงว่า สังสารวัฏมีระยะยาวนานจนภูเขาเวปุลละได้มีชื่อเรียกหลายอย่างและเคยเป็นภูเขาที่สูงมากใช้เวลาขึ้นลงเป็นเวลาหลายวัน แต่ทุกวันนี้ภูเขาเตี้ยมากสามารถขึ้นลงได้ในวันเดียว พระสูตรที่ 3 ว่าด้วยภูเขาอิสิคิลิ หรือภูเขากลืนฤษี ทรงแสดงพระนามของพระปัจเจกพุทธเจ้า ที่เคยมาตรัสรู้และอาศัยในภูเขานี้ และไม่ได้เสด็จกลับออกไป จำนวน 500 องค์ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
8/11/202155 minutes, 52 seconds
Episode Artwork

สุนักขัตตสูตร และฉวิโสธนสูตร 6431-4s

เป็น 2 พระสูตรที่นำมาเปรียบเทียบ เรื่องการพยากรณ์อรหัตตผลโดยชอบ การที่จะบรรลุคุณวิเศษอย่างใดอย่างหนึ่ง สามารถที่จะให้ผลเกิดขึ้นได้จากการปฏิบัติ ซึ่งผลนั้นสามารถตรวจสอบได้พระสูตรแรก เจ้าสุนักขัตตะ ลิจฉวีบุตร ทราบว่ามีภิกษุจำนวนมากมาเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาค และได้พยากรณ์อรหัตตผลของตน จึงทูลถามว่า ภิกษุเหล่านั้นพยากรณ์ถูกต้องตามความเป็นจริง หรือตามที่ตนเข้าใจเองว่าได้บรรลุ พระผู้มีพระภาคตรัสตอบ และทรงแสดงธรรมให้ฟังพระสูตรที่ 2 พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแก่ภิกษุ เพื่อให้รู้จักหลักการตรวจสอบการพยากรณ์อรหัตตผล เมื่อมีภิกษุพยากรณ์อรหัตตผลว่า จะเป็นจริงหรือไม่ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
8/4/20211 hour, 4 minutes, 22 seconds
Episode Artwork

เสลสูตร และกินติสูตร 6430-4s

พระสูตรแรก เป็นเรื่องราวของเสลพราหมณ์กับเกณิยชฏิล ที่เสลพราหมณ์ ได้ยินบทว่า “พุทโธ” จากเกณิยชฏิล เกิดความสนใจจึงได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค และได้เห็นลักษณะมหาบุรุษ 32 ประการตามมนต์ของพวกพราหมณ์ ได้สอบถามธัมม์ ได้ฟังธัมม์แล้วเกิดความเลื่อมใสขอบวชในวันนั้นเป็นพระภิกษุชื่อเสละพร้อมด้วยบริวาร ต่อมาได้บรรลุเป็นพระอรหันต์พระสูตรที่ 2 ทรงแสดงแก่ภิกษุ ปรารภความคิดเห็นของภิกษุที่มีต่อพระองค์ และทรงอธิบายถึงวิธีการปฏิบัติที่เมื่อมีการขัดแย้งกันเกิดขึ้นในหมู่ภิกษุ ให้กำหนดเนื้อความให้ดี แล้วเข้าไปหาคนที่ว่าง่าย และทิฏฐิน้อยที่สุด ให้คิดว่าการลำบากจากการบอกเป็นเรื่องเล็กน้อย แล้วจึงบอกสอนชี้แจงอย่างมีเหตุผลโดยไม่ยกตนข่มผู้อื่นทั้ง 2 พระสูตร แสดงถึงความมหัศจรรย์ในคำสอนของพระพุทธเจ้า ทั้งคนที่มีศรัทธาถือรูปเป็นประมาณ กรณีของเสลพราหมณ์ หรือเหล่าภิกษุที่ถือธรรมเป็นประมาณ ในกินติสูตร ที่เมื่อเราศึกษาทำความเข้าใจแล้วนำมาปฏิบัติ น้อมเข้าสู่ใจเราก็จะมีความศรัทธา มีปัญญาที่จะทำให้ถึงนิพพานได้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
7/28/202153 minutes, 16 seconds
Episode Artwork

ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร และอนัตตลักขณสูตร 6429-4s

เป็นเรื่องราวของการนำกงล้อ คือ จักรอันประกอบด้วยธรรมอันประเสริฐที่ให้หมุนไป คือ การแสดงธรรมจักกัปปวัตตนสูตรและอนัตตลักขณสูตร เป็น 2 พระสูตรแรก ที่พระพุทธเจ้าแสดงแก่ปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 มี ท่านโกณฑัญญะ เป็นหัวหน้า เพราะท่านเหล่านี้เป็นผู้มีธุลีในดวงตาแต่น้อย ซึ่งธัมมจักกัปปวัตตนสูตร มีเนื้อหารายละเอียดที่ได้กล่าวถึงเรื่องอริยสัจ 4 ที่เมื่อท่านแสดงจบลง ท่านโกณฑัญญะได้บรรลุธรรมเป็นพระโสดาบัน และได้ทรงแสดงอนัตตลักขณสูตร ที่เจาะลึกเรื่องของทุกข์ ทำให้ภิกษุทั้ง 5 ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ เป็น 2 พระสูตรที่มีความสำคัญมาก คนที่มีปัญญา มีความเพียร จะสามารถทำความเข้าใจได้  Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
7/21/202156 minutes, 20 seconds
Episode Artwork

อัสสลายนสูตร 6428-4s

เป็นเรื่องราวของเด็กหนุ่มอายุ 16 ปี ชื่อ อัสสลายนมาณพ เป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ จบไตรเพท เป็นผู้ที่พราหมณ์ทั้งหลายยกย่อง จึงได้ชักชวนมาณพให้ไปเจรจาโต้ตอบกับพระพุทธเจ้า เนื่องจากพวกพราหมณ์ไม่พอใจในคำสอนของพระพุทธเจ้า ที่ทรงบัญญัติความบริสุทธิ์ที่ทั่วไปแก่วรรณะ 4 เพราะพวกพราหมณ์เชื่อว่า วรรณะพราหมณ์ประเสริฐที่สุด บริสุทธิ์ที่สุด พระผู้มีพระภาคจึงได้ตรัสอธิบายเรื่องวรรณะ 4 จำพวก ที่ไม่ว่าจะวรรณะไหนก็สามารถที่จะทำดี หรือทำไม่ดีได้ และเรื่องของปัญญา ความรู้ คุณธรรม ที่ถ้าคุณธรรมดี ก็จะดีกว่าปัญญา ความรู้ หรือชาติกำเนิดโดยทรงซักถามให้ยอมรับในประเด็นต่าง ๆ และได้ทรงยกเรื่องในอดีต ที่ฤาษี 7 ตนมีความเห็นเช่นนี้ ก็ถูกอสิตเทวลฤาษีซักไซ้ไล่เลียงตอบไม่ได้ ได้แต่นั่งนิ่ง เก้อเขิน คอตก ซบเซา หมดปฏิภาณ เช่นกัน ในที่สุด อัสสลายนมาณพได้กราบทูลยกย่องพระผู้มีพระภาคและแสดงตนเป็นอุบาสกตลอดชีวิต Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
7/14/202155 minutes, 36 seconds
Episode Artwork

โพธิราชกุมารสูตร 6427-4s

พระสูตรนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงแก่โพธิราชกุมาร ขณะประทับอยู่ ณ เภสกฬาวัน ในงานสมโภชปราสาทชื่อ โกกนุท ที่มีลักษณะเหมือนดอกบัวลอยน้ำ แล้วทรงเล่าพระประวัติของพระองค์ตั้งแต่ตอนที่บำเพ็ญความเพียรจนถึงตรัสรู้ธรรม จนกระทั่งไปถึงการประกาศสอนศาสนา จนคนบรรลุตามได้ เป็นความน่าอัศจรรย์ ที่มีพระพุทธเจ้า มีคำสอน คือ ธรรม ที่ถ้าเมื่อใครปฏิบัติตามด้วยความเพียร 5 ประการ ก็จะทำให้แจ้งประโยชน์ยอดเยี่ยมอันเป็นที่สุดแห่งพรหมจรรย์ได้ โดยใช้เวลาเพียง 7 ปี 7เดือน หรือแค่ 7วัน 7 คืน หรือสั่งสอนในเวลาเช้า บรรลุในเวลาเย็น สั่งสอนในเวลาเย็น บรรลุในเวลาเช้าได้ โพธิราชกุมารทูลสรรเสริญพระพุทธเจ้า และแสดงตนเป็นอุบาสกถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
7/7/202147 minutes, 31 seconds
Episode Artwork

มฆเทวสูตร และฆฏิการสูตร 6426-4s

เป็นพระสูตรที่พระพุทธเจ้าทรงเล่าเรื่องของพระองค์เองที่เกิดมาในชาติก่อน ๆ พระสูตรแรก เป็นสมัยที่พระองค์เกิดเป็นพระเจ้ามฆเทวะ ที่มีข้อปฏิบัติอันดี ที่เรียกว่าเป็นกัลยาณวัตร ที่ได้มอบเป็นมรดกไว้ให้รุ่นลูก รุ่นหลานได้นำไปปฏิบัติ และได้เปรียบเทียบถึงวัตรอันงามที่ท่านทิ้งไว้เป็นมรดกในครั้งนี้ที่ท่านเป็น พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า คือ อริยมรรคมีองค์ 8พระสูตรที่ 2 เป็นสมัยที่พระองค์เกิดเป็นมานพชื่อ โชติปาล มีกัลยาณมิตรเป็นช่างปั้นหม้อชื่อ ฆฏิการ ที่ได้ชักชวนกันไปฟังธรรมในสมัยของพระพุทธเจ้ากัสสปะ เมื่อฟังธรรมแล้วโชติปาลมานพได้ออกบวช Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
6/30/20211 hour, 22 seconds
Episode Artwork

จูฬสกุลุทายิสูตร และอนุปทสูตร 6425-4s

พระสูตรแรกเป็นเรื่องราวของปริพาชกที่ชื่อ สกุลุทายี ที่เมื่อฟังธรรมของพระพุทธเจ้าแล้วเกิดความเลื่อมใสขอพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์เป็นสรณะ ตัดสินใจจะออกบวชแต่หมู่คณะของท่านได้ห้ามเอาไว้ ท่านจึงไม่ได้ออกบวช  มีเนื้อหาที่น่าสนใจ คือ ธรรมใดที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแล้วทำให้สกุลุทายีเปลี่ยนแปลงความคิดจะออกบวชมาในคำสอนของพระพุทธเจ้าได้พระสูตรที่ 2 เป็นเรื่องการบรรลุธรรมของท่านพระสารีบุตร ที่ท่านเป็นผู้ถึงวสี (ความชำนาญ) และถึงบารมี (ความสำเร็จ) Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
6/23/202159 minutes, 14 seconds
Episode Artwork

สมณมุณฑิกสูตร และโจทนาสูตร 6424-4s

พระสูตรแรก ว่าด้วย ปริพาชกชื่ออุคคาหมานะ สมณมุณฑิกาบุตร เป็นเรื่องของนายช่างไม้ชื่อ ปัญจกังคะ ที่ฟังข้อธรรมจากปริพาชกแล้วไม่ได้ปักใจเชื่อ แต่ได้นำข้อธรรมที่สงสัยนั้นไปถามท่านผู้รู้ คือ พระพุทธเจ้า การนำคำถามไปสอบถามท่านผู้รู้ เป็นวิธีการที่จะทำให้เรามีความฉลาดขึ้น มีปัญญาเพิ่มขึ้นพระสูตรที่ 2 ว่าด้วย คุณสมบัติของภิกษุผู้เป็นโจทก์ โดยพระสารีบุตรแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าจะวางจิตอย่างไรเมื่อเราเป็นผู้โจทคนอื่น หรือเมื่อถูกคนอื่นโจทก์ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
6/16/20211 hour, 1 minute, 7 seconds
Episode Artwork

ธรรมเทศนาพระสารีบุตร 6423-4s

เรื่องราวที่ท่านพระสารีบุตรได้เทศนาสั่งสอนไว้ในตอนนี้มี 4 พระสูตร พระสูตรแรก ท่านพระสารีบุตรแสดงธรรมให้ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีฟัง ก่อนที่จะทำกาลกิริยาแล้วไปเกิดในหมู่เทพชั้นดุสิตพระสูตรที่ 2 ว่าด้วยการจำแนกสัจจะ ที่ท่านพระสารีบุตรสามารถที่จะบอก แสดง บัญญัติ กำหนด เปิดเผย จำแนก ทำให้ง่ายซึ่งอริยสัจ 4 ได้โดยพิสดารพระสูตรที่ 3 ว่าด้วยพระสารีบุตรถูกโจทย์โดยภิกษุรูปหนึ่งด้วยคำไม่จริง ประเด็นที่น่าสนใจ คือ การอุปมาอุปไมย 9 อย่าง เปรียบเทียบการวางจิตใจของเราเมื่อถูกโจทย์ด้วยคำไม่จริงพระสูตรที่ 4 ว่าด้วยการจำแนกปฏิสัมภิทา 4 อย่าง  Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
6/9/202159 minutes, 26 seconds
Episode Artwork

ธนัญชานิสูตร และสุสิมสูตร 6422-4s

เป็นพระสูตรว่าด้วยพราหมณ์ชื่อธนัญชานิ ผู้ประพฤติมิชอบด้วยการเบียดบังพระราชา และเบียดเบียนประชาชน เมื่อท่านพระสารีบุตรทราบว่าธนัญชานิพราหมณ์เป็นผู้ประมาท ท่านได้ไปโปรดเตือนสติ และแสดงธรรมให้ฟังโดยยกธรรมขึ้นมาให้เห็นว่า ไม่ว่าจะด้วยเหตุเงื่อนไขปัจจัยใดในการดำเนินชีวิตก็ตาม ผู้ประพฤติธรรม และประพฤติสม่ำเสมอย่อมประเสริฐกว่าผู้ประพฤติอธรรมและประพฤติไม่สม่ำเสมอ และในตอนจบธนัญชานิพราหมณ์ตายไป สถิตย์ในสวรรค์ชั้นพรหมพระสูตรที่ 2 เป็นพระสูตรที่ท่านพระอานนท์ และสุสิมเทพบุตรกล่าวสรรเสริญท่านพระสารีบุตร Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
6/2/202158 minutes, 17 seconds
Episode Artwork

มหาหัตถิโทปมสูตร 6421-4s

พระสูตรอุปมาว่าด้วยรอยเท้าช้างสูตรใหญ่ เป็นพระสูตรที่ท่านพระสารีบุตรแสดงแก่ภิกษุ ขณะพักอยู่เชตวัน ท่านได้อธิบายอริยสัจ 4 โดยเอานัยยะของธาตุทั้ง 4 มาเป็นตัวแปร แต่อธิบายรายละเอียดเฉพาะทุกขอริยสัจเท่านั้น และในตอนท้ายพระสูตรมีเรื่องของปฏิจจสมุปบาท อธิบายเพื่อให้ข้อธรรมทั้งหมดรวมลงในอริยสัจ 4 เหมือนรอยเท้าของสัตว์ทั้งหลาย รวมลงในรอยเท้าช้างและมีพระสูตรเพิ่มเติม คือ โกฏฐิกสูตร และปัญหาปุจฉสูตร ว่าด้วยเรื่องสิ่งที่คิดปรุงแต่ง และเครื่องเกาะเกี่ยว อุปมาด้วยโคดำและโคขาวที่ผูกติดด้วยเชือกเส้นเดียวกัน Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
5/26/20211 hour, 1 minute, 22 seconds
Episode Artwork

สัมมาทิฏฐิสูตร 6420-4s

เป็นเรื่องราวที่ท่านพระสารีบุตรได้อธิบายถึงลักษณะของสัมมาทิฏฐิ โดยอธิบายไล่เรียงตามลำดับแต่ละอาการของปฏิจจสมุปบาท  ตามนัยยะของอริยสัจ 4 จุดที่น่าสนใจ คือ ท่านพระสารีบุตรอธิบายเพิ่มเติมที่พระพุทธเจ้าท่านอธิบายไว้สุดจบที่อวิชชา ท่านได้อธิบายต่อถึงอาสวะ ซึ่งอาสวะและอวิชชานั้นมีความเกี่ยวข้องกัน Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
5/19/202133 minutes, 3 seconds
Episode Artwork

ทสุตตรสูตร ตอนที่ 3 6419-4s

ตอนจบของ series ในพระสูตรที่ว่าด้วยหมวดธรรม 10 ประการ ในตอนนี้เป็นหมวด ธรรม 9 ประการ และ หมวดธรรม 10 ประการ และเพิ่มเติมหมวดธรรม 6 ประการ ที่ขาดอยู่ (ตอนที่ 1) ในหมวดที่ 9 และ 10 นี้ มีข้อธรรมที่น่าสนใจ ให้ลองนำไปพิจารณา คือ ธรรมที่เป็นฝ่ายเจริญและฝ่ายเสื่อม ซึ่งว่าด้วยเหตุผูกอาฆาต และอุบายเป็นเครื่องกำจัดอาฆาต ซึ่งในธรรมทั้งหมด 10 ประการนี้ หากเราพิจารณาตามหัวข้อที่ท่านได้ไล่เรียงมา ความแตกฉานในธรรมของเราจะมีมาก ด้วยการพิจารณาใคร่ครวญ แยกหมวดหมู่ให้สามารถนำไปใช้งาน สามารถนำไปปฏิบัติ โดยเฉพาะธรรมที่ควรละ ธรรมที่ควรทำให้เกิดขึ้น หรือธรรมที่มีอุปการะมาก ปฏิบัติตามแล้ว เราก็จะเป็นผู้ที่มีส่วนแห่งความเจริญ มีส่วนแห่งความรู้ยิ่ง รู้แจ้งเพิ่มขึ้นไป Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
5/12/202155 minutes, 46 seconds
Episode Artwork

ทสุตตรสูตร ตอนที่ 2 6418-4s

ในตอนที่ 2 นี้ เป็นหัวข้อ ธรรม 7 ประการ และธรรม 8 ประการ ซึ่งมีส่วนที่เหมือนกันในสังคีติสูตร หรือบางข้อเป็นการขยายความมา เช่น ในธรรม 4 ข้อ ขยายออกมาได้ใน 8 ข้อเหล่านี้ ข้อที่น่าสังเกตุ คือ มีการจัดรวมหมวดหมู่ธรรมในอีกลักษณะหนึ่ง เป็นการเปรียบเทียบกันไป เช่น หัวข้อธรรมเป็นในฝ่ายเสื่อม จะตรงกันข้ามกับข้อธรรมที่เป็นฝ่ายคุณวิเศษ ส่วนหัวข้อธรรมที่แทงตลอดได้โดยยาก มีเนื้อหาที่ถ้าเราละได้แล้วจะดีขึ้นมา Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
5/5/202133 minutes, 20 seconds
Episode Artwork

ทสุตตรสูตร ตอนที่ 1 6417-4s

พระสูตรว่าด้วยธรรม 1 ถึง 10 ประการ ที่ท่านพระสารีบุตรแสดงแก่พระภิกษุ ขณะตามเสด็จพระผู้มีพระภาคไปพัก ณ ฝั่งสระโบกขรณีชื่อ คัคครา ใกล้กรุงจัมปา ประกอบด้วยหมวดธรรมตั้งขึ้นเป็นหลัก 10 หมวด ที่มีองค์ธรรม 1 ประการ ถึง 10 ประการเข้าประกอบ เริ่มตั้งแต่ข้อ 1 ธรรมที่มีอุปการะมาก จนถึงข้อ 10 ธรรมที่ควรทำให้แจ้ง รวมธรรมทั้งหมดเกินกว่า 100 ข้อ เป็นความสวยงามอีกรูปแบบหนึ่งในการทำสังคายนา (ในที่นี้เป็น series มี 3 ตอน) Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
4/28/202159 minutes, 26 seconds
Episode Artwork

สังคีติสูตร ตอนที่ 5 6416-4s

เป็นตอนจบของพระสูตรนี้ มีเรื่องราวเพิ่มเติมของหมวดที่ 8 หมวดที่ 9 และหมวดที่ 10 ในหมวด 9 มีเนื้อหาที่สำคัญ คือ เรื่องของการละความผูกอาฆาต เรื่องการเข้าฌานสมาธิทั้ง 9 ขั้น ส่วนหมวดที่ 10 เรื่องธรรมอันเป็นเครื่องอยู่ของพระอริยเจ้า ที่ตัดละองค์ 5 มีธรรมเป็นที่พึ่งอีก 4 ด้าน และรวบรวมหัวข้อต่าง ๆ ได้ 10 ประการ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
4/21/20211 hour, 30 seconds
Episode Artwork

สังคีติสูตร ตอนที่ 4 6415-4s

หมวดที่ 7 และ หมวดที่ 8 มีเรื่องราวที่น่าสนใจ คือ เรื่องของโพชฌงค์ บริขารแห่งสมาธิ 7 ประการ ส่วนหมวด 8 เป็นเรื่องการทำความเพียร มรรค 8 เหตุที่ทำให้เกิดความเกียจคร้าน และความขยัน ธรรมทั้งหลายเหล่านี้พระพุทธเจ้าตรัสไว้โดยชอบแล้ว เราทำความเข้าใจให้สอดคล้องตรงกัน ไม่วิวาทกัน ไปในทางเดียวกัน จะเป็นประโยชน์ เป็นไปเพื่อความรู้ยิ่ง รู้พร้อม นิพพานได้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
4/14/202155 minutes, 56 seconds
Episode Artwork

สังคีติสูตร ตอนที่ 3 6414-4s

หมวดที่ 5 และหมวดที่ 6 มีเรื่องราวที่น่าสนใจในหมวดนี้ คือ เรื่องการพิจารณา อนิจจสัญญา อนัตตสัญญา ซึ่งมีรายละเอียดอยู่ในหมวด 5 ตอนท้าย และในหมวดที่ 6 ที่กล่าวถึง ผัสสะ อายตนะต่าง ๆ ที่ละเอียดลึกซึ้ง และเรื่องสาราณียธรรม ธรรมที่เป็นเหตุให้ระลึกถึง เหตุแห่งการไม่วิวาทกัน ที่เมื่อฟังแล้วจะทำให้เกิดความรู้แตกฉาน เกิดเป็นสัมมาทิฏฐิขึ้นได้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
4/7/202116 minutes, 14 seconds
Episode Artwork

สังคีติสูตร ตอนที่ 2 6413-4s

ตอนที่ 2 เป็นหมวดที่ 4 และหมวดที่ 5 ซึ่งเรื่องราวในส่วนนี้จะซ้ำกันกับในอังคุตรนิกายหมวดต่าง ๆ และด้วยปัญญาของท่านพระสารีบุตร ท่านได้รวบรวมหัวข้อในบางจุดที่พระพุทธเจ้าตรัสแยกเป็นส่วน ๆ ให้เป็นหมวดหมู่ให้เกิดความเข้าใจได้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
3/31/202157 minutes, 7 seconds
Episode Artwork

สังคีติสูตร ตอนที่ 1 6412-4s

เป็นเรื่องราวของการทำสังคยานาครั้งแรกต่อหน้าพระพุทธเจ้า โดยท่านพระสารีบุตร ซึ่งเป็นต้นแบบของการทำสังคยานาพระธรรมวินัยในสมัยต่อมา ที่ท่านได้รวบรวมธรรมหลายหมวดไว้ด้วยกัน เป็นธรรมที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ดี ประกาศไว้ดี เป็นเครื่องนำออกจากทุกข์ จึงเป็นหน้าที่ของภิกษุทั้งหลายจะพร้อมกันเอามากล่าวทบทวน ประกาศสวดขึ้นพร้อมกัน เพื่อให้พรหมจรรย์ตั้งอยู่ได้นาน และเป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่ชนเป็นอันมาก เพื่ออนุเคราะห์ชาวโลกสืบไปตอนนี้เป็นตอนที่ 1 เป็นเนื้อหาตั้งแต่ต้นถึงหมวดที่ 4 และสามารถติดตามรับฟังเนื้อหาพระสูตรที่เหลือตอนต่อไปใน episode ต่อ ๆ ไป Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
3/24/202158 minutes, 3 seconds
Episode Artwork

สัมปสาทนียสูตร 6411-4s

พระสูตรว่าด้วยการบันลือสีหนาถของพระสารีบุตร ที่ท่านพระสารีบุตร ประกาศสรรเสริญคุณของพระพุทธเจ้าที่มีมากมายมหาศาล และแจกแจงธรรมบรรยายไว้ในนัยยะต่าง ๆ ว่าทรงแสดงธรรมเป็นสวาขาตะธรรม เรื่องการบัญญัติบุคคล เรื่องคำสอน ปฏิปทา ฌาณสมาธิ และปัญญา คำสอนต่าง ๆ มีรายละเอียดน่าอัศจรรย์ ลึกซึ้ง ไม่มีสมณะ หรือพราหมณ์อื่นที่จะมีความรู้ยิ่งไปกว่าพระผู้มีพระภาคในทางพระสัมโพธิญาณฯ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
3/17/20211 hour, 3 minutes, 15 seconds
Episode Artwork

อัคคัญญสูตร 6410-4s

พระสูตรว่าด้วยต้นกำเนิดของโลก ทรงแสดงแก่สามเณรชื่อ วาเสฏฐะ และภารทวาชะ เป็นตอนที่ทรงชี้แจงให้เข้าใจถึงความเป็นมาของวรรณะ 4 ที่พวกพราหมณ์เข้าใจเรื่องระบบวรรณะผิดพลาดคลาดเคลื่อนไป ไม่รู้เรื่องความเป็นมาของวรรณะตามความเป็นจริง และทรงแสดงการกำเนิด หรือวิวัฒนาการของโลก ตั้งแต่ตอนต้นแห่งวิวัฏฏกัปที่โลกก่อตัวขึ้นใหม่ จนมีมนุษย์เกิดขึ้น และวิวัฒนาการของระบบสังคม เศรษฐกิจและการเมืองไว้อย่างน่าสนใจ และทรงสรุปเน้นย้ำในเรื่อง การประพฤติสุจริต ตรัสสอนให้เจริญโพธิปักขิยธรรม เป็นธรรมที่จะให้เกิดการบรรลุธรรม และหลุดพ้นได้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
3/10/20215 minutes, 30 seconds
Episode Artwork

จักกวัตติสูตร 6409-4s

พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแก่ภิกษุ ตรัสสอนให้ พึ่งตนพึ่งธรรม ไม่พึ่งสิ่งอื่น ด้วยการเจริญสติปัฏฐาน 4 เพราะการพึ่งตนพึ่งธรรม ทำให้เจริญด้วย อายุ วรรณะ สุขะ โภคะ และพละ และให้ประพฤติธรรมอันเป็นโคจรที่สืบเนื่องมาจากบิดา (พระองค์เอง) บุญกุศลจะเจริญยิ่งขึ้น มารจะขัดขวางไม่ได้ และได้ตรัสอธิบายถึง การที่จะมาเป็น และความเสื่อมไปของพระเจ้าจักรพรรดิ เหตุความเสื่อมไปของอายุขัยของมนุษย์ถึงสมัยหนึ่งที่มนุษย์มีอายุขัยแค่ 10 ปี จนกระทั่งถึงคราวที่มนุษย์กลับเจริญรุ่งเรืองขึ้นอีกครั้ง มีอายุมากขึ้นอีก มีพระพุทธเจ้า นามว่า เมตไตรย เสด็จอุบัติขึ้นในโลก จะทรงสั่งสอนธรรมอย่างเดียวกับพระองค์ในบัดนี้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
3/3/20211 hour, 10 minutes, 3 seconds
Episode Artwork

ปาฎิกสูตร ตอนที่ 2 6408-4s

เป็นตอนจบของพระสูตรนี้ เป็นตอนที่ปาฏิกบุตร หลอกลวงประชาชน ในลักษณะที่โอ้อวดว่าสามารถแสดงอิทธิปาฏิหาริย์ ได้มากกว่าพระพุทธเจ้าเป็นทวีคูณ แต่พอจะให้เกิดการพิสูจน์ ก็ไม่สามารถที่จะทำความชัดแจ้ง ให้ถึงการตรวจสอบที่ถูกต้องได้ ท่านเปรียบเหมือนสุนัขจิ้งจอกที่เห็นราชสีห์มีความสามารถ มีกำลัง มีการคำราม ตัวเองก็เอาอย่างบ้าง แต่ก็ไม่สามารถคำรามให้เสียงเป็นเหมือนอย่างราชสีห์ได้เนื้อหาที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ เรื่องกำเนิดของโลก ที่ไม่ได้เกิดจากพรหม หรือพระพุทธเจ้าเป็นผู้สร้าง ที่ถ้ามีความเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้ว จะไม่ยึดมั่นถือมั่นในสิ่งนั้น ๆ รู้ถึงความดับ และไม่ดำเนินไปสู่ความเสื่อมได้นั่นเอง Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
2/24/20211 minute, 8 seconds
Episode Artwork

ปาฏิกสูตร ตอนที่ 1 6407-4s

พระสูตรว่าด้วยนักบวชเปลือยชื่อปาฏิกบุตร ซึ่งเป็นนักบวชเปลือย 1 ใน 3 คน ที่ปรากฏในพระสูตรนี้เป็นเรื่องราวที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแก่ ภัคควโคตรปริพาชก ทรงปรารภคำทูลถามเรื่อง เจ้าสุนักขัตตะ ลิจฉวีบุตรลาสิกขา จึงทรงเล่าสาเหตุที่ เจ้าสุนักขัตตะ ลาสิกขาโดยอ้างเหตุผล 2 ประการ คือ (1) ไม่ทรงแสดงปาฏิหาริย์ให้ดู (2) ไม่ทรงประกาศทฤษฎีว่าด้วยต้นกำเนิดของโลก ซึ่งในตอนท้ายของพระสูตรได้ทรงตรัสเล่าเรื่องทฤษฏีว่าด้วยต้นกำเนิดของโลกในตอนนี้ เป็นตอนที่พระพุทธเจ้า ตรัสเล่าย้อน ตอนที่อบรมภิกษุสุนักขัตตะ ที่ไปเคารพนักบวชเปลือย 3 คน โดยปรารภว่าในเรื่องอิทธิปาฏิหาริย์นั้น ทรงแสดงให้เจ้าสุนักขัตตะ ขณะนั้นยังเป็นภิกษุทำหน้าที่อุปัฏฐากพระองค์ ดูถึง 3 ครั้ง และเจ้าสุนักขัตตะก็ยอมรับว่าทรงแสดงแล้ว แต่ก็ยังมีความคิดผิดเพี้ยนไป Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
2/17/202158 minutes, 10 seconds
Episode Artwork

จูฬสัจจกสูตร และจูฬวัจฉโคตตสูตร 6406-4s

พระสูตรแรก เป็นเรื่องราวที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแก่สัจจกะ นิครนถบุตร เป็นการสนทนาธรรมแบบถาม-ตอบเชิงโต้วาทะประคารม มีอุปมาอุปไมยประกอบ ด้วยลักษณะคำถามที่ชงแต่งมาเรียบร้อยแล้ว โดย สัจจกนิครนถ์หาข้อมูลจากพระอัสสชิ ถามว่า พระสมณโคดมแนะนำสาวกว่าอย่างไร และคำสอนส่วนใหญ่ว่าด้วยเรื่องอะไร ได้คำตอบแล้วรู้ถึงหลักการ คือ ความไม่เที่ยงของขันธ์ 5 จึงนำเรื่องนี้มาโต้วาทะกับพระองค์ พระสูตรที่ 2 พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแก่ ปริพาชกที่นามสกุล วัจฉะ โต้เถียงในเรื่องความเป็นสัพพัญญูของพระองค์ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
2/10/202154 minutes, 16 seconds
Episode Artwork

มหาสัจจกสูตร 6405-4s

พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแก่สัจจกะ นิครนถบุตร เป็นการสนทนาแบบถาม-ตอบ ในเรื่องของกายภาวนา และจิตตภาวนา ซึ่งนิครนถ์มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่า กายภาวนานั้น หมายถึง การทำทุกรกิริยา และไม่เข้าใจเรื่องจิตตภาวนา จึงทรงอธิบายการเจริญภาวนาทั้ง 2 อย่าง ที่ถ้าเราทำได้แล้ว จะอยู่เหนือสุขและทุกข์ได้ แต่สัจจกนิครนถ์ ที่มีความสงสัยไม่ลงใจ พยายามที่จะคิดโต้แย้ง และกล่าวกระทบกระเทียบพระองค์ จึงทรงเล่าพุทธประวัติตอนบำเพ็ญสมาบัติ ในสำนักอาฬารดาบส และอุทกดาบส แม้ได้สุขของสมาธิขั้นลึกซึ้ง แต่ก็ไม่เผลอเพลินไปตามสุขเวทนานั้น และเมื่อทำทุกรกิริยา ได้รับทุกขเวทนาอันหนักหน่วง ทุกขเวทนานั้นก็ไม่อาจครอบงำจิตของพระองค์ได้ ทำให้สัจจกนิครนถ์มีความศรัทธา กล่าวสรรเสริญพระองค์ ชื่นชมยินดีพระภาษิตของพระผู้พระภาค Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
2/3/20211 hour, 4 minutes, 46 seconds
Episode Artwork

พรหมชาลสูตร ตอนที่ 3 6404-4s

ตอนที่ 3 พระสูตรนี้นอกจากชื่อ พรหมชาลสูตร (ข่ายแห่งพระสัพพัญญุตญาณอันประเสริฐ) ยังมีชื่ออื่นอีก 4 ชื่อ คือ อัตถชาลสูตร (ข่ายแห่งประโยชน์) ธัมมชาลสูตร (ข่ายแห่งธรรม) ทิฏฐิชาลสูตร (ข่ายแห่งทิฏฐิ) และสังคามวิชยสูตร (ตำราพิชัยสงคราม) ที่ผู้ฟังสูตรนี้จบแล้ว จะสามารถพิชิต เทวปุตตมาร ขันธมาร มัจจุมาร หรือกิเลสมารได้ พระผู้มีพระภาคทรงสรุปไว้ว่า ทิฏฐิเหล่านี้เป็นมิจฉาทิฏฐิ ไม่ใช่ทางให้พ้นทุกข์ได้เลย แต่กลับทำให้ผู้ที่เชื่อถือ เพราะไม่รู้ตามความเป็นจริงถูกลัทธิเหล่านี้ ซึ่งเป็นดุจตาข่ายครอบคลุมเอาไว้ต้องประสบทุกข์ เปรียบเหมือนปลาที่ถูกแหครอบคลุมไว้ติดอยู่ในแหนี้ เมื่อผุดขึ้นก็ผุดอยู่ในแหนี้ มิอาจหลุดพ้นไปได้  Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
1/27/202156 minutes, 37 seconds
Episode Artwork

พรหมชาลสูตร ตอนที่ 2 6403-4s

พรหมชาลสูตร หรือ ตำราพิชัยสงครามอันยอดเยี่ยม ที่พระผู้มีพระภาคตรัสแจกแจงทิฏฐิทั้ง 62 ไว้ดังนี้ว่า มีสมณพราหมณ์บางพวกประกาศวาทะแสดงลัทธิโดยปรารภขันธ์ส่วนอดีตซึ่งเรียกว่า ปุพพันตกัปปิกวาทะ มี 18 ลัทธิ และปรารภขันธ์ส่วนอนาคตและปัจจุบันซึ่งเรียกว่า อปรันตกัปปิกวาทะ อีก 44 ลัทธิซึ่งในตอนที่ 2 นี้เป็นความเห็นที่กำหนดขันธ์ส่วนอนาคต และได้ทรงตรัสสรุปท้ายพระสูตรว่า พระองค์ทรงรู้แจ้งมูลเหตุแห่งทิฏฐิเหล่านี้ และทรงรู้ด้วยว่าผู้ที่ยึดถือทิฏฐิเหล่านี้มีคติและภพเบื้องหน้าเป็นอย่างไร พระองค์จึงไม่ทรงยึดมั่นถือมั่น เมื่อไม่ทรงยึดมั่นถือมั่นจึงทรงรู้แจ้งความเกิด ความดับ คุณ โทษแห่งเวทนา และอุบายวิธีที่ทำให้สลัดเวทนาออกไปได้ พระองค์จึงทรงหลุดพ้น Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
1/20/202156 minutes, 36 seconds
Episode Artwork

พรหมชาลสูตร ตอนที่ 1 6402-4s

พระผู้มีพระภาคตรัสแก่ภิกษุ ขณะทรงพักแรม ณ พระตำหนักหลวงในพระราชอุทยานอัมพลัฏฐิกา ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างกรุงราชคฤห์กับเมืองนาลันทา โดยทรงปรารภคำติเตียนพระรัตนตรัยของปริพาชกชื่อสุปปิยะ และคำสรรเสริญพระรัตนตรัยของพรหมทัตตมาณพผู้เป็นศิษย์ ซึ่งมีถ้อยคำขัดแย้งกัน และกล่าวถึงปัญญาอันประเสริฐของพระองค์ จากนั้นทรงแสดงในเรื่องทิฏฐิไว้ 62 ทิฏฐิ ซึ่งครอบคลุมทิฏฐิ หรือลัทธิทั้งหมดที่แพร่หลายอยู่ในสมัยนั้น ทรงถือว่า ลัทธิเหล่านั้นเป็นมิจฉาทิฏฐิตอนที่ 1 เป็นความเห็นกำหนดขันธ์ส่วนอดีต และขันธ์ที่เป็นส่วนอนาคตบางส่วน ซึ่งพระผู้มีพระภาคตรัสถึงสาเหตุที่คนทั้งหลายกล่าวสรรเสริญพระองค์ ทรงงดเว้นจากข้อห้ามในศีลทั้ง 3 ชั้น และทรงเป็นพระสัพพัญญุตญาณ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
1/13/202157 minutes, 48 seconds
Episode Artwork

ทีฆนขสูตร ปัญญาพระสารีบุตร 6401-4s

ฑีฆนขสูตร พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแก่ฑีฆนขปริพาชก ซึ่งเป็นหลานของท่านพระสารีบุตร ได้ทรงอธิบายเกี่ยวกับความเห็นของเขาและของสมณพราหมณ์ที่มีอยู่ 3 จำพวก ที่มีความเห็นแตกต่างกัน ทำให้เกิดการทุ่มเถียงกัน ทำลายกัน และ เรื่องของเวทนา ที่มีการเกิดขึ้น ดับไป มีเหตุมีเงื่อนไขปัจจัยของมัน แล้วตรัสชี้โทษของการยึดถือและคุณของการปล่อยวาง ผลคือ ฑีฆนขปริพาชกได้เป็นพระโสดาบัน ส่วนท่านพระสารีบุตร ถวายงานพัดในที่นั้น ได้เป็นพระอรหันต์อนุปทสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุ ทรงตรัสสรรเสริญท่านพระสารีบุตรให้ภิกษุทั้งหลายฟังว่า ท่านพระสารีบุตรมีความฉลาดล้ำ มีปัญญาเลิศ มากกว่าภิกษุอื่น สามารถเห็นแจ้งธรรมตามลำดับบทได้เพียงกึ่งเดือน เห็นแจ้งตามลำดับบท คือ บรรลุรูปฌาณ 4, อรูปฌาณ 4, สัญญาเวทยิตนิโรธ และความสิ้นอาสวะ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
1/6/202156 minutes, 43 seconds
Episode Artwork

สตานุสารีวิญฺญาณํ วิญญาณอันแล่นไปตามความระลึก

พุทธประวัติที่เป็นเหตุการณ์สำคัญ 2 ครั้งที่เปลี่ยนแปลงในชีวิตของพระพุทธเจ้า คือ ในส่วนที่เป็นการออกบวช ท่านระลึกได้ว่าการเป็นเจ้าชายขึ้นครองราชย์ ไม่น่าจะเป็นทางที่ประสบความสำเร็จ เพราะความสุขความสำเร็จ จะได้มาโดยง่าย สบาย ๆ ไม่มี ความสุขความสำเร็จ ต้องได้มาด้วยความยากลำบาก และ การเปลี่ยนจากการทำทุกรกิริยามาเป็นตามทางสายกลาง ท่านระลึกได้ว่า ตอนเป็นเด็กนั่งสมาธิที่ใต้ต้นหว้าจิตรวมเป็นอันเดียว สมาธินั้นน่าจะเป็นหนทางแห่งการตรัสรู้ ซึ่งตรงนี้ท่านเรียกว่า “สตานุสารีวิญญานัง” คือ วิญญาณอันแล่นไปตามความระลึก คือ รู้สึกขึ้นได้ว่า ทางที่กำลังไปอยู่นั้นไม่น่าจะถูก แต่ทางที่ถูกควรเป็นอีกทางหนึ่ง  Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
12/30/20201 hour, 18 minutes, 3 seconds
Episode Artwork

จูฬวัจฉโคตตสูตร และมหาวัจฉโคตตสูตร 6352-4s

เป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับปริพาชก ชื่อ วัจฉโคตร ทั้งสูตรเล็กและสูตรใหญ่ ที่ได้สอบถามเรื่องคำสอน เรื่องการปฏิบัติจากพระพุทธเจ้าแล้ว เกิดการเปลี่ยนแปลงจิตใจตนเอง น้อมนำธรรมมาปฏิบัติ จนสามารถบรรลุธรรมขั้นสูงได้ เนื้อหาพระสูตร ในจูฬวัจฉโคตตสูตร พระผู้มีพระภาคทรงแสดงวิชชา 3 เพื่อให้วัจฉโคตรปริพาชกรู้ว่า ลัทธิอื่นนอกจากพระพุทธศาสนาไม่มีใครเป็นสัพพัญญู ส่วนในมหาวัจฉโคตตสูตร ทรงแสดงจุดหมายของพระพุทธศาสนา หรือผลที่ผู้นับถือพระพุทธศาสนาจะได้รับ จนวัจฉโคตรปริพาชกตัดสินใจออกบวชในพระพุทธศาสนาได้บรรลุเป็นพระอรหันต์องค์หนึ่ง Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
12/23/202057 minutes, 15 seconds
Episode Artwork

นฬกปานสูตร และปุตตะมังสะ 6351-4s

เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้น ณ หมู่บ้านนฬกปานะ พระพุทธเจ้าได้ทรงพยากรณ์ถึงการบรรลุธรรมของเหล่าภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา จุดประสงค์เพื่อให้คนที่ได้ยินได้ฟังถึงบุคคลที่เขารู้จัก เคยร่วมพูดคุย คบหาสมาคม จะสามารถรู้ถึงศรัทธา ศีล สุตตะ จาคะ และปัญญาของบุคคลต่าง ๆ เหล่านั้น ทำให้น้อมจิตไปเพื่อศรัทธา เป็นต้น ทำให้มีความอยู่อย่างผาสุกได้ ในธรรมวินัยนี้ มีคุณวิเศษ มีสิ่งที่อัศจรรย์ใจ ให้กับบุคคลที่ประพฤติ ปฏิบัติตามไม่ว่าจะอยู่ในฐานะใด ๆ ให้ได้รู้ซึ้งถึงข้างในจิตใจได้  และยังได้เพิ่มเติมเรื่องราว อาหาร 4 อย่าง และอุปมาที่เกี่ยวกับเรื่องอาหาร Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
12/16/202057 minutes, 3 seconds
Episode Artwork

ลฑุกิโกปมสูตร และจาตุมสูตร 6350-4s

ลฑุกิโกปมสูตร พระสูตรว่าด้วยนางนกมูลไถ เป็นพระสูตรที่พระพุทธเจ้าได้อบรมพระอุทายี โดยพระอุทายีนั้นได้ระลึกถึงความดีของพระพุทธเจ้า ในการที่ให้พ้นจากภัย พ้นจากความเดือดร้อนหลายอย่าง ซึ่งท่านได้ยกอุปมาเปรียบเทียบส่วนเหมือนส่วนต่าง ระหว่างนางนกมูลไถกับช้างที่เจนสงคราม มีกำลังแตกต่างกัน หรือคหบดีที่ร่ำรวยกับยาจกเข็ญใจ เปรียบเทียบให้เห็นภาพว่า กำลังจิตของคนนั้น เป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งถ้าอาศัยกำลังของบุคคล และ ความเพียรแล้วก็จะฝึกทำให้สำเร็จได้จาตุมสูตร เป็นพระสูตร เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่หมู่บ้านจาตุม ที่พระพุทธเจ้าอบรมตักเตือนกลุ่มภิกษุกลุ่มหนึ่ง ให้ข้อมูลไว้เปรียบเทียบกัน Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
12/9/20201 hour, 4 minutes, 54 seconds
Episode Artwork

มาลุงกยสูตร และทิฐิครั้งพุทธกาล 6349-4s

".. ปัญหาอะไรเล่าที่เราตอบ คือปัญหาที่ว่า ‘นี้คือทุกข์ นี้คือเหตุให้เกิดทุกข์ นี้คือความดับไม่เหลือของทุกข์ และนี้คือทางดำเนินให้ถึงความดับไม่เหลือของทุกข์’ นี้เป็นปัญหาที่เราตอบ เพราะเหตุว่า..ปัญหาเหล่านั้น มีประโยชน์ เป็นเบื้องต้นแห่งพรหมจรรย์ เป็นไปพร้อมเพื่อความหน่ายทุกข์ ความคลายกำหนัด ความดับ ความระงับ ความรู้ยิ่ง ความรู้พร้อมและนิพพาน เพราะเหตุนั้น เราจึงตอบปัญหาเหล่านั้น..”สองพระสูตรที่เกี่ยวกับท่านพระมาลุงกยบุตร ที่พระพุทธเจ้าเทศน์โปรดไว้ โดยจูฬมาลุงกยสูตร เป็นเรื่องที่ท่านมีความเห็นเกี่ยวกับปัญหา 10 ประการ ซึ่งเป็นทิฏฐิที่พระพุทธเจ้าไม่ตอบไม่พยากรณ์ เพราะไม่ได้จะทำให้พ้นจากความทุกข์ได้ ส่วนในมหามาลุงกยสูตร เกี่ยวกับเครื่องร้อยรัดหรือสังโยชน์เบื้องต่ำ 5 อย่างที่เป็นเครื่องยึดจิตของเราให้ติดอยู่ในภพ ฟังแล้วจะพอเข้าใจได้ถึงสังโยชน์ เหตุเกิดให้เกิดสังโยชน์ การที่จะละสังโยชน์และข้อปฏิบัติที่จะให้ถึงการละสังโยชน์นั้นได้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
12/2/202058 minutes, 37 seconds
Episode Artwork

มหาราหุโลวาทสูตร และจูฬราหุโลวาทสูตร 6348-4s

ในเอพิโสดนี้ นำเสนอเรื่องราวของท่านพระราหุลในสองวาระที่พระพุทธเจ้าได้สอนท่านพระราหุล ในวัยที่ท่านเริ่มเป็นวัยรุ่นแล้ว แต่ยังเป็นสามเณรในมหาราหุโลวาทสูตร ซึ่งพระพุทธเจ้าได้ให้พิจารณาธาตุทั้ง 5 ธาตุ 4 ดินน้ำไฟลม ว่าควรเห็นอย่างไร การเจริญพรหมวิหาร 4 และการเจริญอานาปานสติภาวนา ส่วนจูฬราหุโลวาทสูตรนั้น เป็นวาระที่พระราหุลมีอินทรีย์แก่กล้าแล้ว หลังจากบวชเป็นภิกษุ แต่ยังไม่ครบพรรษา จึงได้สอนถึงเรื่องความเป็นอนัตตา การเห็นตามความเป็นจริงในขันธ์ทั้ง 5 ในอายตนะทั้ง 6 และผัสสะต่าง ๆ ซึ่งในที่สุดท่านพระราหุลได้บรรลุเป็นพระอรหันต์หลังจากนั้นไม่นานอุปมาที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องธาตุทั้ง 4 นี้ มีเรื่องประกอบที่ท่านพระสารีบุตรสอนเกี่ยวกับเรื่องอานาปานสติด้วย นอกจากนี้ในวันนี้ยังนำเสนอเกี่ยวกับปฏิจจสมุปบาทอีกสองสามเรื่องมาประกอบในฟังกันด้วย Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
11/25/202054 minutes, 54 seconds
Episode Artwork

มหาโคสิงคสาลสูตร และจูฬโคสิงคสาลสูตร 6347-4s

เอพิโสดนี้นำเสนอมหาโคสิงคสาลวันสูตรที่พระเถระที่มีความสามารถไล่มาตั้งแต่พระสารีบุตร พระมหาโมคัลลานะ พระมหากัสสปะ จนถึงพระอานนท์ ได้ไปอยู่ที่ป่าโคสิงคสาลวัน เป็นคืนที่มีราตรีแจ่มกระจ่าง ดอกสาละบานสะพรั่ง บรรยากาศมีความรื่นรมย์ พระเถระหลายรูปจึงพูดคุยกันว่าควรอยู่ด้วยวิหารธรรมอย่างไร แล้วนำเรื่องราวไปเล่าให้พระพุทธเจ้าฟังส่วนจูฬโคสิงคสาลสูตร เป็นเรื่องที่ป่าโคสิงคสาลวันเหมือนกัน แต่ในอีกวาระหนึ่งมีพระอนุรุทธ พระนันทิยะ และพระกิมิละ อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขมีความสามัคคี เพราะมีเมตตาให้กันทั้งต่อหน้าและลับหลัง ทั้งทางกายวาจาและใจ พยายามเก็บจิตของตนเอง แล้วทำตามวาระจิตของผู้อื่น “..พร้อมเพรียงกัน ชื่นบานต่อกัน ไม่วิวาทกัน ยังเป็นเหมือนน้ำนมกับน้ำ มองกันด้วยสายตาแห่งคนที่รักใคร่กันเป็นอยู่..”“..เหล่าสาวกที่อาศัยในพื้นที่ใด ๆ แล้วปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ พื้นที่นั้นสถานที่นั้นก็เป็นรมณียสถานขึ้นมาได้..” Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
11/18/202056 minutes, 49 seconds
Episode Artwork

กกจูปมสูตร และวัมมิกสูตร 6346-4s

กกจูปทสูตร อุปมาด้วยเลื่อย เป็นพระสูตรที่ปรารภพระโมลิยผัคคุนะที่คลุกคลีกับภิกษุณีทั้งหลายเกินเวลา ครั้นถูกภิกษุบางรูปติเตียน ท่านได้แสดงความขัดเคือง พระผู้มีพระภาคจึงทรงเรียกมาตักเตือน และให้โอวาทว่า "จิตของเราจักไม่แปรผัน เราจักไม่เปล่งวาจาชั่วหยาบ และจักอนุเคราะห์ด้วยสิ่งที่เป็นประโยชน์อยู่อย่างผู้มีเมตตาจิตไม่มีโทสะ เราจักแผ่เมตตาจิตไปให้บุคคลนั้นอยู่ และเราจักแผ่เมตตาจิตอันไพบูลย์..เป็นมหัคคตะ ไม่มีขอบเขต ไม่มีเวร ไม่มีความเบียดเบียนไปยังสัตว์โลกทุกหมู่เหล่าอันเป็นอารมณ์ของเมตตาจิตนั้นอยู่" แม้ผู้อื่นจะพูดอย่างไรก็ตาม ทรงให้อุบายระงับความโกรธ คือ หนักแน่นเหมือนแผ่นดิน ว่างเหมือนอากาศ เย็นเหมือนแม่น้ำ อ่อนโยนเหมือนกระสอบหนังแมว และอดกลั้นแม้อวัยวะจะถูกเลื่อยส่วนวัมมิกสูตร ว่าด้วยปริศนาจอมปลวกนั้น พระผู้มีพระภาคได้ทรงพยากรณ์ปัญหา 15 ข้อของพระกุมารกัสสปะ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
11/11/202059 minutes, 57 seconds
Episode Artwork

สัลเลขสูตร และวัตถูปมสูตร 6345-4s

สัลเลขสูตร ว่าด้วยธรรมเครื่องขัดเกลากิเลส กล่าวถึงอุปกิเลสอยู่หลายนัย โดยนำมาจากวัตถูปมสูตร ว่าด้วยอุปมาด้วยผ้า ที่เปรียบกับการนำผ้าที่สกปรก มาซักล้างให้สะอาดได้ เปรียบเหมือนการทำความสะอาดจิตของเรา ที่นัยแห่งจิตน้อมไปทางไหน จิตของเราจะน้อมไปทางนั้น ทางไม่ดีมีตรงไหน จะหลีกเลี่ยงจากความไม่ดีจากความชั่วได้ มีช่องทางหลีกเลี่ยงได้อยู่ มีความชั่วทางไหน ทางที่จะนำไปสู่ความดี เป็นกุศลธรรม ให้ถึงความดับเย็น ให้ถึงความเจริญมีอยู่ทางหนึ่งเสมอ ทางนี้คือทางที่ประกอบด้วยองค์อันประเสริฐ 8 อย่างนั่นเอง ทั้ง 2 พระสูตร มีเนื้อหาที่คล้ายคลึงกัน ในส่วนที่เป็นอกุศลธรรม ที่แยกแยะแจกแจงไว้ ตามนัยของการขูดเกลาบ้างตามนัยของการทำความสะอาดบ้าง เป็นเรื่องที่น่าสนใจ ซึ่งเมื่อเห็นตัวอย่างของการทำไม่ดี สิ่งนั้นสามารถนำมาพิจารณาใคร่ครวญโยนิโส จะทำความดีให้เกิดขึ้นได้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
11/4/202057 minutes, 23 seconds
Episode Artwork

อนังคณสูตร และอากังเขยยสูตร 6344-4s

ในอานังคณสูตร ยกอุปมาอุปไมยเปรียบเทียบภาชนะสำริด ที่ใส่ซากศพกับกิเลสในใจที่เป็นดั่งเนิน ที่เมื่อยังมีในบุคคลผู้ใดแล้ว ก็จะทำให้การปฏิบัติไม่งอกงาม  ส่วนในอังเขยยสูตร กล่าวถึงผลอานิสงส์ 17 อย่าง ที่จะเกิดขึ้นเมื่อเรารักษาการหลีกเร้น ศีล สมาธิ และปัญญา "บรรดาบุคคล ๔ ประเภทนั้น บุคคลผู้ไม่มีกิเลสเพียงดังเนินและรู้ชัดตามความเป็นจริงว่า ‘เราไม่มีกิเลสเพียงดังเนินภายในตน’ พึงหวังข้อนี้ได้ คือเขาจักไม่มนสิการสุภนิมิต เพราะไม่มนสิการสุภนิมิตนั้น ราคะจักไม่ครอบงำจิต เขาจักเป็นผู้ไม่มีราคะ โทสะ โมหะ ไม่มีกิเลสเพียงดังเนิน มีจิตไม่เศร้าหมองตายไป เปรียบเหมือนภาชนะสำริดที่เขานำมาจากร้านตลาด หรือจากตระกูลช่างทองเป็นของบริสุทธิ์ผ่องใส เจ้าของใช้สอยและขัดสีภาชนะสำริดนั้น ทั้งไม่เก็บมันไว้ในที่ที่มีฝุ่นละอองฉะนั้น เมื่อเป็นเช่นนั้น ต่อมา ภาชนะสำริดนั้นพึงเป็นของบริสุทธิ์ผ่องใสยิ่งนัก” Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
10/28/202054 minutes, 4 seconds
Episode Artwork

ปฏิจจสมุปบาท ธรรมที่อาศัยกันและกันจึงเกิดขึ้น

ในตอนนี้จะได้ฟัง "ปฏิจจสมุปบาท" ธรรมที่อาศัยกันและกันแล้วจึงเกิดขึ้น ธรรมะที่พระพุทธเจ้าตรัสว่ามิใช่ของง่าย มีรายละเอียดที่ควรศึกษาอย่างยิ่ง เราจะเห็นความเกี่ยวเนื่องกันของสิ่งต่าง ๆ ทั้งสายเกิดและสายดับ อิทัปปัจจยตา การอุปมาอุปไมย ทำไมอริยสัจ 4 คือ ปฏิจจสมุปบาท ตลอดจนความแตกต่างของปุถุชนกับอริยสาวก  "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย! อะไรเล่า ที่เรียกว่า ปฏิจจสมุปบาท! ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย! เพราะมีอวิชชา เป็นปัจจัย จึงมี สังขารทั้งหลาย. เพราะมีสังขาร เป็นปัจจัย จึงมี วิญญาณ; เพราะมีวิญญาณ เป็นปัจจัย จึงมี นามรูป; เพราะมีนามรูป เป็นปัจจัย จึงมี สฬายตนะ; เพราะมีสฬายตนะ เป็นปัจจัย จึงมี ผัสสะ; เพราะมีผัสสะ เป็นปัจจัย จึงมี เวทนา; เพราะมีเวทนา เป็นปัจจัย จึงมี ตัณหา; เพราะมีตัณหา เป็นปัจจัย จึงมี อุปาทาน; เพราะมีอุปาทาน เป็นปัจจัย จึงมี ภพ; เพราะมีภพ เป็นปัจจัย จึงมี ชาติ; เพราะมีชาติ เป็นปัจจัย, ชรามรณะ โสกะปริเวทะทุกขะโทมนัส อุปายาสทั้งหลาย จึงเกิดขึ้นครบถ้วน ความเกิดขึ้นพร้อมแห่งกองทุกข์ทั้งสิ้นนี้ ย่อมมีด้วยอาการอย่างนี้." Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
10/21/20201 hour, 10 minutes, 49 seconds
Episode Artwork

โสณทัณฑสูตร คุณสมบัติของผู้เป็นพราหมณ์ 6342-4s

“ปัญญาต้องมีศีลช่วยชำระให้บริสุทธิ์ ศีลก็ต้องมีปัญญาช่วยชำระให้บริสุทธิ์ ปัญญาย่อมมีในที่ที่มีศีล ศีลย่อมมีในที่ที่มีปัญญา ปัญญาย่อมมีแก่ผู้มีศีล ศีลย่อมมีแก่ผู้มีปัญญา นักปราชญ์ยกย่องศีลและปัญญาว่า เป็นสิ่งล้ำเลิศในโลก”โสณทัณฑสูตร ว่าด้วยพราหมณ์ชื่อโสณทัณฑะที่ได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า ได้พูดคุยถึงคุณสมบัติของพราหมณ์ที่เชื่อกันว่ามี 5 ประการ แต่เมื่อตัดคุณสมบัติบางอย่างออกไปก็ยังพอจะเรียกว่าพราหมณ์ได้ แต่คุณสมบัติสองประการที่มิอาจตัดได้นั่นคือ ศีลและปัญญา เพราะสองสิ่งนี้ช่วยชำระกันและกัน ต่อมาพระพุทธเจ้าได้ขยายความถึงคุณสมบัติของผู้ที่จะเป็นพราหมณ์ในธรรมวินัยนี้ คือ การที่ได้มาซึ่งศีล สมาธิและปัญญา ตามลำดับ พราหมณ์ผู้ยิ่งใหญ่ยอมรับ และได้เข้าถึงความเป็นอุบาสก Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
10/14/202058 minutes, 15 seconds
Episode Artwork

จูฬอัสสปุรสูตรและอานาปานสติ 6341-4s

"ภิกษุทั้งหลาย หมู่ชนย่อมรู้จักเธอทั้งหลายว่า ‘สมณะ สมณะ’ ก็เธอทั้งหลายเมื่อเขาถามว่า ‘ท่านทั้งหลายเป็นอะไร’ ก็ปฏิญญาว่า ‘เราทั้งหลายเป็นสมณะ’ เมื่อเธอทั้งหลายนั้นผู้มีชื่ออย่างนี้ มีปฏิญญาอย่างนี้ ก็ควรสำเหนียกว่า ‘เราทั้งหลายจะปฏิบัติตามข้อปฏิบัติที่สมควรแก่สมณะ เมื่อเราทั้งหลายปฏิบัติอยู่อย่างนี้ ชื่อและปฏิญญานี้ของเราทั้งหลายก็จักเป็นความจริงแท้…’"มาในสองพระสูตร จูฬอัสสปุรสูตรเป็นการเปรียบการบวชว่าเป็นดั่งดาบสองคม ปฏิบัติตนอย่างไรให้เหมาะสมไม่ถูกมีดบาด พระสูตรนี้มีคำตอบ และในอานาปานสติสูตรอธิบายการเจริญสติในลมหายใจทั้ง 16 ขั้น ที่เมื่อทำแล้วจะก่อให้เกิดสติปัฏฐาน 4 และโพชฌงค์ 7 ก่อให้เกิดวิชชาและวิมุตในที่สุด  Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
10/7/202054 minutes, 18 seconds
Episode Artwork

อัมพัฏฐสูตรตอนที่ 2 การมีวิชชาและจรณะ 6340-4s

"อัมพัฏฐะ ชนที่ยึดติดเพราะอ้างชาติ ยึดติดเพราะอ้างตระกูล ยึดติดเพราะอ้างความถือตัวหรือยึดติดอยู่กับอาวาหมงคลและวิวาหมงคล ชื่อว่ายัง อยู่ห่างไกลจากวิชชาสมบัติและจรณสมบัติอันเป็นคุณยอดเยี่ยม"ตอนที่ 2 ของอัมพัฏฐสูตร ในตอนนี้ได้ลงรายละเอียดการได้มาในขั้นสมาธิและปัญญา หรือการได้มาของวิชชาและจรณะ พร้อมทั้งทางแห่งความเสื่อมของวิชชาและจรณะ อย่างไรจึงจะสามารถนับตนเองได้ว่ามีวิชชาและจรณะ ตบท้ายด้วยการไปเฝ้าของโปกขรสาติพราหมณ์ พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมมาตามลำดับจนถึงอริยสัจ 4 ทำให้พราหมณ์ถึงสรณะแสดงตนเป็นอุบาสก Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
9/30/202057 minutes, 25 seconds
Episode Artwork

อัมพัฏฐสูตรตอนที่ 1 ความรู้ความประพฤติสำคัญกว่าชาติสกุล

อัมพัฏฐสูตรตอนที่ 1 เมื่อโปกขสารติพราหมณ์ส่งอัมพัฏฐะไปพิสูจน์ลักษณะของพระพุทธเจ้า อัมพัฏฐะผู้ไม่มีความเคารพในพุทธองค์มีความหลงตัวยกเรื่องวรรณะเรื่องโครตว่าเหนือกว่า พระพุทธเจ้าทรงปราบด้วยการชี้ให้เห็นถึงที่มาของศากยโครตและหายนโคตรว่าใครเหนือกว่า อัมพัฏฐะยอมจำนนเพราะ ความกลัว และเพื่อให้อัมพัฏฐะคลายความถือดีที่ยังมีอยู่ จึงทรงตรัสถามเรื่องกษัตริย์และพราหมณ์ว่าใครสูงกว่ากัน สอนเรื่องความรู้ความประพฤติที่สำคัญกว่าชาติสกุล คือ การมีวิชชาและจรณะ การประมวลพรหมจรรย์ตลอดสาย ในตอนนี้จบลงที่จุลศีล และมัชฌิมศีล  "กษัตริย์เป็นผู้ประเสริฐที่สุดในหมู่ชนผู้รังเกียจกันด้วยโคตร แต่ท่านผู้ถึงพร้อมแล้วด้วยวิชชาและจรณะเป็นผู้ประเสริฐที่สุดในหมู่เทวดาและมนุษย์" Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
9/23/202058 minutes, 29 seconds
Episode Artwork

ความต่างของวรรณะและบุคคล 6338-4s

มาในพระสูตรที่กล่าวเปรียบให้เห็นถึงความต่างของวรรณะและบุคคล ใน เวขณสสูตร เริ่มจากการที่ปริพาชกไม่สามารถแจกแจงความต่างของวรรณะได้ พระพุทธองค์จึงยกไล่มาตามลำดับ จนสุดท้ายเปรียบความสุขอันเป็นที่สุดของกาม นั่นคือการการหลุดพ้นจากอวิชชา ส่วนใน โฆฏมุขสูตร ท่านพระอุเทนะยกให้เห็นถึงความต่างของบุคคล 4 จำพวก และยังให้พราหมณ์ได้เห็นว่าการบวชอันชอบธรรมนั้นมีอยู่ เกิดศรัทธาที่หยั่งลงหมั่น"ดูกรพราหมณ์ บริษัท ๒ จำพวกนี้ ๒ จำพวกเป็นไฉน คือบริษัทพวกหนึ่ง ในโลกนี้ กำหนัดยินดีในแก้วมณีและกุณฑล ย่อมแสวงหาบุตรและภรรยา ทาสีและทาส นาและที่ดิน ทองและเงิน ส่วนบริษัทพวกหนึ่งในโลกนี้ ไม่กำหนัดยินดีในแก้วมณีและกุณฑล ละบุตรและภรรยา ทาสีและทาส นาและที่ดิน ทองและเงิน แล้วออกบวชเป็นบรรพชิต" Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
9/16/202055 minutes, 36 seconds
Episode Artwork

ดินแดนที่มารไปไม่ถึง 6337-4s

"ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ที่ซึ่งมาร และบริวารของมารไปไม่ถึง เป็นอย่างไร?"มาใน 3 พระสูตรที่จะทำให้ทราบว่าสมาธินั้นสำคัญอย่างไร นิวาปสูตร อุปมาอุปไมยเปรียบด้วยเหยื่อล่อ เหยื่อในที่นี้ คือ กาม มารจะใช้กามมาเป็นเหยื่อเหมือนที่นายพรานวางกับดักกับกวางเนื้อทราย เราจะปลอดภัยในดินแดนที่มารไปไม่ถึง นั่นคือ สมาธิทั้ง 9 ระดับเวนาคสูตร เป็นการยืนยันของพระพุทธเจ้าถึงการได้ความเป็นอยู่อันเป็นทิพย์ แม้จะฉันข้าวจากบิณฑบาตนั่งนอนบนกองฟางก็ตาม การหมั่นเจริญภาวนาในทุกระดับ คือ คำตอบอุปักกิเลสสูตร การได้และการเสื่อมแห่งสมาธิพร้อมทั้งการแก้ไข Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
9/9/202059 minutes, 52 seconds
Episode Artwork

สี่ คำถาม และหนึ่งของรัก 6336-4s

"เดชอันใดถูกความเพียรย่ำยีแล้ว เกิดขึ้นด้วยความเพียรในเดชนั้น อาตมภาพไม่กล่าวว่าแตกต่างกัน คือวิมุตกับวิมุต" มาในสองพระสูตร พระสูตรแรกคือกรรณกัตถลสูตร ว่าด้วยการถามคำถาม 4 ข้อของพระเจ้าปเสนทิโกสลต่อพระพุทธเจ้า ที่น่าสนใจเป็นพิเศษ คือ การเท่ากันของวรรณะทั้ง 4 มีได้จริงเมื่อทำความเพียรจนถึงที่สุดของทุกข์ คือ วิมุตกับวิมุต ทรงอุปมาอุปไมยกับเปลวไฟจากไม้ที่ต่างชนิดกันแต่สีแสงของเปลวไฟไม่ต่างกัน ส่วนในปิยชาติกสูตร ทุกข์จะเกิดจากสิ่งอันเป็นที่รักได้อย่างไร พระพุทธเจ้ามีคำตอบให้ในพระสูตรนี้ "ความโศก ความร่ำไรรำพัน ความทุกข์กาย ความทุกข์ใจ ความคับแค้นใจทั้งหลาย เกิดจากสิ่งอันเป็นที่รัก มีของรักเป็นแดนเกิด" Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
9/2/202053 minutes, 32 seconds
Episode Artwork

มารผู้ดลใจ 6335-4s

วันนี้มาในสองพระสูตรที่เกี่ยวกับการดลใจของมารให้มีทิฏฐิที่ไม่ถูกต้อง ในพระสูตรแรก พรหมนิมันตนิกสูตร เป็นพระสูตรเกี่ยวกับพกพรหมณ์ผู้มีทิฏฐิผิด คิดว่าภพที่ตัวเองอยู่นั้นเที่ยงแท้ หลงตนจนเกิดการท้าทายต่อพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าจึงให้เล่นซ่อนหา พรหมไม่สามารถหาพระพุทธเจ้าพบ แต่ก็ยังไม่ละทิฏฐิ โดยตลอดเหตุการณ์นั้นมีมารมาเป็นผู้ดลใจพรหมปาริสัชชะให้ทูลถามคำถามตลอดจนให้พระองค์เลิกสอนคำสอนนี้ ส่วนในมารตัชชนียสูตร เป็นเรื่องราวที่ท่านพระมหาโมคัลลานะถูกมารคุกคาม ท่านต้องการเตือนสติ จึงได้ยกตัวอย่างอดีตของท่านที่เคยเกิดเป็นทูสีมารแล้วไปดลใจผู้คนให้ด่าว่าและยกย่องพระพุทธเจ้ากกุสันธะและสาวก ผลแห่งการกระทำนั้นทำให้ไปเกิดในนรก "ก็คนพาลมาเข้ากองไฟที่กำลังลุกโชน ย่อมเดือดร้อนอยู่ว่า ไฟย่อมไม่คิดจะเผาเรา แต่เราย่อมเผาตนผู้เป็นคนพาลเอง ดูกรมาร ท่านเบียดเบียนพระตถาคตแล้วจักเผาตัวเอง ดังคนพาลที่ถูกไฟเผา ฉันนั้นเหมือนกัน " Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
8/26/202057 minutes, 39 seconds
Episode Artwork

สัพพาสวสังวรสูตร และธรรมทายาทสูตร 6334-4s

"เมื่อภิกษุมนสิการโดยแยบคาย อาสวะทั้งหลายที่ยังไม่เกิดขึ้น ย่อมไม่เกิดขึ้น และที่เกิดขึ้นแล้ว ย่อมเสื่อมสิ้นไป ดูกรภิกษุทั้งหลาย อาสวะที่จะพึงละได้เพราะการเห็นมีอยู่ ที่จะพึงละได้เพราะการสังวรก็มี ที่จะพึงละได้เพราะเสพเฉพาะก็มี ที่จะพึงละได้เพราะความอดกลั้นก็มี ที่จะพึงละได้เพราะเว้นรอบก็มี ที่จะพึงละได้เพราะบรรเทาก็มี ที่จะพึงละได้เพราะอบรมก็มี"สัพพาสวสังวรสูตร  พระพุทธเจ้าทรงแสดงต่อภิกษุถึงการสิ้นอาสวะโดยวิธีการทั้ง 7 คือ อาสวะที่พึงละได้ด้วยการเห็น, การสำรวมระวัง, การเสพเฉพาะ, การอดทน, การงดเว้น, การบรรเทา และการอบรมธรรมทายาทสูตร พระพุทธเจ้าทรงแสดงพระสูตรนี้ ให้ภิกษุเป็นธรรมทายาทของพระองค์ อย่าได้เป็นอามิสทายาท จากนั้น พระสารีบุตรได้แสดงธรรมต่อถึงหนทางในการปฏิบัติธรรม เพื่อยังให้เกิดความสงัดขึ้นแก่ตน และอริยมรรคมีองค์ 8 อันเป็นหนทางแห่งการดับทุกข์  Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
8/19/202057 minutes, 25 seconds
Episode Artwork

การบันลือสีหนาท 6333-4s

พระสมณโคดมทรงแสดงธรรมที่ประมวลมาด้วยความตรึกที่ไตร่ตรองด้วยการค้นคิด แจ่มแจ้งได้เอง แต่ธรรมที่พระองค์ทรงแสดงเพื่อประโยชน์ใด ธรรมนั้นย่อมดิ่งไปเพื่อความสิ้นทุกข์โดยชอบแห่งบุคคลผู้ทำตาม Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
8/12/202058 minutes, 51 seconds
Episode Artwork

อนุมานสูตร และจูฬตัณหาสังขยสูตร 6332-4s

“ดูกรท่านผู้มีอายุทั้งหลาย ถ้าแม้ภิกษุปวารณาไว้ว่า ขอท่านจงว่ากล่าวข้าพเจ้า ๆ เป็นผู้ควรที่ท่านจะว่ากล่าวได้ แต่ภิกษุนั้นเป็นคนว่ายาก ประกอบด้วยธรรมที่ทำให้เป็นคนว่ายาก เป็นผู้ไม่อดทน ไม่รับคำพร่ำสอนโดยเคารพ เมื่อเป็นเช่นนี้ เพื่อนพรหมจรรย์ต่างไม่สำคัญภิกษุนั้นว่า ควรว่ากล่าว ควรพร่ำสอน ทั้งไม่สำคัญว่า ควรถึงความไว้วางใจในบุคคลนั้นได้ ดูกรท่านผู้มีอายุทั้งหลาย ก็ธรรมที่ทำให้เป็นคนว่ายากเป็นไฉน?” ในตอนนี้เสนออนุมานสูตรที่ท่านพระมหาโมคัลลานะสอนภิกษุด้วยการปรารภเหตุของการเป็นผู้ว่ายากหรือผู้ว่าง่ายด้วยธรรมะ 16 ข้อ และจูฬตัณหาสังขยสูตรที่ท่านพระมหาโมคคัลลานะสนทนากับท้าวสักกะถึงธรรมที่ได้ฟังมาจากพระผู้มีพระภาคว่าด้วยข้อปฏิบัติที่ทำให้สิ้นตัณหา“ภิกษุนั้นย่อมรู้ยิ่งซึ่งธรรมทั้งปวง ครั้นรู้ยิ่งซึ่งธรรมทั้งปวงแล้ว ย่อมทราบชัดธรรมทั้งปวง ครั้นทราบชัดธรรมทั้งปวงแล้ว ย่อมกำหนดรู้ธรรมทั้งปวง ครั้นกำหนดรู้ธรรมทั้งปวงแล้ว เธอได้เสวยเวทนาอย่างใดอย่างหนึ่ง สุขก็ดี ทุกข์ก็ดี มิใช่ทุกข์มิใช่สุขก็ดี เธอย่อมพิจารณาเห็นว่าไม่เที่ยง พิจารณาเห็นความหน่าย พิจารณาเห็นความดับ พิจารณาเห็นความสละคืนในเวทนาทั้งหลายนั้น เมื่อพิจารณาเห็นดังนั้น ย่อมไม่ยึดมั่นสิ่งอะไร ๆ ในโลก เมื่อไม่ยึดมั่น ย่อมไม่สะดุ้งหวาดหวั่น เมื่อไม่สะดุ้งหวาดหวั่น ย่อมดับกิเลสให้สงบได้เฉพาะตัว และทราบชัดว่า ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำทำเสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี” Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
8/5/20201 hour, 4 minutes, 5 seconds
Episode Artwork

มหานิทานสูตร ว่าด้วยสิ่งที่เป็นต้นเหตุใหญ่

“เธออย่าพูดอย่างนั้น อานนท์ เธออย่าพูดอย่างนั้น อานนท์ ปฏิจจสมุปบาทนี้ ลึกซึ้งสุดประมาณ และปรากฏเป็นของลึก ดูกรอานนท์ เพราะไม่รู้จริง เพราะไม่แทงตลอด ซึ่งธรรมอันนี้ หมู่สัตว์นี้ จึงเกิดเป็นผู้ยุ่งประดุจ ด้ายของช่างหูก เกิดเป็นปมประหนึ่งกระจุกด้าย เป็นผู้เกิดมาเหมือนหญ้ามุงกระต่าย และหญ้าปล้อง จึงไม่พ้นอุบาย ทุคติ วินิบาต สงสาร” ว่าด้วยพระสูตรที่ว่าสิ่งที่เป็นต้นเหตุใหญ่ มหานิทานสูตร เป็นเรื่องราวที่พระพุทธเจ้าอธิบายกับท่านพระอานนท์ ปรารภธรรมะวนหมวดที่ชื่อว่าปฏิจจสมุปบาท เป็นเรื่องราวที่ไล่เลียงมาในลักษณะที่น่าสนใจมาก ตั้งแต่เหตุของความทุกข์ จนไปถึงเรื่องของตัณหาและการแสวงหา เป็นการอธิบายในอีกรูปแบบหนึ่ง แล้วยังได้ตรัสถึงการบัญญัติว่าเป็นอัตตา, วิญญาณฐิติ 7, อายตนะ 2 และวิโมกข์ 8 ด้วย   Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
7/29/20201 hour, 1 minute, 37 seconds
Episode Artwork

ภัยร้าย 4 ประการ และอรัญญิกธุดงค์ 6330-4s

“ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภัย 4 อย่างนี้ เมื่อบุคคลกำลังลงน้ำ พึงหวังได้ ภัย 4 อย่างเป็นไฉน คือ ภัยเพราะคลื่น ภัย เพราะจระเข้ ภัยเพราะน้ำวน ภัยเพราะปลาร้าย ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภัย 4 อย่างนี้แล เมื่อบุคคล กำลังลงน้ำ พึงหวังได้ ฉันใด ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภัย 4 อย่างนี้ก็ฉันนั้น เมื่อบุคคลบางคน ในโลกนี้ ออกบวชเป็นบรรพชิตในธรรมวินัยนี้ พึงหวังได้ ภัย 4 อย่างเป็นไฉน คือ ภัยเพราะ คลื่น ภัยเพราะจระเข้ ภัยเพราะน้ำวน ภัยเพราะปลาร้าย”เป็นสองเรื่องราวที่มาในมัชฌนิกาย เรื่องแรก คือ จาตุมสูตร เป็นเรื่องราวที่อบรมพระภิกษุใหม่ที่ส่งเสียงอื้ออึง ทรงยกอุปมา 4 อย่างที่เป็นอันตรายต่อการประพฤติพรหมจรรย์ คือ ภัยจากคลื่นเป็นชื่อของความโกรธความคับแค้น ภัยจากจระเข้เป็นชื่อของความเป็นผู้เห็นแก่ปากท้อง ภัยจากน้ำวนเป็นชื่อแห่งกามคุณห้า ภัยจากปลาร้ายเป็นชื่อแห่งมาตุคามในเรื่องที่สองโคลิสสานิสูตร ว่าด้วยวัตรของผู้อยู่ป่า ที่เริ่มจากวัตรเล็ก ๆ น้อย ๆ จนถึงวัตรที่เป็นอุตริมนุสธรรมที่ควรทำให้เกิดมี Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
7/22/202058 minutes, 36 seconds
Episode Artwork

มหาสาโรปมสูตร และจูฬสาโรปมสูตร 6329-4s

มหาสาโรปมสูตร และจูฬสาโรปมสูตร เป็นอุปมาการประพฤติพรหมจรรย์กับแก่นไม้ ที่พระพุทธเจ้าได้อบรมภิกษุท้ั้งหลายว่าไม่ให้มีความดำริเต็มรอบ เพียงเพื่อการประพฤติปฏิบัติที่ได้ผลเล็ก ๆ น้อย ๆ เปรียบไว้เหมือนกับคนที่จะไปหาแก่นไม้ แต่ไปเจอใบ เจอต้น เจอสะเก็ดมัน ก็เอาแค่นั้นพอแล้ว มันมีที่ลึกซึ้งเข้าไปจนถึงแก่นอยู่ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
7/16/202043 minutes, 47 seconds
Episode Artwork

มหาทุกขักขันธสูตร และ จูฬทุกขักขันธสูตร 6328-4s

"มหาทุกขักขันธสูตร" ปรารภเรื่องของเหล่าอัญญเดียรถีย์ที่ได้มากล่าวถึง อย่างไรจึงเป็นเรื่องของทุกข์ กาม และ รูป โดยพระพุทธเจ้าทรงตรัสจำแนกแจกแจงเกี่ยวกับเรื่องของความทุกข์ต่าง ๆ ไว้ถึง ทุกข์โทษของกามว่าเป็นอย่างไร ๆ ซึ่งได้เปรียบเทียบไว้กับ ลูกศร หัวฝี สุนัขแทะกระดูก ในเรื่องของรูป เกี่ยวกับเวทนา และในจูฬทุกขักขันธสูตร ตอนสุดท้ายของพระสูตรได้ยกถึงความสุขที่ยิ่งกว่าความสุข ที่ได้มาผ่านทางความสุขด้วย Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
7/8/202055 minutes, 1 second
Episode Artwork

สักกปัญหสูตร 6327-4s

"สักกปัญหสูตร" ว่าด้วยปัญหาของท้าวสักกะ ปรารภท้าวสักกะจอมเทพได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าพร้อมด้วยปัญจสิขคันธรรมพบุตรและเหล่าเทวดาชั้นดาวดึงส์เพื่อฟังธรรมและทูลถามปัญหา ไล่เรียงมาโดยเริ่มจากเรื่องการจองเวรกัน ไปจนถึงความหลุดพ้นเพราะสิ้นตัณหา ดังนี้เพราะมีอะไรเป็นเครื่องผูกมัดจึงยังคงมีเวร ถูกลงโทษ มีศัตรู ถูกเบียดเบียน ยังจองเวรกันอยู่เมื่อมีอะไร อะไรจึงมี เมื่อไม่มีอะไร อะไรจึงไม่มี ในที่นี้ได้กล่าวถึง ความริษยาและความตระหนี่ อารมณ์อันเป็นที่รักและไม่เป็นที่รัก ฉันทะ และ วิตกปฏิบัติอย่างไร จึงจะชื่อว่าปฏิบัติตามข้อปฏิบัติอันสมควรและดำเนินไปสู่ความดับแง่ต่างแห่งปปัญจสัญญาปฏิบัติอย่างไร จึงจะชื่อว่าปฏิบัติเพื่อสำรวมในปาติโมกข์ปฏิบัติอย่างไร จึงจะชื่อว่าปฏิบัติเพื่อสำรวมอินทรีย์สมณพราหมณ์ทั้งหมด มีวาทะ มีศีล มีฉันทะ มีอัชโฌสานะ (จุดหมาย) เป็นอย่างเดียวกันหรือไม่สมณพราหมณ์ทั้งหมด มีความสำเร็จสูงสุด มีความเกษมจากโยคะสูงสุด มีการประพฤติพรหมจรรย์ถึงที่สุด (อริยมรรคมีองค์ 8) มีที่สุดอันสูงสุด (พระนิพพาน) หรือไม่เพราะเหตุไร สมณพราหมณ์ทั้งหมด จึงไม่มีความสำเร็จสูงสุด ไม่มีความเกษมจากโยคะสูงสุด ไม่ประพฤติพรหมจรรย์ถึงที่สุด ไม่มีที่สุดอันสูงสุด“จอมเทพ ภิกษุทั้งหลายผู้หลุดพ้นเพราะสิ้นตัณหาเท่านั้นจึงจะมีความสำเร็จสูงสุด มีความเกษมจากโยคะสูงสุด ประพฤติพรหมจรรย์ถึงที่สุด มีที่สุดอันสูงสุด”เมื่อพระพุทธเจ้าทรงตอบปัญหา ถอนลูกศรคือความสงสัยออกจนหมดความแคลงใจแล้ว ท้าวสักกะได้มีใจชื่นชมยินดี เกิดโสมนัส ด้วยพิจารณาเห็นถึงอำนาจประโยชน์ 6 ประการ และยังได้กล่าววาจาสุภาษิตสรรเสริญพระพุทธเจ้าอีกหลายประการ ในที่สุดได้เอามือลูบแผ่นดิน แล้วเปล่งอุทานว่า “นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส” รวม 3 ครั้ง Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
7/1/202050 minutes, 55 seconds
Episode Artwork

โลหิจจสูตร 6326-4s

โลหิจจสูตร ว่าด้วยพราหมณ์ชื่อโลหิจจะ ผู้ที่เกือบจะตกลงไปในหลุมลึก ซึ่งเป็นทางที่จะไปสู่นรก แต่ได้พระพุทธเจ้ามาช่วยฉุดขึ้นไว้เสียก่อน เพราะด้วยความเป็นผู้มีทิฏฐิผิดเพี้ยนไปพระพุทธองค์จึงทรงแก้ทิฏฐิความเห็นผิดนั้น โดยยกอุปมาอุปไมยกล่าวแสดงถึง ศาสดา 3 ประเภทที่สมควรถูกทักท้วงได้ และศาสดาที่สาวกได้บรรลุคุณวิเศษอันยอดเยี่ยม ไม่สมควรถูกทักท้วง เนื่องจากผลที่เกิดขึ้นจากการแสดงธรรมของศาสดานั้น ทำให้เกิดสิ่งที่เป็นสามัญผล ไล่เรียงไปตั้งแต่ศีล สมาธิ ปัญญา ซึ่งเป็นเรื่องราวที่แสดงถึงการประมวลพรหมจรรย์ตลอดสายโลหิจจพราหมณ์ เมื่อได้ฟังธรรมะและอุปมาอุปไมยต่าง ๆ จากพระพุทธเจ้าแล้ว ก็ปรับทิฏฐิของตนให้มาอยู่ในสัมมาทิฏฐิ ที่เป็นไปในทางเข้าสู่กระแสแห่งพระนิพพานได้  Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
6/24/202056 minutes, 51 seconds
Episode Artwork

อลคัททูปมสูตร 6325-4s

"อลคัททูปมสูตร" อุปมาที่เปรียบด้วยกับงูพิษ  ปรารภพระพุทธเจ้าได้ทรงติเตียนภิกษุอริฏฐะผู้เก้อยาก ที่มีความเห็นผิดในธรรมะของพระองค์ ทรงตรัสสอนไว้ถึง คนที่ต้องการจะไปจับงูพิษ ถ้าไม่เตรียมตัวให้ดี จับไม่ถูกวิธี อาจได้รับอันตรายถูกงูพิษนั้นกัดตายหรือปางตายได้"..เปรียบเหมือนบุรุษผู้ต้องการงูพิษ เที่ยวเสาะแสวงหางูพิษ เขาพบงูพิษตัวใหญ่ จะพึงใช้ไม้มีง่ามเหมือนขาแพะกดไว้แน่น ครั้นแล้วจึงจับที่คออย่างมั่นคง ถึงแม้งูพิษนั้นจะพึงรัดมือ แขน หรือที่อวัยวะน้อยใหญ่แห่งใดแห่งหนึ่งของบุรุษนั้นด้วยขนดก็จริง ถึงอย่างนั้น เพราะการรัดนั้น เขาก็ไม่ตาย หรือได้รับทุกข์ปางตายข้อนั้นเพราะเหตุไรเพราะเขาจับงูพิษไว้มั่นแล้ว แม้ฉันใด กุลบุตรบางพวกในธรรมวินัยนี้ ก็ฉันนั้นเหมือนกัน เล่าเรียนธรรม คือ สุตตะ เคยยะ เวยยากรณะ คาถา อุทานอิติวุตตกะ ชาตกะ อัพภูตธรรม และเวทัลละ พวกเขาเหล่านั้นเล่าเรียนธรรมนั้นแล้วไตร่ตรองเนื้อความแห่งธรรมเหล่านั้นด้วยปัญญา ธรรมเหล่านั้นจึงประจักษ์ชัดแก่พวกเขา ผู้ไตร่ตรองเนื้อความด้วยปัญญา กุลบุตรเหล่านั้นเล่าเรียนธรรมมิใช่มุ่งจะข่มขู่ผู้อื่น และมิใช่มุ่งจะเปลื้องตนจากคำนินทาว่าร้าย ย่อมได้รับประโยชน์แห่งธรรมนั้น เหมือนที่เหล่ากุลบุตรเล่าเรียนธรรมได้รับ ธรรมเหล่านั้นที่พวกเขาเรียนดีแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์ เพื่อความสุขสิ้นกาลนานข้อนั้นเพราะเหตุไรเพราะพวกเขาเรียนธรรมทั้งหลายมาดีแล้ว" Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
6/17/202056 minutes, 47 seconds
Episode Artwork

ธรรมเจติยสูตร และฐานสูตร 6324-4s

ในเอพิโสดนี้ ได้ยก 2 พระสูตร ขึ้นมา และทั้งสองเรื่องนี้ได้ปรารภเรื่องราวของพระเจ้าปเสนทิโกศล"ธรรมเจติยสูตร" พระสูตรว่าด้วยธรรมเจดีย์ เป็นเรื่องราวของพระเจ้าปเสนทิโกศลที่ได้กล่าวสรรเสริญพระธรรมวินัยนี้ เพราะทรงเห็นอำนาจประโยชน์ที่ประกอบขึ้นเพื่อเป็นเบื้องต้นแห่งพรหมจรรย์ จึงได้กระทำการเคารพนอบน้อมเป็นอย่างยิ่งต่อสรีระของพระพุทธเจ้า และแสดงอาการฉันทมิตร"ฐานสูตร" ว่าด้วยฐานะ 5 ประการ ที่ควรพิจารณาเนือง ๆ เป็นเรื่องราวของพระเจ้าปเสนทิโกสลที่ได้สูญเสียพระนางมัลลิกา ผู้เป็นที่รักยิ่งไป อันเป็นเหตุให้นำมาซึ่งความเศร้าโศกเสียใจเป็นอย่างมาก พระพุทธเจ้าได้ตรัสเตือนสติและสอนวิธีในการวางจิตใจเมื่อต้องสูญเสียสิ่งที่เป็นที่รักไปทั้งนี้ ได้เพิ่มเติมในเรื่องของ ปฏิจจสมุปบาทที่มี 24 อาการ คือ ธรรมะอันมีที่เข้าไปตั้งอาศัย  ยกขึ้นมาประกอบด้วย Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
6/10/202057 minutes, 54 seconds
Episode Artwork

มูลปริยายสูตร 6323-4s

"มูลปริยายสูตร" ว่าด้วยมูลเหตุแห่งธรรมทั้งปวง  พระพุทธเจ้าทรงแสดงปริยายอันเป็นมูลของธรรมทั้งปวงแก่เหล่าภิกษุทั้งหลาย ณ โคนไม้พญารัง ในสุภควัน เมืองอุกกัฏฐา ซึ่งมีใจความสำคัญแบ่งออกเป็น 8 ส่วน กำหนดตามภูมิเนื่องด้วย ปุถุชน เสขบุคคล พระอรหันต์ 4 จำพวก ความเข้าใจในมูลเหตุของปริยายธรรมะต่าง ๆ ของพระตถาคต โดย 2 นัย ทั้งนี้ได้ยกเรื่องตาบอดคลำช้าง อาหารของอวิชชา อาหารของวิชชาและวิมุตติ ขึ้นมาประกอบเพิ่มเติม"ปุถุชน" ย่อมสำคัญพระนิพพานว่า เป็นของเรา…เพราะไม่ได้กำหนดรู้."เสขบุคคล" ย่อมรู้พระนิพพานโดยความเป็นพระนิพพาน แต่อย่าสำคัญพระนิพพานว่า เป็นของเรา อย่ายินดีพระนิพพาน…เพราะควรกำหนดรู้."พระอรหันต์" ย่อมไม่สำคัญพระนิพพานว่า เป็นของเรา…เพราะได้กำหนดรู้แล้ว และปราศจากซึ่งราคะ โทสะ โมหะ"พระตถาคต" ย่อมไม่ทรงสำคัญพระนิพพานว่า เป็นของเรา…เพราะทรงกำหนดรู้แล้ว และทรงทราบว่า ความเพลิดเพลินเป็นมูลแห่งทุกข์เพราะภพจึงมีชาติ สัตว์ผู้เกิดแล้ว ต้องแก่ ต้องตาย เพราะเหตุนั้นแล…พระตถาคตตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ เพราะสิ้นตัณหา สำรอกตัณหา ดับตัณหา สละตัณหา สละคืนตัณหาเสียได้ โดยประการทั้งปวง. Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
6/3/202055 minutes, 16 seconds
Episode Artwork

สติปัฏฐานสูตร

"สติปัฏฐานสูตร" พระพุทธเจ้าได้ตรัสสอนไว้แก่ภิกษุทั้งหลาย ณ นิคมของชาวกุรุ ชื่อกัมมาสธัมมะ ถึงเรื่อง หนทางเครื่องไปอันเอกทางเดียวเพื่อความบริสุทธิ์หมดจดของสัตว์ทั้งหลาย เพื่อก้าวล่วงเสียซึ่งโสกะและปริเทวะเพื่อความตั้งอยู่ไม่ได้แห่งทุกข์และโทมนัส เพื่อถึงทับซึ่งญายธรรม เพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง หนทางนี้คือ "สติปัฏฐานสี่" จิตที่ประกอบไปด้วยความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกเสียได้ ก็ให้น้อมไปเพื่อกำหนดพิจารณาตามฐานที่ตั้งแห่งสติ 4 อย่างนี้ ได้แก่ การพิจารณาเห็นกายในกาย เห็นเวทนาในเวทนาทั้งหลาย เห็นจิตในจิต และเห็นธรรมในธรรม ซึ่งผลแห่งการเจริญสติปัฏฐานนี้ มีความเป็นพระอรหันต์ในปัจจุบัน หรือ พระอนาคามี เป็นสิ่งที่หวังได้ แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: เข้าใจทำ (ธรรม) S08E08 , S07E64 , S07E49 , ใต้ร่มโพธิบท S08E31 , คลังพระสูตร S09E07 , S08E46 , #สติ เล็กน้อยที่ให้ผลไม่น้อย Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
5/27/20201 hour, 1 minute, 23 seconds
Episode Artwork

มหาปรินิพพานสูตร (ตอนที่ 5 จบ) 6321-4s

ในเอพิโสดนี้ เป็นตอนจบของมหาปรินิพพานสูตร หลังจากที่เหตุการณ์ดำเนินมาถึงสุภัททปริพาชกได้มาอ้อนวอนพระอานนท์ ขอเข้าเฝ้าฯ พระพุทธเจ้า จนสุดท้ายพระพุทธองค์ได้ทรงให้พระอานนท์อุปสมบทให้แก่ท่านสุภัททะ ภิกษุนี้ทำความเพียรไม่นานก็ได้บรรลุอรหัตตผล และได้เป็น "ปัจฉิมสักขิสาวก"  (สาวกองค์สุดท้ายผู้เป็นพยานการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า)จากนั้นได้ตรัสสั่งเสียแก่พระอานนท์ ได้ตรัสถามข้อสงสัยจากภิกษุทั้งหลาย และกล่าวปัจฉิมวาจา ดังนี้ว่า “ภิกษุทั้งหลาย บัดนี้เราขอเตือนเธอทั้งหลาย สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา เธอทั้งหลายจงทำหน้าที่ให้สำเร็จด้วยความไม่ประมาทเถิด นี้เป็นพระปัจฉิมวาจาของพระตถาคต” แล้วเสด็จเข้าอนุปุพพวิหารสมาบัติทั้ง 9 โดยอนุโลมและปฏิโลม และจึงเสด็จดับขันธปรินิพพานเมื่อออกจากจตุตถฌาน ณ ที่นั้น ท้าวสหัมบดีพรหมได้กล่าวคาถาขึ้นพร้อมกับการเสด็จดับขันธปรินิพพาน ต่อจากนั้น จึงเป็นเรื่องราวของการบูชาพระพุทธสรีระ การถวายพระเพลิง และการแบ่งพระบรมสารีริกธาตุให้แก่เหล่ากษัตริย์ทั้งหลาย เพื่อทำการสักการะบูชาการระลึกถึงคุณอันยิ่งใหญ่อันหาประมาณมิได้ต่อสรรพสัตว์ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระพุทธเจ้า ผู้ทรงประกอบด้วยพระปัญญาคุณ พระวิสุทธิคุณ พระมหากรุณาธิคุณ ได้ทรงบำเพ็ญเพียรสั่งสมบารมีมาเพื่อการตรัสรู้เป็นพระสัพพัญญูสัมพุทธเจ้า ได้ประกาศพระสัจธรรมที่ทรงตรัสรู้นั้นไว้อย่างดีแล้ว ได้ประทานพุทธโอวาทแก่พุทธบริษัทไว้ตลอด 45 พรรษา ได้ทรงตรัสไว้ว่า “ธรรมและวินัยที่เราแสดงแล้ว  บัญญัติแล้วแก่ท่านทั้งหลาย  ธรรมและวินัยนั้น จะเป็นศาสดาของท่านทั้งหลายเมื่อเราล่วงลับไป”  นี้เป็น “พุทธธานุสสติ” ระลึกถึงเรื่องราวตรงนี้ ตั้งขึ้นไว้ในใจแนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: คลังพระสูตร S09E31  Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
5/20/202055 minutes, 54 seconds
Episode Artwork

มหาปรินิพพานสูตร (ตอนที่ 4)

ในเอพิโสดนี้ เหตุการณ์ได้ดำเนินมาถึงขณะที่พระพุทธเจ้าทรงประทับอยู่ที่สวนมะม่วงของนายจุนทกัมมารบุตร และได้เสวยภัตตาหารมื้อสุดท้ายที่บุตรนายช่างทองนี้นำมาถวาย หลังจากที่ได้ฉันสูกรมัททวะนั้นแล้ว ทรงเกิดอาพาธอย่างแรงกล้าประชวรลงพระโลหิต แต่ก็ยังเดินทางต่อเพื่อไปยังเมืองกุสินารา ระหว่างทางทรงกระหายน้ำ ได้ขอให้พระอานนท์ไปตักมาถวาย แต่เพราะกรรมเก่า จึงทำให้ไม่สามารถนำน้ำมาถวายได้ในครั้งแรก ในระหว่างประทับพัก ปุกกุสะมัลลบุตรได้เข้ามาถวายผ้าเนื้อละเอียดสีทอง และก่อนเสด็จข้ามแม่น้ำกกุธา ผิวกายของพระพุทธองค์ผ่องใสยิ่งนัก  ซึ่งจะเกิดขึ้นใน 2 คราว คือในคืนที่จะตรัสรู้ และในคืนที่จะปรินิพพาน “…ฉะนั้น อานนท์ เธอทั้งหลายพึงสำเหนียกอย่างนี้ว่า ‘เราจะเป็นผู้ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ปฏิบัติชอบ ปฏิบัติตามธรรมอยู่’ อานนท์ เธอทั้งหลายพึงสำเหนียกอย่างนี้แล” เมื่อเสด็จมาถึงบริเวณควงไม้สาละคู่ ณ สวนป่าสาละ ทรงประทับสำเร็จสีหไสยาเป็นครั้งสุดท้าย ได้ตรัสถึงสังเวชนียสถาน 4 แห่ง ได้ตรัสตอบพระอานนท์ถึง วิธีปฏิบัติต่อสตรี ปฏิบัติต่อพระพุทธสรีระ และเหตุที่สร้างสถูปและเจดีย์ ได้ทรงประกาศความเป็นอัจฉริยะของพระอานนท์ เมื่อพระอานนท์ขอว่าอย่าได้ปรินิพพานในเมืองเล็ก ๆ เช่นนี้ จึงได้ทรงแสดงมหาสุทัสสนสูตร และให้พระอานนท์แจ้งข่าวการปรินิพพานแก่เหล่ามัลลกษัตริย์ และมหาปรินิพพานสูตร ตอนที่ 4 นี้ ก็จบลงตรงที่สุภัททปริพาชกได้มาอ้อนวอนพระอานนท์ ขอเข้าเฝ้าฯ พระพุทธเจ้า เพื่อทูลถามข้อสงสัย แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: คลังพระสูตร S09E30  Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
5/13/202056 minutes, 41 seconds
Episode Artwork

มหาปรินิพพานสูตร (ตอนที่ 3) 6319-4s

"มหาปรินิพพานสูตร" ในเอพิโสดนี้ เป็นเหตุการณ์ต่อมาหลังจากที่พระพุทธเจ้าทรงปลงอายุสังขารแล้ว ได้ตรัสแก่พระอานนท์ถึงเรื่องของบริษัท 8 อภิภายตนะ 8 วิโมกข์ 8 และได้ตรัสเล่าเรื่องของมาร ที่มาทูลให้ปรินิพพาน ซึ่งพระองค์ก็ได้ตรัสตอบแก่มารไปว่า "จงอย่ากังวล อีกไม่นานการปรินิพพานของตถาคตจะมี จากนี้ไปอีก 3 เดือน"พระอานนท์ได้มาทูลอ้อนวอนขอให้ทรงดำรงพระชนมชีพอยู่ต่อไปถึง 3 ครั้ง แต่พระองค์ทรงปฏิเสธ เพราะการที่ตถาคตจะกลับคืนคำเพียงเพราะเหตุต้องการมีอายุอยู่ต่อไปนั้น ไม่เป็นสิ่งที่จะเป็นไปได้เลย และได้ทรงแสดงอานุภาพของอิทธิบาท 4 ประการอีกครั้ง เพื่อให้ทราบว่าเรื่องนี้เป็นความบกพร่องของพระอานนท์เองที่ไม่ได้อาราธนาให้พระองค์ทรงดำรงพระชนม์อยู่ต่อ แม้ทรงทำนิมิตที่ชัดแจ้งไว้ในหลายวาระจากนั้นได้เสด็จไป ณ กูฏาคารศาลา ป่ามหาวันทรงแสดง อภิญญาเทสิตธรรม หรือที่เรียกว่า โพธิปักขิยธรรม 37 ประการ  (สติปัฏฐาน 4  สัมมัปปธาน 4 อิทธิบาท 4  อินทรีย์ 5  พละ 5  โพชฌงค์ 7 และอริยมรรคมีองค์ 8 ) และ สังเวชนียธรรม (ธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งความสังเวช) แล้วทรงเตือนภิกษุทั้งหลายให้ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท หลังจากนั้นได้เสด็จออกจากกรุงเวสาลีไปยังภัณฑุคาม ทรงตรัสสอนถึงการไม่รู้แจ้งแทงตลอดธรรม 4 ประการ ที่ทำให้ต้องเที่ยวเร่ร่อนไปตลอดกาลอันยาวนานอย่างนี้ ต่อจากนั้นได้เสด็จไปยังเมืองต่าง ๆ ตามลำดับ จนมาถึงโภคนคร ได้ทรงแสดงมหาปเทส 4 ประการ (ข้ออ้างที่สำคัญ)และจบมหาปรินิพพานสูตร ตอนที่ 3 ตรงเหตุการณ์ที่ทรงเสด็จไปถึงกรุงปาวา ได้ประทับอยู่ที่อัมพวัน (สวนมะม่วง) ของนายจุนทกัมมารบุตร แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: คลังพระสูตร S08E08 , ขุดเพชรในพระไตรปิฎก S03E14 , #อภิญญาเทสิตธรรม หรือ โพธิปักขิยธรรม 37   Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
5/6/202053 minutes, 45 seconds
Episode Artwork

มหาปรินิพพานสูตร (ตอนที่ 2) 6318-4s

"มหาปรินิพพานสูตร" ในเอพิโสดนี้ เป็นเรื่องราวต่อ ในช่วงที่พระพุทธเจ้าได้กล่าวถึงการสร้างเมืองปาฏลีบุตร ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีเหล่าเทวดาสถิตย์อยู่มากควรแก่การบูชา เพื่อให้เทวดาเหล่านั้นได้อนุเคราะห์ตอบ และที่เมืองปาฏลีบุตรนี้ ผู้สร้างเมืองได้สร้างท่าน้ำและประตูในทิศที่พระพุทธเจ้าเสด็จออกจากเมือง โดยตั้งชื่อว่าพระโคดม จากนั้นได้เสด็จไปสู่เมืองโกฏิคาม ได้ทรงแสดงธรรมในเรื่องอริยสัจ 4 รวมถึงเรื่องของ ศีล สมาธิ ปัญญา แก่ชนทั้งหลาย และเมื่อต่อเสด็จถึงเมืองนาทิกคาม ที่นี่เอง พระพุทธองค์ได้ตรัสถึงหลักธรรมชื่อว่า "แว่นธรรม"  ซึ่งเป็นเครื่องมือให้อริยสาวกมีไว้เพื่อการพยากรณ์ตนด้วยตนได้ว่าเป็นผู้ที่ไปตามกระแสแล้ว จะไม่หวนกลับมาและจะสำเร็จสัมโพธิในวันข้างหน้าจากนั้นเสด็จไปพัก ณ ป่ามะม่วงของนางอัมพปาลี ได้แสดงธรรมเรื่องสติสัมปชัญญะ ต่อจากนั้นได้เสด็จไปจำพรรษาสุดท้าย ณ เวฬุวคาม ทรงใช้ความเพียรเพื่อขับไล่อาการป่วย จนเสด็จมาถึงที่ปาวาลเจดีย์ในเวลากลางวัน ได้ทรงแสดงนิมิตโอภาส ตรัสบอกใบ้แก่พระอานนท์ว่าผู้ใดเจริญอิทธิบาท 4 ดีแล้ว ถ้าปรารถนามีอายุยืนก็จะอยู่ได้ แต่เพราะพระอานนท์ถูกมารดลใจ จึงมิได้อาราธนากราบทูลขอพระพุทธองค์ให้เจริญพระชนม์อยู่ต่อไปนานๆ หากแต่มารได้ช่องนี้จึงมาอาราธนาให้ปรินิพพาน จบมหาปรินิพพานสูตร ตอนที่ 2 ตรงเหตุการณ์ที่พระพุทธเจ้าได้ปลงพระชนมายุสังขาร ณ ปาวาลเจดีย์ เมืองเวสาลีแนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: คลังพระสูตร S09E28 , #แว่นส่องธรรมกับบุพนิมิตแห่งมรรค    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
4/29/202024 minutes, 44 seconds
Episode Artwork

มหาปรินิพพานสูตร (ตอนที่ 1) 6317-4s

ใกล้ถึงวันวิสาขบูชา ในเอพิโสดนี้จึงนำเรื่องราวระหว่าง 18 เดือนก่อนการปรินิพพานของพระพุทธเจ้า ที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นมากมาย ซึ่งลำดับเหตุการณ์ช่วงแรกนี้ ขณะประทับอยู่ที่ภูเขาคิชฌกูฏ เมืองราชคฤห์ ได้กล่าวถึงเรื่องของ "อปริหานิยธรรม" (ธรรมที่มีแล้วประกอบแล้วจะมีแต่ความเจริญ ไม่มีความเสื่อมเลย) โดยนัยของการปกครองของพวกเจ้าแคว้นวัชชี และการอยู่ร่วมกันของหมู่ภิกษุจากนั้นได้เสด็จไปปถึงเมืองนาลันทา ประทับอยู่ที่ปาวาริกัมพวัน ปรารภพระสารีบุตรบันลือสีหนาทในความหมายที่ว่า "ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์เลื่อมใส พระผู้มีพระภาคอย่างนี้ว่า ไม่เคยมี จักไม่มี และย่อมไม่มีสมณะหรือพราหมณ์ผู้อื่น ซึ่งจะมีปัญญาในทางพระสัมโพธิญาณยิ่งกว่าพระผู้มีพระภาค" และเสด็จต่อไปยังปาฏลิคาม ได้ตรัสสอนแก่ชาวเมืองในเรื่องของ ศีลวิบัติของบุคคลผู้ทุศีล มีโทษ 5 ประการ และศีลสมบัติของบุคคลผู้มีศีล มีอานิสงส์ 5 ประการ ซึ่งลำดับเหตุการณ์ยังมีต่อในเอพิโสดหน้า Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
4/22/202054 minutes, 44 seconds
Episode Artwork

สังขารูปปัตติสูตร 6316-4s

สังขารูปปัตติสูตร ณ พระเชตวัน พระพุทธเจ้าตรัสแสดงธรรมแก่ภิกษุทั้งหลาย ถึงความเกิดขึ้นแห่งสังขารและการที่ผู้ประกอบด้วยความสมบูรณ์ของ ศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ และปัญญา ที่เมื่อตั้งจิตอธิษฐานทำเหตุเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง ทำให้มากเจริญให้มากแล้ว หากปรารถนาจะเกิดเป็นพระราชา มหาเศรษฐี เทวดา พรหม หรือแม้แต่การทำอาสวะให้สิ้นไป ก็สามารถทำตามความปรารถนานั้นให้สำเร็จได้แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlist : สมการชีวิต S01E01 , เข้าใจทำ (ธรรม) S08E13      Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
4/15/202057 minutes, 27 seconds
Episode Artwork

เกวัฏฏสูตร 6315-4s

เราเที่ยวหาหนทางต่าง ๆ เพื่อแสวงหาทางดับไม่เหลือแห่งทุกข์ บ้างก็อ้อมไปอ้อมมา ไม่ถึงที่หมายสักที สุดท้ายต้องกลับมาที่ตัวเราเอง กลับมาที่เรื่องในกายในใจของเรา เราต้องมีการพึ่งตนพึ่งธรรม พระพุทธเจ้าตรัสกับเกวัฏฏ์ คฤหบดีบุตรไว้ใน เกวัฏฏสูตร กล่าวถึงเรื่องปาฏิหาริย์ 3 อย่าง ที่พระองค์ทำให้แจ้งด้วยปัญญาอันยิ่งด้วยตนเองแล้ว และการที่ภิกษุแสวงหาความดับของมหาภูตรูปเปรียบเทียบกับนกตีรทัสสี ปรารภชาวประมงออกทะเล จะจับนกตีรทัสสี (นกดูฝั่ง) ลงเรือไปด้วย เมื่อเขาหลงทาง ไม่เห็นฝั่ง ก็จะปล่อยนกบินขึ้นฟ้าไปหาดูว่า ฝั่งอยู่ตรงไหน ชาวประมงก็จะแล่นเรือไปตามทิศที่นกนั้นบินไป แต่หากนกไม่เห็นฝั่ง มันก็จะบินกลับมาที่เรืออีกนั่นเอง Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
4/8/202056 minutes, 8 seconds
Episode Artwork

อานาปานสติสูตร 6314-4s

“ดูกรภิกษุทั้งหลาย อานาปานสติ อันภิกษุเจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมมีผลมาก มีอานิสงส์มาก ภิกษุที่เจริญอานาปานสติแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมบำเพ็ญสติปัฏฐาน ๔ ให้บริบูรณ์ได้ ภิกษุที่เจริญสติปัฏฐาน ๔ แล้ว ทำให้มากแล้วย่อมบำเพ็ญโพชฌงค์ ๗ ให้บริบูรณ์ได้ ภิกษุที่เจริญโพชฌงค์ ๗ แล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมบำเพ็ญวิชชาและวิมุตติให้บริบูรณ์ได้ ฯ”นี้เป็นบางส่วนจาก อานาปานสติสูตร ปรารภในคืนวันอุโบสถ ณ ปราสาทของอุบาสิกาวิสาขามิคารมารดา ในพระวิหารบุพพาราม เมืองสาวัตถี ภิกษุทั้งหลายทั้งที่เป็นพระอรหันต์ พระอนาคามี พระสกิคาทามี พระโสดาบัน และภิกษุผู้ที่ประกอบความเพียรในการเจริญสติปัฏฐาน 4 สัมมัปปธาน 4 อิทธิบาท 4 อินทรีย์ 5 พละ 5 โพชฌงค์ 7 มรรคมีองค์ 8 อันประเสริฐ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา อสุภสัญญา อนิจจสัญญา อานาปานสติ ต่างนั่งห้อมล้อมพระพุทธเจ้าด้วยความนิ่งเงียบ ดำรงตนอยู่ในสารธรรมอันบริสุทธิ์และเพราะพระพุทธองค์ทรงมีความอนุเคราะห์ด้วยใจอันงามแก่เหล่าภิกษุผู้ทำความเพียรอยู่ ณ ที่นั้น แต่ก็ยังไม่สามารถบรรลุธรรมได้ จึงตรัสสอนถึงเรื่อง การเจริญอานาปานสติ  คือ การมีสติกำหนดรู้ลมหายใจเข้าลมหายใจออก ซึ่งการที่เรามากำหนดรู้ดูลมหายใจแล้วตั้งสติขึ้นอย่างนี้ ก็เป็นการเห็นกายในกาย เห็นเวทนาในเวทนาทั้งหลาย เห็นจิตในจิต เห็นธรรมในธรรม และจะสามารถทำโพชฌงค์ 7 (องค์ธรรมแห่งการตรัสรู้ธรรม) ให้เกิดขึ้นได้ ซึ่งถ้าทำให้ถูกให้ดีแล้ว จะสามารถทำวิชชาและวิมุตติให้เกิดขึ้นได้ด้วยเช่นกันแนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: ตามใจท่าน S09E18 Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
4/1/202053 minutes, 57 seconds
Episode Artwork

เตวิชชสูตร 6313-4s

เตวิชชสูตร ว่าด้วยเรื่องไตรเพท ณ หมู่บ้านมนสากฏะ แคว้นโกศล ปรารภวาเสฏฐะและภารทวาชมาณพได้สนทนากันถึงเรื่อง ทางและไม่ใช่ทางที่จะไปสู่ความเป็นผู้สหายกับพรหมได้ โดยคำกล่าวอ้างที่แตกต่างกันระหว่างของ โปกขรสาติพราหมณ์ กับ ตารุกขพราหมณ์ จึงเกิดการถกเถียงกัน เป็นเหตุให้พากันไปเข้าเฝ้าทูลถามฯ  พระพุทธเจ้าทรงตรัสสอนไว้อย่างน่าสนใจมาก จนมานพทั้งสองแสดงตนเป็นอุบาสกถึงพระรัตนตรัยตลอดชีวิต โดยเนื้อหาในพระสูตรนี้ แบ่งออกเป็น 2 เรื่องใหญ่ ๆ คือ ความเป็นวาทะที่เลื่อนลอยของพราหมณ์ผู้ได้ไตรเพท และวิธีการที่จะไปอยู่กับพรหม เป็นเรื่องราวเริ่มตั้งแต่การประมวลพรหมจรรย์ตลอดสาย จนถึงการที่สามารถละนิวรณ์ได้ จิตเป็นสมาธิแล้ว และให้ตั้งอยู่ใน พรหมวิหาร 4 ซึ่งจะเป็นเครื่องที่ทำให้ไปอยู่กับพรหมได้เตวิชชสูตร ทรงแสดงทางไปพรหมโลก[๕๕๔] พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า “วาเสฏฐะ เธอเข้าใจเรื่องนั้นว่าอย่างไร คนที่เติบโตมาในหมู่บ้านมนสากฏะนี้ เมื่อถูกถามถึงทางไปหมู่บ้านมนสากฏะที่เขาเพิ่งจะออกมา มีหรือที่เขาจะชักช้าหรือรีรออยู่”เขาทูลตอบว่า “ไม่ชักช้าหรือรีรอเลย ท่านพระโคดม เพราะเขาเติบโตมาในหมู่บ้านมนสากฏะ จึงรู้หนทางในหมู่บ้านได้เป็นอย่างดี”พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “วาเสฏฐะ ผู้ที่เติบโตมาในหมู่บ้านมนสากฏะ ถูกถามถึงทางไปหมู่บ้านนั้นก็ยังอาจจะชักช้าหรือรีรออยู่บ้าง แต่ (เรา) ตถาคตถูกถามถึงพรหมโลกหรือข้อปฏิบัติที่พาไปพรหมโลก จะไม่ชักช้าหรือรีรอเลย เพราะเรารู้จักพรหมโลกและข้อปฏิบัติที่พาไปพรหมโลก อีกทั้งรู้ว่า พรหมปฏิบัติอย่างไรจึงได้เข้าถึงพรหมโลก”…[๕๕๖]พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “วาเสฏฐะ ตถาคตอุบัติขึ้นมาในโลกนี้ เป็น พระอรหันต์ ตรัสรู้ด้วยตนเองโดยชอบ ฯลฯ ภิกษุชื่อว่าสมบูรณ์ด้วยศีลเป็นอย่างนี้แล ฯลฯ เมื่อภิกษุนั้นพิจารณาเห็นนิวรณ์ ๕ ที่ตนละได้แล้วย่อมเกิดความเบิกบานใจ เมื่อเบิกบานใจก็ย่อมเกิดปีติ เมื่อใจมีปีติ กายย่อมสงบ เธอมีกายสงบย่อมได้รับความสุข เมื่อมีความสุข จิตย่อม ตั้งมั่น ภิกษุนั้นมีเมตตาจิตแผ่ไปตลอดทิศที่ ๑ ทิศที่ ๒ ทิศที่ ๓ ทิศที่ ๔ ทิศเบื้องบน ทิศเบื้องล่าง ทิศเฉียง แผ่ไปตลอดโลกทั่วทุกหมู่เหล่าในที่ทุกสถาน ด้วยเมตตาจิต อันไพบูลย์ เป็นมหัคคตะ ไม่มีขอบเขต ไม่มีเวร ไม่มีความเบียดเบียนอยู่ วาเสฏฐะ กรรมที่ทำพอประมาณในเมตตาเจโตวิมุตติที่บุคคลอบรมแล้ว อย่างนี้จะไม่เหลืออยู่ในรูปาวจรและอรูปาวจร เปรียบเหมือนคนเป่าสังข์ผู้แข็งแรงพึงให้ผู้อื่นได้ยินตลอดทั้ง ๔ ทิศได้โดยไม่ยาก วาเสฏฐะ นี้แลเป็นทางไปเพื่อความเป็น ผู้อยู่ร่วมกับพรหม ยังมีอีก วาเสฏฐะ ภิกษุมีกรุณาจิต ฯลฯ มีมุทิตาจิต ฯลฯ มีอุเบกขาจิตแผ่ไป ตลอดทิศที่ ๑ ทิศที่ ๒ ทิศที่ ๓ ทิศที่ ๔ ทิศเบื้องบน เบื้องล่าง ทิศเฉียง แผ่ไป ตลอดโลกทั่วทุกหมู่เหล่าในที่ทุกสถาน ด้วยอุเบกขาจิตอันไพบูลย์ เป็นมหัคคตะ ไม่มีขอบเขต ไม่มีเวร ไม่มีความเบียดเบียนอยู่ วาเสฏฐะ กรรมที่ทำพอประมาณในอุเบกขาเจโตวิมุตติที่บุคคลอบรมแล้วอย่างนี้ จะไม่เหลืออยู่ในรูปาวจรและอรูปาวจร เปรียบเหมือนคนเป่าสังข์ผู้แข็งแรงพึงให้ผู้อื่นได้ยินตลอดทั้ง ๔ ทิศได้โดยไม่ยาก วาเสฏฐะ นี้แลเป็นทางไปเพื่อความเป็นผู้อยู่ร่วมกับพรหมคลังพระสูตร S09E06 , S08E63 , #คำพุทธ-อัคคัญญสูตร     Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
3/25/20206 minutes, 2 seconds
Episode Artwork

มารตัชชนียสูตร 6312-4s

มารตัชชนียสูตร ว่าด้วยการคุกคามมาร ปรารภพระมหาโมคคัลลานะถูกมารเบียดเบียนด้วยการเข้ามาอยู่ในท้องของท่าน ท่านจึงได้สั่งสอนมารด้วยการยกเรื่องราวในอดีตของพระพุทธเจ้าองค์ก่อน ๆ ที่ได้ให้เทคนิคในการที่จะเอาชนะทั้ง คำด่าว่า และ คำชม ซึ่งมีวิธีการที่ต่างกัน โดยการเอาชนะคำด่าว่านั้น ก็ด้วยการเจริญพรหมวิหาร 4 ส่วนการที่จะเอาชนะคำชมได้นั้น ก็ด้วยการพิจารณาเห็นความไม่เที่ยง Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
3/18/202052 minutes, 22 seconds
Episode Artwork

จูฬสาโรปมสูตร 6311-4s

คนที่เขาเห็นสาระที่จะหลีกออกจากเรือน เห็นว่าเขาได้ถูกต้องความทุกข์แล้ว เห็นว่าเขาเป็นผู้มีความแก่ ความตาย ความเกิดครอบงำแล้ว และต้องการที่จะหลุดพ้นจากความทุกข์ จีงออกบวชนั้น ได้ชื่อว่า เป็นผู้ที่ต้องการแก่นไม้สาระในการออกบวช ได้แก่ การถึงพร้อมด้วยศีล การทำความก้าวหน้าในสมาธิให้เกิดขึ้น มีญาณทัสสนะ มีเจโตวิมุติอันไม่กลับกำเริบทำให้เกิดขึ้นได้  ให้เอาแก่นที่เป็นเจโตวิมุติ โดยการพิจารณาเห็นถึงความไม่เที่ยงของสิ่งต่าง ๆ เมื่อเราพิจารณาเห็นไปแบบนี้แล้ว ก็จะเป็นผู้ที่จะรักษาศาสนา รักษาคำสอน ที่มีแต่แก่นล้วน ๆ ของพระพุทธเจ้าให้คงอยู่ได้"แก่นจะอยู่ได้ต้องมีใบ ต้องสนับสนุนกันไปตามลำดับ และต้องรู้ว่าอะไรเป็นใบ กาบ เปลือก กะพี้ หรืออะไรเป็นแก่น ให้เราก็เอาตรงแก่นนั้น" แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: คลังพระสูตร S08E04 , S08E03 , #สะเก็ด เปลือก กระพี้ แก่น    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
3/11/202031 seconds
Episode Artwork

มหาลิสูตร 6310-4s

"มหาลิสูตร" ปรารภเจ้าลิจฉวีชื่อมหาลิ ได้มาเข้าเฝ้าฯ พระพุทธเจ้า พร้อมหมู่คณะ แล้วตรัสถามในเรื่องของการเห็นรูปทิพย์ และการฟังเสียงทิพย์ พระพุทธเจ้าจึงตรัสแสดงถึง การประมวลพรหมจรรย์ตลอดสาย อันเป็นหนทางเป็นปฏิปทาที่ให้เกิดผล 4 อย่าง ที่ยิ่งไปกว่า หูทิพย์ ตาทิพย์  นั่นก็คือ ศีล สมาธิ และ ปัญญาเมื่อมีปัญญาในส่วนที่เป็นญาณทัสนะเกิดขึ้นแล้ว ก็จะสามารถรู้ชัดเห็นชัดได้ว่า กายกับใจ มันเป็นอย่างเดียวกัน หรือ มันเป็นคนละอย่างกันนั้น ขึ้นอยู่เหตุปัจจัย ที่ถ้าเมื่อเราปฏิบัติตามศีล สมาธิ ปัญญาแล้ว จะมีความเข้าใจในหลักเหตุผลในข้อนี้ได้มหาลิสูตรภิกษุนั้น เมื่อจิตเป็นสมาธิบริสุทธิ์ผ่องแผ้ว ไม่มีกิเลส ปราศจากอุปกิเลส อ่อนควรแก่การงาน ตั้งมั่น ไม่หวั่นไหว อย่างนี้ ย่อมโน้มน้อมจิตไปเพื่ออาสวักขยญาณ ย่อมรู้ชัดตามความเป็นจริงว่า นี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา เหล่านี้อาสวะ นี้อาสวสมุทัย นี้อาสวนิโรธ นี้อาสวนิโรธคามินีปฏิปทา เมื่อเธอรู้เห็นอย่างนี้ จิตย่อมหลุดพ้น แม้จากกามาสวะ แม้จากภวาสวะ แม้จากอวิชชาสวะ เมื่อจิตหลุดพ้นแล้ว ก็มีญาณว่าหลุดพ้นแล้ว รู้ชัดว่าชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำทำเสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มีดูกรผู้มีอายุ ภิกษุใดรู้อย่างนี้ เห็นอย่างนี้ ภิกษุนั้นควรหรือ ที่จะกล่าวว่า ชีพก็อันนั้น สรีระก็อันนั้น หรือว่าชีพอย่างหนึ่ง สรีระอย่างหนึ่ง บรรพชิต ทั้งสองนั้นกล่าวว่า ท่านผู้มีอายุ ภิกษุใดรู้อย่างนี้ เห็นอย่างนี้ ภิกษุนั้น ไม่ควรจะกล่าวว่า ชีพก็อันนั้น สรีระก็อันนั้น หรือว่าชีพอย่างหนึ่ง สรีระอย่างหนึ่ง ดูกรผู้มีอายุ เรารู้อย่างนี้ เห็นอย่างนี้ เราจึงมิได้กล่าวว่า ชีพก็อันนั้น สรีระก็อันนั้น หรือว่าชีพอย่างหนึ่ง สรีระอย่างหนึ่ง ดังนี้. Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
3/4/202056 minutes, 37 seconds
Episode Artwork

การหมุนกงล้อแห่งธรรมะที่ไม่มีใครต้านทานได้

ในเอพิโสดนี้ เป็นเหตุการณ์หลังจากที่ท้าวสหัมบดีพรหมได้ทูลอาราธนาให้พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมแก่ตนแลแก่สัตว์ทั้งหลาย ผู้มีกิเลสดุจธุลีในดวงตาแต่เล็กน้อย พระพุทธองค์จึงได้เเสด็จสู่เมื่องพาราณสีเพื่อมาโปรดปัญจวัคคีย์ ด้วยการแสดงปฐมเทศนา "ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร" ซึ่งเป็นการประกาศธรรมจักรอันเป็นการหมุนกงล้อแห่งธรรมะที่ไม่มีใครต้านทานได้ แล้วตามต่อด้วย "อนัตตลักขณสูตร"  จิตของเหล่าพระปัญจวัคคีย์ ก็พ้นแล้วจากอาสวะทั้งหลาย เพราะไม่ยึดมั่นถือมั่น  และในเวลาต่อมาไม่นาน ทรงแสดงอนุปทาพิกถาโปรดกุลบุตรชื่อ ยสะ ได้ดวงตาเห็นธรรม และเหล่าเพื่อนสหาย ที่เมื่อได้ฟังธรรม มีจิตอ่อนเหมาะ น้อมไปเพื่อพิจารณาในอริยสัจ 4 แล้ว ทั้งหมดก็บรรลุเป็นพระอรหันต์ ซึ่งขณะนั้นรวมมีพระอรหันต์เกิดขึ้นแล้ว 61 รูป ในโลก  พระพุทธองค์จึงมีพุทธบัญชาให้เหล่าภิกษุทั้ง 60 รูปแรก จาริกออกไปประกาศพระพุทธศาสนาเพื่อประโยชน์สุข และเกื้อกูลแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย โดยไม่ให้ไปทางเดียวกันถึง 2 รูป ทรงให้ภิกษุแสดงธรรมอันงดงามในเบื้องต้น ในท่ามกลาง และในที่สุด ประกาศพรหมจรรย์พร้อมทั้งอรรถทั้งพยัญชนะครบบริบูรณ์ บริสุทธิ์ เพื่อให้บุคคลผู้มีกิเลสในดวงตาแต่น้อยได้รู้ถึงธรรม เรื่องพ้นจากบ่วง [๓๒] ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราพ้นแล้วจากบ่วงทั้งปวง  ทั้งที่เป็นของทิพย์  ทั้งที่เป็นของมนุษย์  แม้พวกเธอก็พ้นแล้วจากบ่วงทั้งปวง ทั้งที่เป็นของทิพย์  ทั้งที่เป็นของมนุษย์  พวกเธอจงเที่ยวจาริก  เพื่อประโยชน์และความสุขแก่ชนหมู่มาก เพื่ออนุเคราะห์โลก  เพื่อประโยชน์เกื้อกูลและความสุขแก่ทวยเทพและมนุษย์พวกเธออย่าได้ไปรวมทางเดียวกันสองรูป  จงแสดงธรรมงามในเบื้องต้น  งามในท่ามกลาง งามในที่สุด  จงประกาศพรหมจรรย์พร้อมทั้งอรรถทั้งพยัญชนะครบบริบูรณ์ บริสุทธิ์ สัตว์ทั้งหลายจำพวกที่มีธุลีคือกิเลสในจักษุน้อย  มีอยู่  เพราะไม่ได้ฟังธรรมย่อมเสื่อม ผู้รู้ทั่วถึงธรรม  จักมีดูกรภิกษุทั้งหลาย  แม้เราก็จักไปยังตำบลอุรุเวลาเสนานิคม  เพื่อแสดงธรรม แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists:  คลังพระสูตร S09E19 Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
2/26/202057 minutes, 43 seconds
Episode Artwork

การตรัสรู้ และการแสดงธรรม 6308-4s

เอพิโสดนี้ กล่าวถึงพระสูตรว่าด้วยเหตุการณ์การตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า และสหัมบดีพรหมได้มาทูลอาราธนาให้ทรงแสดงธรรม ก็ด้วยเป็นธรรมะที่มีความงดงามในเบื้องต้น ท่ามกลาง และที่สุด เป็นธรรมะที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสดีแล้ว มีความลึกซึ้งกินใจ รัดกุมรอบคอบไม่หละหลวม เราจึงควรฟังด้วยจิตที่ตั้งมั่นเป็นสมาธิ พิจารณาใคร่ครวญโยนิโสมนสิการทำความเข้าใจให้ถ่องแท้ เพื่อตกผลึกความคิด สามารถพัฒนาออกมาเป็นสัมมาทิฏฐิได้แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: เข้าใจทำ (ธรรม) S08E06 , ใต้ร่มโพธิบท S07E48, คลังพระสูตร S09E09 , S08E60 , #การมาของท้าวสหัมบดีพรหม , #“คาถา”เปลี่ยนแปลงโลก , #อธิบายพระสูตร - เรื่องของการตรัสรู้  Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
2/19/202057 minutes, 39 seconds
Episode Artwork

มหาโคปาลสูตร จูฬโคปาลสูตร และ อริยปัญญาขันธ์

พระพุทธเจ้า ทรงเป็นผู้ฉลาดในการตัดกระแสแห่งมาร เปรียบเหมือนนายโคบาลที่ฉลาด พาวัวทั้งฝูงที่มีทั้งฉลาด แข็งแรงมากแข็งแรงน้อย ข้ามแม่น้ำไปยังฝั่งโน้น นั่นคือนิพพาน โดยปลอดภัย ซึ่งแม้แต่โคตัวสุดท้ายที่ไม่เคยเห็นนายโคบาลก็ยังไปถึงความสวัสดี เพราะปฏิบัติตามโคที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ก็เช่นเดียวกัน เราในปัจจุบันแม้ไม่เห็นพระพุทธเจ้า แต่ถ้าปฏิบัติดีตามรุ่นพี่ ๆ ก็สามารถถึงฝั่งโดยปลอดภัยได้ จึงได้ยก "มหาโคปาลสูตร" เปรียบเทียบถึงคุณลักษณะของคนเลี้ยงโคกับภิกษุในธรรมวินัยนี้ ที่ไม่เป็นเหตุและเป็นเหตุให้ถึงความเจริญ,  "จูฬโคปาลสูตร" ว่าด้วยโคบาลที่ฉลาดและไม่ฉลาด และ "อริยปัญญาขันธ์" ว่าด้วยการประมวลพรหมจรรย์ตลอดสายส่วนที่เป็นปัญญาขันธ์ (บางส่วนจาก ชาลิยสูตร และ สุภสูตร) ขึ้นมาประกอบกันเพื่อให้เกิดความเข้าใจในเนื้อหาได้กว้างขวางเพิ่มขึ้น“…โลกนี้และโลกหน้าเราผู้รู้อยู่ ประกาศดีแล้ว เราเป็นผู้ตรัสรู้เอง ทราบชัดซึ่งสรรพโลก ทั้งที่เป็นโลกอันมารถึงได้ ทั้งที่เป็นโลกอันมารถึงไม่ได้ ด้วยความรู้ยิ่ง จึงได้เปิดอริยมรรค อันเป็นประตูแห่งอมตะ เพื่อให้ถึงนิพพาน อันเป็นแดนเกษม กระแสแห่งมารอันลามก เราตัดแล้ว กำจัดแล้ว ทำให้ปราศจากความฮึกเหิมขึ้นแล้ว ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอจงเป็นผู้มากด้วยปราโมทย์ ปรารถนาถึงธรรมอันเป็นแดนเกษมเถิด” …จูฬโคปาลสูตร แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: ใต้ร่มโพธิบท S08E18 , คลังพระสูตร S09E06 Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
2/12/20201 hour, 1 minute, 36 seconds
Episode Artwork

ฉันโนวาทสูตร และ สฬายตนวิภังคสูตร 6306-4s

ฉันโนวาทสูตร ปรารภท่านพระสารีบุตรและท่านพระมหาจุนทะ ได้ให้โอวาทแก่พระฉันนะ ที่กำลังนอนเจ็บป่วยจนไม่สามารถอดทนต่อเวทนานั้นได้ เลยฆ่าตัวตาย ซึ่งท่านพระฉันนะก็ได้บรรลุพระอรหันต์ไม่ก่อนและหลังความตาย โดยท่านได้พิจารณาเห็นความดับไปในอายตนะทั้ง 6 เมื่อเห็นตามความเป็นจริงในความเป็นของไม่เที่ยงแล้ว ความกำหนัดจะคลายลงไป กายใจก็ไม่เร่าร้อนไปตามสิ่งนั้นได้ยก สฬายตนวิภังคสูตร ว่าด้วยการแจกแจงอายตนะ 6 ขึ้นมาประกอบเพิ่มเติม เพื่อขยายความเข้าใจให้กว้างขวางยิ่งขึ้นฉันโนวาทสูตร[๗๕๑] เมื่อท่านพระฉันนะกล่าวแล้วอย่างนี้ ท่านพระมหาจุนทะได้กล่าว กะท่านพระฉันนะดังนี้ว่า ดูกรท่านฉันนะ เพราะฉะนั้นแล ท่านควรใส่ใจคำสั่งสอนของพระผู้มีพระภาคนั้นไว้ตลอดกาลเนืองนิตย์แม้ดังนี้ว่า "บุคคลผู้อันตัณหาและทิฐิ อาศัยอยู่แล้ว ย่อมมีความหวั่นไหว สำหรับผู้ไม่มีตัณหาและทิฐิอาศัย ย่อมไม่มี ความหวั่นไหว เมื่อไม่มีความหวั่นไหว ก็มีความสงบ เมื่อมีความสงบ ก็ไม่มี ตัณหาตัวน้อมไปสู่ภพ เมื่อไม่มีตัณหาตัวน้อมไปสู่ภพ ก็ไม่มีการมาเกิด ไปเกิด เมื่อไม่มีการมาเกิดไปเกิด ก็ไม่มีจุติและอุปบัติ เมื่อไม่มีจุติและอุปบัติ ก็ไม่มี โลกนี้ ไม่มีโลกหน้า ไม่มีระหว่างกลางทั้งสองโลก นี่แหละที่สุดแห่งทุกข์" ครั้น ท่านพระสารีบุตรและท่านพระมหาจุนทะ กล่าวสอนท่านพระฉันนะด้วยโอวาท นี้แล้ว จึงลุกจากอาสนะ หลีกไป ฯความเจ็บป่วยเป็นเทวทูต ทำให้เรามีสติขึ้นได้ อาการเจ็บป่วยมีอยู่เป็นธรรมดา แต่พอตั้งสติขึ้นแล้วเราอดทนได้ บางทีเราเผลอบ้าง มีความหงุดหงิดเกิดขึ้น ให้รีบละความหงุดหงิดละอกุศลธรรมนั้นเสีย แล้วตั้งสติเอาไว้ มันจะอดทนได้ ใจเราจะสบาย สติก็จะมีกำลังคนเราไม่เจอความทุกข์จะทำศรัทธาให้เกิดขึ้นไม่ได้ ไม่มีศรัทธาการทำจริงจะเกิดได้อย่างไร เมื่อเราเจอความทุกข์อยู่เฉพาะหน้า ให้มีความมั่นใจในทางคำสอนของพระพุทธเจ้า เราจะทำจริงแน่วแน่จริงแก้ปัญหานั้นได้ ให้ตั้งสติขึ้นสฬายตนวิภังคสูตร[๖๑๘] พระผู้มีพระภาคจึงได้ตรัสดังนี้ว่า พวกเธอพึงทราบอายตนะภายใน ๖ อายตนะภายนอก ๖ หมวดวิญญาณ ๖ หมวดผัสสะ ๖ ความนึกหน่วงของใจ ๑๘ ทางดำเนินของสัตว์ ๓๖ ใน ๓๖ นั้น พวกเธอจงอาศัยทาง ดำเนินของสัตว์นี้ ละทางดำเนินของสัตว์นี้ และพึงทราบการตั้งสติ ๓ ประการ ที่พระอริยะเสพ ซึ่งเมื่อเสพชื่อว่า เป็นศาสดาควรเพื่อสั่งสอนหมู่ อันเราเรียกว่า สารถีฝึกบุรุษที่ควรฝึก ยอดเยี่ยมกว่าอาจารย์ผู้ฝึกทั้งหลาย นี้เป็นอุเทศแห่งสฬายตนวิภังค์ ฯ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
2/5/202056 minutes, 11 seconds
Episode Artwork

พหุเวทนิยสูตร และ สมณมุณฑิกสูตร 6305-4s

จากทั้ง 2 พระสูตรนี้ สามารถใช้อ้างอิงเป็นกรณีศึกษาได้ โดยกล่าวถึงว่า หากเรามีความรู้ ความเข้าใจในคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ไม่แจ่มแจ้งหรือไม่ตรงกัน ซึ่งอาจจะเกิดจากความคลาดเคลื่อนในอรรถะหรือบทพยัญชนะก็ตาม จึงจำเป็นต้องกลับมาที่ตัวแม่บทก่อน โดยมี พุทโธ ธัมโม สังโฆ เป็นที่ตั้ง มีความเคารพยำเกรง เห็นพ้องลงร่วมกันในธรรมะของพระพุทธเจ้าที่กล่าวไว้ดีแล้ว ค่อยทำการวิเคราะห์ไปตามบทพยัญชนะ พิจารณาตามเหตุตามปัจจัย จะทำให้เกิดความสมัครสมานสามัคคีกันในหมู่คณะได้พหุเวทนิยสูตร ณ พระเชตวัน ปรารภเหตุช่างไม้ชื่อ ปัญจังคะ กับ พระอุทายี กล่าวไม่ตรงกันในข้อว่า พระพุทธองค์ตรัสในเรื่องของเวทนาไว้กี่อย่าง โดยพระอุทายีกล่าวว่ามี 3 อย่าง คือ สุข ทุกข์ ไม่ทุกข์ไม่สุข.แต่ช่างไม้ฯ กล่าวว่ามี 2 อย่าง คือ สุข กับ ทุกข์ ส่วนไม่ทุกข์ไม่สุขนั้น พระพุทธองค์ได้ตรัสไว้ในสุขอันประณีต ทั้งสองฝ่ายจึงไม่สามารถจะตกลงกันได้ เมื่อพระอานนท์ได้ฟังข้อสนทนาของทั้งสองฝ่าย จึงนำความไปกราบทูลฯ พระพุทธเจ้าตรัสว่า พระองค์ได้ทรงแสดงในเรื่องของเวทนาไว้โดยปริยายหลายแง่หลายอย่าง มีอยู่ ผู้ที่ไม่ยินยอมรับรองคำที่กล่าวดี พูดดี ของกันและกันในธรรมะที่ทรงแสดงแล้วโดยปริยาย ก็หวังได้ว่าจะบาดหมาง ทะเลาะวิวาทกัน ทิ่มแทงกันด้วยหอกคือปาก แต่ถ้าตรงกันข้าม ก็พร้อมเพรียง ไม่วิวาทกัน เป็นเหมือนน้ำกับน้ำนมที่เข้ากันได้ มองกันและกันด้วยความรักใคร่เอ็นดู และได้ตรัสถึงความสุขที่เป็นขั้น ๆ 10 อย่างที่ประณีตขึ้นไปกว่ากันโดยลำดับ เริ่มตั้งแต่กามคุณ 5 ไปจนถึงสัญญาเวทยิตนิโรธสมณมุณฑิกสูตร  ณ พระเชตวัน เช่นกัน ปรารภปริพพาชกชื่อ อุคคาหมานะ ผู้เป็นบุตรแห่งนางสมณะผู้โกนผม ได้สนทนากับช่างไม้ชื่อปัญจังคะ ในเรื่อง ตนได้บัญญัติบุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม 4 อย่างว่าเป็นสมณะ สมบูรณ์ด้วยกุศล มีกุศลยอดเยี่ยม บรรลุความเป็นเลิศ ไม่มีใครรบชนะได้ คือ ไม่ทำกรรมชั่วทางกาย, ไม่ทำกรรมชั่วทางวาจา, ไม่ทำกรรมชั่วทางใจ และไม่ประกอบอาชีพชั่ว เมื่อช่างไม้ฯ ได้ฟังความนั้น ก็ได้นำมาเล่าถวายให้พระพุทธเจ้าให้ทรงทราบ พระพุทธองค์ไม่ทรงรับรองถ้อยคำของปริพพาชกผู้นั้น และตรัสสอนในเรื่องของธรรมะ 10  ประการที่ทำให้เป็นผู้สมบูรณ์ด้วยกุศล เป็นต้นแนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ # รักษาศาสนาด้วยการรักษา “มาติกา”     Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
1/29/202058 minutes, 15 seconds
Episode Artwork

อนุรุทธสูตร 6304-4s

ความต่างกันของเจโตวิมุติ มาใน อนุรุทธสูตร (๑๒๗) ปรารภช่างไม้ชื่อ ปัญจกังคะได้อาราธนาให้ท่านไปฉันที่บ้านของตนแล้วถามปัญหาในเรื่อง เจโตวิมุติที่หาประมาณมิได้ และ เจโตวิมุติที่เป็นมหัคคตะ ซึ่งพระอนุรุทธะได้ย้อนถามช่างไม้ว่า เข้าใจในเรื่องนี้อย่างไร ช่างไม้ตอบว่าเขาเข้าใจว่าธรรมะ 2 ประการนี้มีความหมายเป็นอย่างเดียวกัน ต่างกันแต่พยัญชนะเท่านั้นพระอนุรุทธะจึงได้อธิบายให้เขาเข้าใจโดยถูกต้องว่า ความจริงธรรมะ 2 ประการนี้ ต่างกันทั้งความหมายและพยัญชนะ และในการสนทนาธรรมครั้งนี้ ท่านยังกล่าวถึงเหตุ 4 อย่าง ที่ทำให้เมื่อตายแล้วไปเกิดในหมู่เทวดาเพิ่มเติมให้ด้วยพระอภิยะ กัจจานะ ซึ่งรับนิมนต์ไปฉันด้วยกัน ก็ได้ซักถามต่อไปให้ลึกซึ้งขึ้นในเรื่อง คุณธรรมที่เป็นเหตุให้เทวดามีรัศมีต่างกัน พระอนุรุทธะได้ยืนยันว่าที่ท่านทราบโดยละเอียดอย่างนี้ ๆ เพราะท่านเคยอยู่ร่วม เคยเจรจาร่วม เคยสนทนาร่วมกับเทวดาเหล่านั้นมาแล้วอนุรุทธสูตร (๑๒๗)[๔๒๒] อ. ดูกรคฤหบดี ธรรม ๒ ข้อนี้ คือ เจโตวิมุติที่หาประมาณมิได้ และเจโตวิมุติที่เป็นมหัคคตะ ต่างกันทั้งอรรถและพยัญชนะ ท่านพึงทราบประการที่ต่างกันนั้นโดยปริยายดังต่อไปนี้ ดูกรคฤหบดี ก็ เจโตวิมุติที่หาประมาณมิได้ เป็นไฉน ดูกรคฤหบดี ภิกษุในธรรมวินัยนี้มีใจสหรคตด้วยเมตตา แผ่ไปตลอดทิศหนึ่งอยู่ แผ่ไปตลอดทิศที่สอง ทิศที่สาม ทิศที่สี่อยู่ เช่นนั้นเหมือนกัน และแผ่ไปตลอดทิศเบื้องบน ทิศเบื้องล่าง ทิศเบื้องขวางอยู่ ด้วยอาการเดียวกัน ชื่อว่ามีใจสหรคตด้วยเมตตาอย่างไพบูลย์ เป็นมหัคคตะ มีอารมณ์หาประมาณมิได้ ไม่มีเวร ไม่มีเบียดเบียน แผ่ไปตลอดโลกอันมีสัตว์ทั้งปวงในที่ทุกสถาน โดยเป็นอัตภาพทั้งมวลอยู่ มีใจสหรคตด้วยกรุณา … มีใจสหรคตด้วยมุทิตา  … มีใจสหรคตด้วยอุเบกขา แผ่ไปตลอดทิศหนึ่งอยู่ แผ่ไปตลอดทิศที่สอง ทิศที่สาม ทิศที่สี่อยู่ เช่นนั้นเหมือนกัน และแผ่ไปตลอดทิศเบื้องบน ทิศเบื้องล่าง ทิศเบื้องขวางอยู่ ด้วยอาการเดียวกัน ชื่อว่ามีใจสหรคตด้วยอุเบกขาอย่างไพบูลย์ เป็นมหัคคตะ มีอารมณ์หาประมาณมิได้ ไม่มีเวร ไม่มีเบียดเบียน แผ่ไปตลอดโลกอันมีสัตว์ทั้งปวง ในที่ทุกสถาน โดยเป็นอัตภาพทั้งมวลอยู่ ดูกรคฤหบดี นี้เรียกว่า เจโตวิมุติที่หาประมาณมิได้ ฯ[๔๒๓] ดูกรคฤหบดี ก็ เจโตวิมุติที่เป็นมหัคคตะ เป็นไฉน ดูกร คฤหบดี ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เท่าที่น้อมใจแผ่ไปสู่โคนไม้แห่งหนึ่งว่า เป็นแดนมหัคคตะอยู่ นี้เรียกว่า เจโตวิมุติที่เป็นมหัคคตะ และเท่าที่น้อมใจแผ่ไปสู่โคนไม้สองแห่งหรือสามแห่งว่า เป็นแดนมหัคคตะ อยู่ นี้ก็เรียกว่า เจโตวิมุติที่เป็นมหัคคตะ ฯดูกรคฤหบดี ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เท่าที่น้อมใจแผ่ไปสู่เขตบ้านแห่งหนึ่งว่า เป็นแดนมหัคคตะ อยู่ นี้เรียกว่า เจโตวิมุติที่เป็นมหัคคตะ และเท่าที่น้อมใจแผ่ไปสู่เขตบ้านสองแห่งหรือสามแห่งว่า เป็นแดนมหัคคตะ อยู่ นี้ก็เรียกว่า เจโตวิมุติที่เป็นมหัคคตะ ฯดูกรคฤหบดี ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เท่าที่น้อมใจแผ่ไปสู่มหาอาณาจักรหนึ่งว่า เป็นแดนมหัคคตะ อยู่ นี้ก็เรียกว่า เจโตวิมุติที่เป็นมหัคคตะ และเท่าที่น้อมใจแผ่ไปสู่มหาอาณาจักรสองหรือสามมหาอาณาจักรว่า เป็นแดนมหัคคตะอยู่ นี้ก็เรียกว่า เจโตวิมุติที่เป็นมหัคคตะ ฯดูกรคฤหบดี อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เท่าที่น้อมใจแผ่ไปตลอดปฐพี มีสมุทรเป็นขอบเขตว่า เป็นแดนมหัคคตะ อยู่ นี้ก็เรียกว่า เจโตวิมุติที่เป็นมหัคคตะ ฯดูกรคฤหบดี โดยปริยายนี้แล ท่านพึงทราบประการที่ธรรม ๒ ข้อนี้ต่างกันทั้งอรรถและพยัญชนะ ฯแนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: ขุดเพชรในพระไตรปิฎก S01E12 ,  Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
1/22/202053 minutes, 32 seconds
Episode Artwork

มหาสุญญตสูตร 6303-4s

"มหาสุญญตสูตร" พระพุทธเจ้าทรงแสดงพระสูตรนี้ไว้ เนื่องจากการที่พระองค์เสด็จไปยังวิหารของเจ้ากาลเขมกะ ศากยะ ได้ทอดพระนตรเห็นมีเสนาสนะที่แต่งตั้งไว้มากด้วยกัน และทราบว่าที่นี่มีภิกษุอยู่มาก จึงปรารภเหตุนี้แสดงธรรมกับพระอานนท์ถึงการที่พระภิกษุไม่ควรไปคลุกคลีอยู่เป็นหมู่คณะใหญ่ ได้ตรัสไว้ถึง โทษของการคลุกคลี และ ในเรื่องของ สุญญตา การทำจิตให้ว่างจากความเกาะเกี่ยว รวมถึงการมีสัมปชัญญะ (สมฺปชาโน) คือ การรู้ตัวรอบคอบ ในอิริยาบถต่าง ๆ ที่จะทำให้จิตไม่ไหลไปตามอกุศลธรรมทั้งหลาย ทำให้เกิดฌานสมาธิ และทำให้ สุญญตสมาบัติภายใน เกิดขึ้นได้นอกจากนี้พระองค์ทรงยกในเรื่องของ กามคุณ 5, อุปาทานขันธ์ 5, อุปัททวะของอาจารย์ ศิษย์ และผู้ประพฤติพรหมจรรย์ ฯ พร้อมทั้งวิธีพึงปฏิบัติต่อพระศาสดาด้วยความเป็นมิตร ขึ้นมาแสดงให้ได้ฟังเพิ่มเติมกันอีกด้วย[๓๔๖] ดูกรอานนท์ ก็วิหารธรรมอันตถาคตตรัสรู้ในที่นั้นๆ นี้แล คือ ตถาคตบรรลุสุญญตสมาบัติภายใน เพราะไม่ใส่ใจนิมิตทั้งปวงอยู่ดูกรอานนท์ ถ้าภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา พระราชา มหาอำมาตย์ของพระราชา เดียรถีย์ สาวกของเดียรถีย์เข้าไปหาตถาคตผู้มีโชค อยู่ด้วยวิหารธรรมนี้ในที่นั้น ๆ ตถาคตย่อมมีจิตน้อมไปในวิเวก โน้มไปในวิเวก โอนไปในวิเวก หลีกออกแล้ว ยินดียิ่งแล้วในเนกขัมมะ มีภายในปราศจากธรรมเป็นที่ตั้งแห่งอาสวะโดยประการทั้งปวง จะเป็นผู้ทำการเจรจาแต่ที่ชักชวนให้ออกเท่านั้น ในบริษัทนั้นๆ โดยแท้ดูกรอานนท์ เพราะฉะนั้นแล ภิกษุถ้าแม้หวังว่า จะบรรลุสุญญตสมาบัติภายในอยู่ เธอพึงดำรงจิตภายใน ให้จิตภายในสงบ ทำจิตภายในให้เป็นธรรมเอกผุดขึ้น ตั้งจิตภายในให้มั่นเถิด ฯ…มหาสุญญตสูตรแนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่: #จงเป็นผู้เรียกร้องพระศาสดาด้วยความเป็นมิตร , #สมฺปชาโน:การรู้ตัวรอบคอบ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
1/15/20201 hour, 7 minutes, 35 seconds
Episode Artwork

จูฬสุญญตสูตร และอนุปทสูตร 6302-4s

"จูฬสุญญตสูตร" ว่าด้วยสุญญตา สุญญตวิหารธรรม ธรรมที่เป็นเครื่องอยู่ของพระพุทธเจ้า คือ การทำในใจให้ถึงความว่าง (อากาสานัญจายตนะ) ซึ่งเป็นเรื่องของสมาธิที่ประณีตยิ่ง ๆ ขึ้นไปตามลำดับขั้น ตั้งแต่รูปฌานไปจนถึงอรูปฌาน และ "อนุปทสูตร" ว่าด้วยธรรมตามลำดับบท อะไรเกิดอะไรดับไป อะไรดับไปอะไรเกิดขึ้น เห็นความมี เห็นความไม่มี เห็นความไม่ยินดี เห็นความไม่ยินร้าย เป็นไปตามลำดับขั้น Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
1/8/20201 hour, 2 seconds
Episode Artwork

เวรัญชกสูตร 6301-4s

"เวรัญชกสูตร" ว่าด้วยเหตุปัจจัยให้เข้าถึงสุคติ เมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้าทรงประทับอยู่ ณ วัดพระเชตวัน เมืองสาวัตถี ปรารภพวกพราหมณ์และคฤหบดี ชาวเมืองเวรัญชา ที่ได้มาเข้าเฝ้าฯ ทูลถามคำถามที่ว่า "อะไรเป็นเหตุปัจจัยที่นำไปสุคติและทุคติ" พระพุทธเจ้าจึงได้แสดงธรรมเทศนาในเรื่องของธรรมะที่ถ้าไม่ประพฤติไม่ปฏิบัติโดยเรียบร้อย ก็จะทำให้ไปนรก ไปทุคติ  และธรรมะที่เมื่อประพฤติปฏิบัติโดยเรียบร้อย ก็จะทำให้ไปสู่สุคติโลกสวรรค์ ซึ่งแยกแยะแบ่งออกได้ 2 หมวด คือ อกุศลกรรมบถ 10 และ กุศลกรรมบถ 10 และในอีก 3 ส่วน ที่เป็นเรื่องของความประพฤติทางกาย วาจา และใจ ทั้งนี้พระพุทธองค์ยังได้กล่าวรับรองถึง ผลแห่งความประพฤติเรียบร้อย ในรายละเอียดไว้ด้วยว่าเป็นเช่นไร “ดูกรพราหมณ์และคฤหบดีทั้งหลาย ถ้าบุคคลผู้ประพฤติเรียบร้อย คือ ประพฤติธรรมพึงหวังว่า ขอเราพึงทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุติ ปัญญาวิมุตติ อันไม่มีอาสวะ เพราะสิ้นอาสวะเพราะรู้ยิ่งเองแล้ว เข้าถึงอยู่ในชาตินี้เถิด ข้อนี้เป็นฐานะที่จะมีได้ คือ บุคคลนั้นพึงทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุตติ อันไม่มีอาสวะ เพราะสิ้นอาสวะ เพราะรู้ยิ่งเองแล้ว เข้าถึงอยู่ในชาตินี้ นั่นเป็นเพราะเหตุอะไร เพราะบุคคลนั้นเป็นผู้ประพฤติเรียบร้อย คือ เป็นผู้ประพฤติธรรมอย่างนั้นแหละ.”… เวรัญชกสูตรแนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่: #สาเลยยกสูตร , #กุศลธรรม 10 อย่างพาไปสู่วิมุติ , #เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ด้วยการประพฤติธรรม , #สากัจฉาธรรม-อย่าไปตกนรก โดยไม่จำเป็น        Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
1/1/202053 minutes, 28 seconds
Episode Artwork

กูฏทันตสูตร | ที่สุดแห่งยัญ 6252-4s

เท้าความจากเอพิโสดที่แล้ว ในเรื่องของการฆ่าสัตว์เพื่อนำมามาบูชายัญนั้นไม่ประโยชน์ กลับแต่จะเป็นการสร้างบาปเพิ่มขึ้น จึงได้กล่าวถึงยัญญสัมปทา 3 บริวาร 16 และในเอพิโสดนี้พระพุทธเจ้าได้ตรัสตอบกูฏทันตพราหมณ์ถึงเรื่องการบูชายัญอย่างอื่นที่ไม่เป็นไปเพื่อการเบียดเบียนชีวิต ที่ใช้ทรัพย์น้อยกว่า มีการตระเตรียมน้อยกว่า และมีผลมีอานิสงส์มากกว่า นั่นคือ การให้ทานแก่ผู้มีศีลอยู่เป็นนิตย์, การสร้างวิหารสำหรับสงฆ์, การถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นสรณะ, ความเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศีล สมาทานตั้งอยู่ใน 3 ขั้น (จุลศีล มัชฌิมศีล  มหาศีล), ออกบวชตามโอกาส และการบำเพ็ญสมาธิภาวนาวิปัสสนาญาณ (วิชชา 8 )เมื่อได้ฟังพระธรรมเทศนาอย่างนี้แล้ว กูฏทันตพราหมณ์เกิดความเสื่อมใส แสดงตนเป็นอุบาสกผู้ถึงสรณะตลอดชีวิต จากนั้นพระพุทธเจ้าทรงแสดงอนุปุพพิกถาแก่กูฏทันตพราหมณ์ และเมื่อทรงทราบความที่พราหมณ์นั้นมีจิตอันควร อ่อนเหมาะ ปราศจากนิวรณ์แล้ว จึงยกอริยสัจจ 4 ขึ้นแสดงต่อ พอจบพระธรรมเทศนา กูฏทันตพราหมณ์ได้บรรลุโสดาปัตติผล ดูกรพราหมณ์ พระอรหันต์ก็ดี ท่านที่บรรลุอรหัตมัคก็ดี ย่อมไม่เข้าไปสู่ยัญเช่นนั้น ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะในยัญนั้นปรากฏว่า มีการประหารด้วยท่อนไม้บ้าง จับไสคอกันบ้าง ฉะนั้น พระอรหันต์ก็ดี ท่านที่บรรลุอรหัตมัคก็ดี ย่อมไม่เข้าไปสู่ยัญเช่นนั้น ดูกรพราหมณ์ ส่วนนิตยทานอันเป็นอนุกูลยัญอย่างใดอย่างหนึ่งที่บุคคลถวายเจาะจงพวกบรรพชิตผู้มีศีล พระอรหันต์ก็ดี ท่านที่บรรลุอรหัตมัคก็ดี ย่อมเข้าไปสู่ยัญเช่นนั้นโดยแท้ ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะในยัญนั้น ไม่ปรากฏว่ามีการประหารด้วยท่อนไม้ การจับไสคอกันเลย ฉะนั้น พระอรหันต์ ก็ดี ท่านที่บรรลุอรหัตมัคก็ดี ย่อมเข้าไปสู่ยัญเช่นนั้น ดูกรพราหมณ์ นี้แลเป็นเหตุเป็นปัจจัย ให้นิตยทานอันเป็นอนุกูลยัญนั้น ซึ่งใช้ทรัพย์น้อยกว่า มีการตระเตรียมน้อยกว่า และมีผล มากกว่า มีอานิสงส์มากกว่า กว่ายัญสมบัติทั้ง ๓ ประการ ซึ่งมีบริวาร ๑๖ นี้…กูฏทันตสูตรแนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: คลังพระสูตร E09S10 , ใต้ร่มโพธิบท E07S53 , E07S05 , เข้าใจทำ (ธรรม) E08S01    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
12/25/201958 minutes, 20 seconds
Episode Artwork

กูฏทันตสูตร | ยัญญสัมปทา 3 บริวาร 16 6251-4s

"กูฏทันตสูตร" ปรารภกูฎทันตพราหมณ์ประสงค์จะบูชามหายัญ ที่ต้องทำการฆ่าสัตว์เป็นจำนวนมาก แต่เมื่อได้ทราบข่าวว่าพระพุทธเจ้าเสด็จมาประทับ ณ สวนอัมพลัฏฐิกา ใกล้ที่พักของตน  จึงได้ไปเข้าเฝ้าฯ พร้อมคณะพราหมณ์และคฤหบดีชาวบ้านขานุมัตต์หมู่ใหญ่ เพื่อทูลถามในเรื่องของยัญสมบัติ 3 ประการ ซึ่งมีบริวาร 16พระพุทธเจ้าได้ยกเรื่องการบูชามหายัญของพระเจ้ามหาวิชิตราชที่เป็นไปตามธรรม เพื่อจะเป็นประโยชน์และความสุขแก่พระองค์ไปตลอดกาลนาน ซึ่งมีพราหมณ์ปุโรหิตผู้มากด้วยปัญญา (นั่นคือ พระโพธิสัตว์ในอดีตชาติ) เป็นผู้คอยชี้แจงแนะนำวิธีการบูชามหายัญ โดยแสดงถึง ชนผู้เห็นชอบตามพระราชดำริ 4 จำพวก, พระเจ้ามหาวิชิตราชทรงประกอบด้วยองค์ 8 ประการ,  พราหมณ์ปุโรหิตประกอบด้วยองค์ 4 ประการ รวมเรียก "ยัญญสัมปทา 3 อย่าง มีบริวาร 16"หลังจากได้ฟังจบแล้ว เหล่าพราหมณ์ทั้งหลายก็ส่งเสียงอื้ออึงว่า โอ ยัญ โอ ยัญสมบัติ มีเพียงกูฏทันตพราหมณ์ที่นั่งนิ่งอยู่ เพราะเกิดความสงสัยขึ้นว่า ยังมียัญอย่างอื่นอีกหรือไม่หนอ ที่ใช้ทรัพย์น้อยกว่า มีการตระเตรียมน้อยกว่า และมีผลมีอานิสงส์มากกว่ายัญที่ได้กล่าวมาข้างต้น มารับฟังตอนจบของพระสูตรได้ในเอพิโสดต่อไปแนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่: #อัคคิสูตรที่ 2 ว่าด้วยเรื่องไฟ 7 กอง    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
12/18/201957 minutes, 29 seconds
Episode Artwork

เสขปฏิปทาสูตร 6250-4s

ในบทสวด อิ ติ ปิโสฯ ที่เราสวดกันจนคุ้นเคย มีบทที่ว่า วิชชาจรณสัมปันโน แปลว่า พระพุทธเจ้าเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ อันเป็นผู้ทรงความรู้และปฏิบัติตามความรู้นั้นด้วย ในเอพิโสดนี้จึงได้ยกพระสูตรขึ้นมาอธิบายกันในเรื่องของ วิชชา 3 และ จรณะ 15 ให้ได้ฟังกัน"เสขปฏิปทาสูตร"ว่าด้วยผู้มีเสขปฏิปทา ปรารภเจ้าศากยะเมืองกบิลพัสดุ์ได้นิมนต์พระพุทธเจ้าให้ทรงบริโภคสัณฐาคารใหม่ เพื่อเป็นปฐมฤกษ์ที่สัณฐาคารนั้นเพิ่งสร้างเสร็จ เพื่อประโยชน์และความสุขแก่พวกเจ้าศากยะฯ ซึ่งในวาระนั้นพระพุทธองค์จึงทรงให้พระอานนท์แสดงธรรมแทนอริยสาวกในพระธรรมวินัยนี้ชื่อว่าเป็นผู้มีเสขปฏิปทา เพราะถึงพร้อมด้วยคุณธรรมเหล่านี้คือ เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศีล, เป็นคุ้มครองทวารในอินทรีย์ทั้งหลาย, เป็นรู้ประมาณในโภชนะ, เป็นผู้ประกอบความเพียรเครื่องตื่น, เป็นผู้ประกอบด้วยสัปปุริสธรรม 7, เป็นผู้ได้ฌาน 4 อันเป็นธรรมอาศัยซึ่งจิตอันยิ่ง เป็นเครื่องอยู่เป็นสุขในทิฏฐธรรม ตามความปรารถนา เป็นผู้ได้โดยไม่ยาก ไม่ลำบาก  เปรียบเหมือนลูกไก่เจาะเปลือกไข่ออกแนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: สมการชีวิต S01E21 ,เข้าใจทำ (ธรรม) S08E05 , S08E01 ,  ใต้ร่มโพธิบท S07E44 , S07E40 ,ตามใจท่าน S10E02  Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
12/11/201954 minutes, 24 seconds
Episode Artwork

มหาตัณหาสังขยสูตร และ จูฬตัณหาสังขยสูตร 6249-4s

ในเอพิโสดนี้ ได้นำ 2 พระสูตร ว่าด้วยเรื่องความสิ้นตัณหา มาให้ได้รับฟังกัน พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ใน มหาตัณหาสังขยสูตร (สูตรใหญ่) ปรารภทิฏฐิของสาติภิกษุบุตรชาวประมง ที่กล่าวตู่พระพุทธองค์ มีความเห็นผิดไปว่า 'เรารู้ทั่วถึงธรรมตามที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงว่า วิญญาณนี้ นั่นแลมิใช่อื่น ท่องเที่ยวไป แล่นไป' และ จูฬตัณหาสังขยสูตร (สูตรเล็ก) ปรารภท้าวสักกะที่มาเข้าเฝ้าฯ เพื่อทูลถามถึง ข้อปฏิบัติอย่างไร ที่จะทำให้สิ้นตัณหา ที่จะทำให้หลุดพ้นได้…รู้แจ้งธรรมารมณ์ทางใจแล้ว ไม่ยินดีในธรรมารมณ์ที่น่ารัก ไม่ขัดเคือง ในธรรมารมณ์ที่น่าชัง ย่อมเป็นผู้มีสติในกายตั้งมั่น และมีจิตหาประมาณมิได้อยู่ ทราบชัดถึงเจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุตติอันเป็นที่ดับไม่เหลือแห่งบาปอกุศลธรรม ตามความเป็นจริง เธอละความยินดียินร้ายอย่างนี้แล้ว เสวยเวทนาอย่างใดอย่างหนึ่ง สุขก็ตาม ทุกข์ก็ตาม มิใช่ทุกข์มิใช่สุขก็ตาม ก็ไม่เพลิดเพลิน ไม่บ่นถึง ไม่ ติดใจเวทนานั้นเมื่อภิกษุนั้นไม่เพลิดเพลิน ไม่บ่นถึง ไม่ติดใจเวทนานั้นอยู่ ความเพลิดเพลินในเวทนาทั้งหลายจึงดับไป เพราะความเพลิดเพลินดับ อุปาทาน จึงดับ เพราะอุปาทานดับ ภพจึงดับ เพราะภพดับ ชาติจึงดับ เพราะชาติดับ ชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส และอุปายาสของภิกษุนั้นจึงดับ ความดับแห่งกองทุกข์ทั้งสิ้นนั้น ย่อมมีได้อย่างนี้ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงทรงจำตัณหาสังขยวิมุตติ โดยย่อของเรานี้ อนึ่ง เธอทั้งหลายจงทรงจำสาติภิกษุบุตรชาวประมงว่า เป็นผู้ติดอยู่ในข่ายคือ ตัณหาและกองแห่งตัณหาใหญ่”…มหาตัณหาสังขยสูตรที่ ๘แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: เข้าใจทำ (ธรรม) E07S65 , E07S59 , ใต้ร่มโพธิบท E07S59#จิต&ปฏิจจสมุปบาท - ตอนที่ 2  Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
12/4/20191 hour, 2 minutes, 31 seconds
Episode Artwork

มหาสติปัฏฐานสูตร (สูตรใหญ่) 6248-4s

"มหาสติปัฏฐานสูตร" (สูตรใหญ่) เป็นพระสูตรที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ว่าด้วยเรื่องของการเจริญสติปัฏฐาน (ฐานที่ตั้งแห่งสติ) โดยสามารถแบ่งเนื้อหาออกได้เป็น 3 ส่วน คือ ภาคอุทเทส เป็นการนำเสนอภาพรวมของมหาสติปัฏฐาน 4 , ภาคนิเทศ  มีเนื้อหาจำแนกแจกแจงอธิบายรายละเอียดถึงวิธีการนำสติปัฏฐาน 4 ไปปฏิบัติทั้งในส่วนของฐานกาย เวทนา จิต และธรรม และ ภาคอานิสงส์ เป็นบทสรุปที่ยืนยันถึงผลแห่งการปฏิบัติตามสติปัฏฐาน 4 ที่เป็นไปเพื่อความดับทุกข์และโทมนัส เพื่อบรรลุญายธรรม และเพื่อทำให้แจ้งซึ่งนิพพานเป็นเรื่องที่เมื่อได้ฟังแล้ว พิจารณาใคร่ครวญจดจ่อลงไป จะเห็นว่าแม้แต่ในสิ่งที่เป็นอกุศลธรรม เช่น นิวรณ์เครื่องกางกั้น เครื่องร้อยรัดคือสังโยชน์ หรือแม้แต่ตัณหา ท่านได้กำหนดบทพยัญชนะไว้อย่างรัดกุมมาก ที่เมื่อเราฟังไปจนถึงจุดนั้น ๆ ให้เพ่งดูดี ๆ ว่าตรงไหนมันเกิด ตรงไหนมันดับ รู้เหตุเกิดแล้วจะให้ดับได้อย่างไร ตั้งใจฟังให้ดีแล้ว นี้จะเป็นประโยชน์ได้อย่างมากทีเดียว[๔๐๕] ภิกษุทั้งหลาย ทางนี้เป็นทางเดียว เพื่อความบริสุทธิ์ของเหล่าสัตว์ เพื่อล่วงโสกะและปริเทวะ เพื่อดับทุกข์และโทมนัส เพื่อบรรลุญายธรรม เพื่อทำให้แจ้งนิพพาน ทางนี้คือ สติปัฏฐาน ๔ ประการ เราอาศัยทางเดียวนี้แล้ว จึงกล่าวคำดังพรรณนามาฉะนี้”…มหาสติปัฏฐานสูตรที่ ๙แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: เข้าใจทำ (ธรรม) E07S49 , คลังพระสูตร E08S16 Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
11/27/201957 minutes, 42 seconds
Episode Artwork

สุภสูตร ทรงโปรดสุภมาณพ 6247-4s

สืบเนื่องจากเอพิโสดที่แล้วได้นำเสนอ "สุภสูตร" ที่ว่าด้วยเรื่องของอริยขันธ์ 3 ซึ่งปรารภเรื่องของสุภมานพบุตรของโตเทยยพราหมณ์ แห่งเมืองสาววัตถี ซึ่งสุภมานพนี้ พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงธรรมโปรดในหลายวาระ จึงจะได้นำเสนอเรื่องราวเพิ่มเติมในส่วนของพระสูตรไว้ในช่วงคลังพระสูตรนี้ และในส่วนของอรรถกถาสุภสูตรไว้ในช่วงนิทานพรรณนาในเอพิโสดนี้เป็นเหตุการณ์ที่มาในมัชฌิมนิกาย พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงธรรมโปรดสุภมานพ ที่ได้มาเข้าเฝ้าฯ เพื่อทูลถามปัญหาที่ว่า คฤหัสถ์เท่านั้นเป็นผู้ยินดีกุศลธรรมเครื่องนำออกไปจากทุกข์ บรรพชิตไม่เป็น ผู้ยินดีกุศลธรรมเครื่องนำออกไปจากทุกข์ ในเรื่องนี้ ท่านพระโคดมตรัสว่าอย่างไร? พระพุทธองค์ทรงแสดงแยกแยะแจกแจงให้เห็นถึงความเป็นผู้ยินดีกุศลธรรมเครื่องนำออกไปจากทุกข์ เพราะเหตุแห่งอธิกรณ์คือการปฏิบัติชอบ ในเรื่องของ ฐานะการงานของคฤหัสถ์และบรรพชิต, บัญญัติธรรม 5 ประการ (ที่พวกพราหมณ์บัญญัติเปรียบเทียบกับคำสอนในธรรมวินัยนี้) และทางเพื่อความเป็นสหายของพรหม  และในที่นี้เรายังจะได้เห็นถึงพุทธลีลาในบอกสอนของพระพุทธองค์อีกด้วย[๗๒๘] ดูกรมาณพ ธรรม ๕ ประการนี้ ที่พราหมณ์ทั้งหลายบัญญัติเพื่อทำบุญ เพื่อยินดีกุศล เรากล่าวว่าเป็นบริขารของจิต เพื่ออบรมจิตไม่ให้มีเวร ไม่ให้มีความเบียดเบียน. ดูกรมาณพ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้พูดจริง เธอรู้สึกว่า เราเป็นผู้พูดจริง ย่อมได้ความรู้อรรถ ย่อมได้ความรู้ธรรม ย่อมได้ความปราโมทย์ประกอบด้วยธรรม ความปราโมทย์อันประกอบด้วยกุศลนี้ เรากล่าวว่าเป็นบริขารของจิต เพื่ออบรมจิตไม่ให้มีเวร ไม่ให้มีความเบียดเบียน. ดูกรมาณพ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้มีความเพียร … ประพฤติพรหมจรรย์ … มากด้วยการสาธยาย … มากด้วยการบริจาค เธอรู้สึกว่า เราเป็นผู้มากด้วยการบริจาคย่อมได้ความรู้อรรถ ย่อมได้ความรู้ธรรม ย่อมได้ความปราโมทย์อันประกอบด้วยธรรม ความปราโมทย์อันประกอบด้วยกุศลนี้ เรากล่าวว่าเป็นบริขารของจิต เพื่ออบรมจิตไม่ให้มีเวร ไม่ให้มีความเบียดเบียน. ธรรม ๕ ประการ นี้ที่พราหมณ์ทั้งหลายบัญญัติเพื่อทำบุญ เพื่อยินดีกุศลนี้ เรากล่าวว่าเป็นบริขารของจิตเพื่ออบรม จิตไม่ให้มีเวร ไม่ให้มีความเบียดเบียน.แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: คลังพระสูตร S09E05 , S09E01 ,  #พรหมวิหาร 4 ธรรมที่เมื่อเข้าใจถูก จะไม่ไร้เดียงสา   Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
11/20/201956 minutes, 7 seconds
Episode Artwork

สุภสูตร อริยขันธ์ 3 6246-4s

"สุภสูตร" ว่าด้วยเรื่องอริยขันธ์ 3 เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ณ พระวิหารเชตวัน เมืองสาวัตถี ปรารภสุภมาณพโตเทยยบุตรได้ให้คนไปนิมนต์พระอานนท์ให้สงเคราะห์ไปเยี่ยมตนถึงที่อยู่ และขอโอกาสถามปัญหาว่า 'ในฐานะที่พระอานนท์ เป็นอุปัฏฐากใกล้ชิดพระพุทธเจ้ามานาน พระพุทธองค์ได้ตรัสสรรเสริญคุณแห่งธรรมเหล่าใด และทรงยังชักชวนประชุมชนนี้ ให้สมาทาน ตั้งอยู่ ดำรงอยู่ในธรรมเหล่าใด'พระอานนท์ตอบว่า พระพุทธองค์ทรงสรรเสริญและชักชวนประชุมชนให้ตั้งอยู่ในกองศีล สมาธิ ปัญญา อันเป็นอริยะ และได้อธิบายถึงอริยศีลขันธ์ อริยสมาธิขันธ์  และอริยปัญญาขันธ์โดยรายละเอียดไปตามลำดับ เมื่อแสดงธรรมจบ สุภมาณพโตเทยยบุตร ได้สรรเสริญและแสดงตนเป็นอุบาสกถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต.เปรียบเหมือนสระน้ำใสสะอาดไม่ขุ่นมัวบนยอดภูเขา คนตาดียืนที่ขอบสระนั้น เห็นหอยโข่งและหอยกาบ ก้อนกรวดและก้อนหินหรือฝูงปลากำลังแหวกว่ายอยู่บ้าง หยุดอยู่บ้าง ในสระนั้น ก็คิดอย่างนี้ว่า ‘สระน้ำนี้ใสสะอาดไม่ขุ่นมัว หอยโข่งและหอย กาบ ก้อนกรวดและก้อนหิน และฝูงปลาเหล่านี้กำลังแหวกว่ายอยู่ก็มี หยุดอยู่ก็มีในสระนั้น’ ฉันใด เมื่อจิตเป็นสมาธิบริสุทธิ์ผุดผ่อง ไม่มีกิเลสเพียงดังเนิน ปราศจากความเศร้าหมอง อ่อน เหมาะแก่การใช้งาน ตั้งมั่น ไม่หวั่นไหวอย่างนี้ ภิกษุน้อมจิตไปเพื่ออาสวักขยญาณ รู้ชัดตามความเป็นจริงว่า ‘นี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา นี้อาสวะ นี้อาสวสมุทัย นี้อาสวนิโรธ นี้อาสวนิโรธคามินีปฏิปทา’ เมื่อเธอรู้เห็นอยู่อย่างนี้ จิตย่อมหลุดพ้นจากกามาสวะ ภวาสวะ และอวิชชาสวะ เมื่อจิตหลุดพ้นแล้วก็รู้ว่า หลุดพ้นแล้ว รู้ชัดว่า ‘ชาติสิ้นแล้ว อยู่จบพรหมจรรย์แล้ว ทำกิจที่ควรทำเสร็จแล้ว ไม่มีกิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้อีกต่อไป’ ฉันนั้น ข้อนี้จัดเป็นปัญญาอย่างหนึ่งของภิกษุ…สุภสูตร ว่าด้วยเรื่องอริยขันธ์ 3 Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
11/13/20191 hour, 11 minutes, 52 seconds
Episode Artwork

อุโปสถสูตร และ อิธโลกสูตร 6245-4s

ยก 2 พระสูตร ที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสสอนนางวิสาขาไว้ใน อุโปสถสูตร ว่าด้วยเรื่องของอริยอุโบสถ จะรักษาศีล 8 อย่างไรให้ถูกต้องและได้ผลมาก และ อิธโลกสูตร ว่าด้วยธรรมะข้อปฏิบัติของหญิงผู้ออกเรือนที่ชื่อว่าเป็นผู้ปฏิบัติเพื่อชัยชนะในโลกหน้า ซึ่งได้เคยกล่าวไว้กับพระอนุรุทธ ปรารภเทวดาเหล่ามนาปกายิกา นอกจากจะตรัสสอนโดยตรงแก่นางวิสาขาแล้ว ยังได้ตรัสสอนนางนกุลมาตา ในเนื้อความเดียวกันอีกด้วย (อ้างอิงใน  วิสาขสูตร | นกุลมาตาสูตร )อุโปสถสูตร"บุคคลไม่พึงฆ่าสัตว์ ไม่พึงลักทรัพย์ ไม่พึงพูดเท็จ ไม่พึงดื่มน้ำเมา พึงงดเว้นเมถุน อันเป็นความประพฤติไม่ประเสริฐ ไม่พึงบริโภคโภชนะในเวลาวิกาลในกลางคืน ไม่พึงทัดทรงดอกไม้ ไม่พึงลูบไล้ของหอม และพึงนอนบนเตียง บนพื้น หรือบนที่ซึ่งเขาปูลาด บัณฑิตทั้งหลายกล่าวอุโบสถที่ประกอบด้วยองค์ ๘ นี้แลว่า อันพระพุทธเจ้าผู้ถึงที่สุดทุกข์ทรงประกาศไว้ พระจันทร์ พระอาทิตย์ ทั้งสองที่น่าดู ส่องแสง โคจรไปทั่วสถานที่ประมาณเท่าใด และพระจันทร์ พระอาทิตย์นั้น กำจัดความมืดไปในอากาศ ทำให้ทิศรุ่งโรจน์ ส่องแสงอยู่ในนภากาศ ทั่วสถานที่มีประมาณเท่าใด ทรัพย์ คือ แก้วมุกดา แก้วมณี แก้วไพฑูรย์ ทองสิงคี และทองคำ ตลอดถึงทองชนิดที่เรียกว่า หฏกะ เท่าที่มีอยู่ในสถานที่ประมาณเท่านั้น ยังไม่ถึงแม้ซึ่งเสี้ยวที่ ๑๖ ของอุโบสถที่ประกอบด้วยองค์ ๘ และทั้งหมด ยังไม่ถึงเสี้ยวที่ ๑๖ ของแสงจันทร์และหมู่ดาว เพราะฉะนั้นแหละ สตรีบุรุษผู้มีศีล เข้าจำอุโบสถประกอบด้วยองค์ ๘ ทำบุญซึ่งมีสุขเป็นกำไร เป็นผู้ไม่ถูกนินทา ย่อมเข้าถึงสัคคสถาน ฯ" อิธโลกสูตรที่ ๑"มาตุคามผู้จัดการงานดี สงเคราะห์คนข้างเคียงของสามีดี ประพฤติเป็นที่พอใจของสามี รักษาทรัพย์ที่สามีหามาได้ มาตุคามนั้นเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศรัทธาและศีล ปราศจากความตระหนี่ รู้ความประสงค์ ชำระทางสัมปรายิกัตถประโยชน์อยู่เป็นนิตย์ นารีใดมีธรรม ๘ ประการนี้ ดังกล่าว มานี้ ปราชญ์ทั้งหลายกล่าวสรรเสริญนารีแม้นั้นว่า เป็นผู้มี ศีล ตั้งอยู่ในธรรม พูดคำสัตย์ อุบาสิกาผู้มีศีลเช่นนั้น ถึงพร้อมด้วยอาการ ๑๖ อย่าง ประกอบด้วยองคคุณ ๘ ประการ ย่อมเข้าถึงเทวโลกประเภทมนาปกายิกา ฯ"แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: นิทานพรรณรา S02E03 , ขุดเพชรในพระไตรปิฏก  E02S06 , ธรรมะของหญิงผู้ออกเรือน , อริยะอุโบสถ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
11/6/20191 hour, 45 seconds
Episode Artwork

จูฬทุกขักขันธสูตรและสูตรอื่น 6244-4s

ในเอพิโสดนี้ ได้ยกเรื่องราวของเหล่าอุบาสกผู้เลิศมาให้รับฟังถึง 4 พระสูตรด้วยกัน โดยมีเนื้อหาประเด็นที่น่าสนใจ สามารถศึกษาทำความเข้าใจตามที่พระพุทธเจ้าได้ทรงมีการพิจารณาธรรมในเรื่องเหล่านี้ไว้อย่างไรจูฬทุกขักขันธสูตร ว่าด้วยกองทุกข์ | ณ นิโครธาราม ใกล้กรุงกบิลพัสดุ์ พระพุทธเจ้าตรัสแสดงธรรมแก่เจ้ามหานามศากยะ ผู้ทูลถามถึงว่า ธรรมชื่ออะไรที่ยังทรงละไม่ได้เด็ดขาดในภายใน เป็นเหตุให้ โลภะ โทสะ โมหะ อันเป็นเครื่องเศร้าหมองแห่งจิต ยังครอบงำจิตไว้ได้เป็นครั้งคราว[๒๑๐] พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรมหานาม ธรรมนั้นนั่นแล ท่านยังละไม่ได้เด็ดขาดในภายใน อันเป็นเหตุให้ โลภธรรมก็ดี โทสธรรมก็ดี โมหธรรมก็ดี ยังครอบงำจิตของท่านไว้ได้เป็นครั้งคราว ดูกรมหานาม ก็ธรรมนั้นจักเป็นอันท่านละได้เด็ดขาดในภายในแล้ว ท่านก็ไม่พึงอยู่ครองเรือน ไม่พึงบริโภคกาม แต่เพราะท่านละธรรมเช่นนั้นยังไม่ได้เด็ดขาดในภายใน ฉะนั้น ท่านจึงยังอยู่ครองเรือน ยังบริโภคกาม.[๒๑๑] ดูกรมหานาม ถ้าแม้ว่า อริยสาวกเล็งเห็นด้วยปัญญาโดยชอบตามเป็นจริงว่า กามให้ความยินดีน้อย มีทุกข์มาก มีความคับแค้นมาก โทษในกามนี้ยิ่ง ดังนี้ แต่อริยสาวกนั้นเว้นจากกาม เว้นจากอกุศลธรรม ยังไม่บรรลุปีติและสุข หรือกุศลธรรมอื่นที่สงบกว่านั้น เธอจะยังเป็นผู้ไม่เวียนมาในกามไม่ได้ก่อน แต่เมื่อใด อริยสาวกได้เล็งเห็นด้วยปัญญาโดยชอบ ตามความเป็นจริงอย่างนี้ว่า กามให้ความยินดีน้อย มีทุกข์มาก มีความคับแค้นมาก โทษในกามนี้ยิ่ง ดังนี้ และเธอก็เว้นจากกาม เว้นจากอกุศลธรรม บรรลุปีติและสุข หรือกุศลธรรมอื่นที่สงบกว่านั้น เมื่อนั้น เธอย่อมเป็นผู้ไม่เวียนมาในกามเป็นแท้.มนาปทายีสูตร ว่าด้วยผู้ให้ของที่พอใจ ย่อมได้ของที่พอใจ | อุคคคฤหบดีถวายของที่ตนพอใจแด่พระพุทธเจ้า ด้วยทราบว่าผู้ให้ของที่พอใจย่อมได้ของที่พอใจ พระพุทธองค์ทรงอาศัยความอนุเคราะห์รับของที่อุคคฤหบดีถวายทุกครั้ง เมื่ออุคคคฤหบดีตายไปก็เข้าถึงหมู่เทพชื่อมโนมยะ"ผู้ให้ของที่พอใจ ย่อมได้ของที่พอใจ ผู้ใดย่อมให้เครื่องนุ่งห่ม ที่นอน ข้าว น้ำ และปัจจัยมีประการต่างๆ ด้วยความพอใจ ในท่านผู้ประพฤติตรง สิ่งของที่ให้ไปแล้วนั้นย่อมเป็นของที่บริจาคแล้ว สละแล้ว ไม่คิดเอาคืน ผู้นั้นเป็นสัปบุรุษทราบชัดว่า พระอรหันต์เปรียบด้วยนาบุญ บริจาคสิ่งที่บริจาคได้ยากแล้ว ชื่อว่าให้ของที่พอใจ ย่อมได้ของที่พอใจ ดังนี้ ฯชีวกสูตร ว่าด้วยหมอชีวกโกมารภัจจ์ | ณ ป่ามะม่วงของหมอชีวก หมอชีวกได้เข้าเฝ้าฯ ทูลถามพระพุทธเจ้าว่า ที่เขาพูดกันว่าพระสมณโคดมทรงทราบอยู่ก็เสวยเนื้อสัตว์ที่เขาฆ่าเจาะจงถวายนั้นเป็นความจริงเพียงไร พระพุทธเจ้าตรัสตอบถึง เนื้อที่ไม่ควรบริโภคและควรบริโภค ยังได้อธิบายต่อไปอีกในเรื่องของการแผ่กรุณา มุทิตา ไปจนถึงอุเบกขา และการทำบุญได้บาปด้วยเหตุ 5 ประการ"ดูกรชีวก ชนใดกล่าวอย่างนี้ว่า ชนทั้งหลายย่อมฆ่าสัตว์เจาะจงพระสมณโคดม พระสมณโคดมทรงทราบข้อนั้นอยู่ ก็ยังเสวยเนื้อสัตว์ที่เขาทำเฉพาะตนอาศัยตนทำ ดังนี้ ชนเหล่านั้นจะชื่อว่ากล่าวตรงกับที่เรากล่าวหามิได้ ชื่อว่ากล่าวตู่เราด้วยคำอันไม่เป็นจริงดูกรชีวก เรากล่าวเนื้อว่า ไม่ควรเป็นของบริโภคด้วยเหตุ ๓ ประการ คือ เนื้อที่ตนเห็น เนื้อที่ตนได้ยิน เนื้อที่ตนรังเกียจ ดูกรชีวก เรากล่าวเนื้อว่าเป็นของไม่ควรบริโภคด้วยเหตุ ๓ ประการ นี้แลดูกรชีวก เรากล่าวเนื้อว่า เป็นของควรบริโภคด้วยเหตุ ๓ ประการ คือ เนื้อที่ตนไม่ได้เห็นเนื้อที่ตนไม่ได้ยิน เนื้อที่ตนไม่ได้รังเกียจ ดูกรชีวก เรากล่าวเนื้อว่า เป็นของควรบริโภคด้วยเหตุ ๓ ประการนี้แล"อาฬวกสูตร ว่าด้วยปัญหาของอาฬวกยักษ์ | พระพุทธเจ้าทรงประทับอยู่ ณ ที่อยู่ของอาฬวกยักษ์ ใกล้เมืองอาฬวี ทรงตรัสตอบปัญหาของอาฬวกยักษ์ ได้ช่วยให้เปลี่ยนจากยักษ์ที่มีมิจฉาทิฏฐิกลับมามีสัมมาทิฏฐิ และถึงความนอบน้อมต่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระธรรมด้วยความที่เป็นธรรมอันดี"บุคคลเชื่อธรรมของพระอรหันต์ เพื่อบรรลุนิพพาน ฟังอยู่ด้วยดีย่อมได้ปัญญา เป็นผู้ไม่ประมาท มีวิจาร คนทำเหมาะเจาะ ไม่ทอดธุระ เป็นผู้หมั่น ย่อมหาทรัพย์ได้ คนย่อมได้ชื่อเสียงเพราะความสัตย์ ผู้ให้ย่อมผูกมิตรไว้ได้ บุคคลใดผู้อยู่ครองเรือนประกอบด้วยศรัทธา มีธรรม ๔ ประการนี้คือ สัจจะ ธรรมะ ธิติ จาคะ บุคคลนั้นแล ละโลกนี้ไปแล้วย่อมไม่เศร้าโศก เชิญท่านถามสมณพราหมณ์เป็นอันมากเหล่าอื่นดูซิว่าในโลกนี้มีอะไรยิ่งไปกว่าสัจจะ ทมะ จาคะ และขันติ ฯ"แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: เข้าใจทำ (ธรรม) S07E39 , ใต้ร่มโพธิบท S07E69 , คลังพระสูตร  S08E15 , นิทานพรรณนา S02E02 , ขุดเพชรในพระไตรปิฎก S02E05  Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
10/30/20191 hour, 2 minutes, 58 seconds
Episode Artwork

หัตถกสูตรและสูตรอื่น 6243-4s

ได้นำ 5 เรื่องราวของอุบาสกผู้ประกอบด้วยคุณธรรมอันเป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงคุณงามความดี เพื่อให้ได้ใคร่ครวญพิจารณาตามไป ตกผลึกทางความคิดออกมาเป็นสัมมาทิฏฐิได้ จึงยกพระสูตรเหล่านี้ขึ้นมาให้ได้รับฟังกัน อุคคสูตรที่ 1 ปรารภเรื่องราวของ "อุคคคฤหบดี ชาวเมืองเวสาลี" ผู้ประกอบด้วยธรรมที่น่าอัศจรรย์อันไม่เคยมีมา 8 ประการ และยังได้รับการยกย่องในตำแหน่งเอตทัคคะในฝ่ายผู้ให้ของเจริญจิตอุคคสูตรที่ 2* ปรารภเรื่องราวของ "อุคคตคฤหบดี ชาวบ้านหัตถิคาม" ผู้ประกอบด้วยธรรมที่น่าอัศจรรย์อันไม่เคยมีมา 8 ประการ และยังได้รับการยกย่องในตำแหน่งเอตทัคคะในฝ่ายผู้อุปัฏฐากภิกษุสงฆ์ทั้งอุบาสกทั้งสองคนนี้ประกอบด้วยคุณธรรมที่ใกล้เคียงคล้าย ๆ กัน โดยมีจิตประกอบด้วยความเลื่อมใสศรัทธาในครั้งแรกที่เห็นพระพุทธเจ้า และมีอยู่อย่างสม่ำเสมอ เป็นผู้เคารพในพระธรรม ไม่ยินดีในการครองเรือน สามารถมีจาคะ สละทรัพย์ในสิ่งที่ควรสละได้ และที่สำคัญแสดงให้เห็นถึงความอ่อนน้อมต่อเพศบรรพชิตด้วยความเคารพ ด้วยมีจิตเสมอกันธรรมที่น่าอัศจรรย์อันไม่เคยมีมา 8 ประการ ประกอบด้วย1) เมื่อได้เห็นพระพุทธเจ้าเพียงครั้งแรกก็เกิดความเลื่อมใสในทันที2) เมื่อเกิดความเลื่อมใสแล้ว เข้าไปฟังธรรมจากพระพุทธเจ้า เกิดปัญญาเห็นตามความจริงนั้น3) .เมื่อท่านบรรลุธรรมแล้ว ท่านมีภรรยา 4 คน ได้บอกกับภรรยาทั้งหลายว่า ใครจะไปอยู่กับใครก็ได้ ภรรยาคนที่หนึ่งกล่าวขอให้มอบตนกับชายอื่น ก็ไม่เกิดความเสียใจเลย 4) ท่านมีทรัพย์ มีโภคทรัพย์ ทรัพย์นั้น ท่านก็แจกจ่ายไปทั่วกับผู้มีศีล 5) เมื่อเข้าไปหาภิษุรูปใด ก็ไปหาด้วยความเคารพ | *หากภิกษุรูปใดแสดงธรรม ท่านก็ฟังโดยเคารพ และถ้าภิกษุนั้นไม่แสดงธรรม ตัวท่านเองก็แสดงธรรมโดยเคารพให้ภิกษุนั้นฟังอีกเช่นกัน6) หากภิกษุรูปใดแสดงธรรม ท่านก็ฟังโดยเคารพ และถ้าภิกษุนั้นไม่แสดงธรรม ตัวท่านเองก็แสดงธรรมโดยเคารพให้ภิกษุนั้นฟังอีกเช่นกัน | *เทวดาทั้งหลายเข้ามาหาแล้วกล่าวกับท่านว่า ภิกษุรูปนี้ บรรลุธรรมแล้ว มีคุณธรรม แต่ภิกษุรูปนี้ทุศีล ไม่ดี ท่านก็ไม่มีจิตที่คิดเลยว่า จะถวายทาน กับภิกษุรูปนี้น้อย รูปนี้มาก ที่แท้ก็มีจิตเสมอกันหมด7) ท่านไม่เกิดโลภะ หรือมีความฟูใจที่เมื่อมีเทวดามาสนทนากับท่านเลย8) ท่านรู้ว่าท่านดับกิเลสที่เป็นสังโยชน์เบื้องต่ำ 5 ได้แล้ว ถึงความเป็นพระอนาคามีหัตถกสูตร, หัตถกสูตรที่ ๑ และ หัตถกสูตรที่ ๒ พระพุทธเจ้าตรัสปรารภให้จดจำ "หัตถกอุบาสก" ชาวเมืองอาฬวี ไว้ว่าเป็นผู้ประกอบด้วยธรรมที่อัศจรรย์อันไม่เคยมีมา 7 ประการและ 8 ประการ ดังนี้ คือ คือเป็นผู้มีศรัทธา, มีศีล, มีหิริ, มีโอตตัปปะ, เป็นพหูสูต, มีจาคะ และมีปัญญา และมีเพิ่มเติมในข้อ 8 ในความที่เป็นผู้มีความปรารถนาน้อย และนอกจากนี้ยังได้รับการยกย่องในตำแหน่งเอตทัคคะในฝ่ายผู้สงเคราะห์บริษัทด้วยสังคหวัตถุ 4 (ทาน, ปิยวาจา, อัตถจริยา และสมานัตตตา)"ดูกรกุมาร คฤหบดีหรือบุตรคฤหบดีนั้น ถูกความเร่าร้อนอันเกิดแต่โทสะ ฯลฯ เกิดแต่โมหะใดแผดเผาอยู่ จึงอยู่เป็นทุกข์ โทสะ โมหะนั้น ตถาคตละได้เด็ดขาดแล้ว ถอนรากขึ้นแล้ว ทำให้เหมือนตาลยอดด้วน ไม่ให้มีไม่ให้เกิดขึ้นอีกต่อไปเป็นธรรมดา เพราะฉะนั้น เราจึงอยู่เป็นสุข ฯ พราหมณ์ผู้ดับกิเลสได้แล้ว อยู่สบายทุกเมื่อแล ผู้ใดไม่ติดอยู่ในกาม ผู้นั้นเป็นผู้เยือกเย็นหมดอุปธิ ตัดธรรมชาติเครื่องมาข้องเสียทุกอย่าง ปราบปรามความกระวนกระวายในหทัยได้ เข้าไปสงบแล้ว ถึงความสงบใจอยู่สบาย ฯ"…หัตถกสูตรมหานามสูตร เจ้าศากยะพระนามว่ามหานามะได้ตรัสถามปัญหากับพระพุทธเจ้าถึงเหตุที่ทำให้บุคคลถึงความเป็นอุบาสกผู้มีศีล, เป็นผู้ปฏิบัติเพื่อประโยชน์ตน ไม่ปฏิบัติเพื่อประโยชน์ผู้อื่นฯ และเป็นผู้ปฏิบัติเพื่อประโยชน์ตนและเพื่อประโยชน์ผู้อื่นฯ"ดูกรมหานาม เมื่อใดแล อุบาสกเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศรัทธาด้วยตนเอง และชักชวนผู้อื่นให้ถึงพร้อมด้วยศรัทธา ๑ ตนเองเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศีล และชักชวนผู้อื่นให้ถึงพร้อมด้วยศีล ๑ ตนเองเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยจาคะ และ ชักชวนผู้อื่นให้ถึงพร้อมด้วยจาคะ ๑ ตนเองเป็นผู้ใคร่เพื่อเห็นภิกษุ และชักชวนผู้อื่นในการเห็นภิกษุ ๑ ตนเองเป็นผู้ใคร่เพื่อฟังสัทธรรม และชักชวนผู้อื่นในการฟังสัทธรรม ๑ ตนเองเป็นผู้ทรงจำธรรมที่ตนฟังแล้ว และชักชวนผู้อื่นเพื่อการ ทรงจำธรรม ๑ ตนเองเป็นผู้พิจารณาอรรถแห่งธรรมที่ตนฟังแล้ว และชักชวนผู้อื่นในการพิจารณาอรรถแห่งธรรม ๑ ตนเองรู้ทั่วถึงอรรถรู้ทั่วถึงธรรมแล้วปฏิบัติ ธรรมสมควรแก่ธรรม และชักชวนผู้อื่นในการปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ๑ ด้วยเหตุมีประมาณเท่านี้แล อุบาสกชื่อว่าเป็นผู้ปฏิบัติเพื่อประโยชน์ตน และเพื่อประโยชน์ผู้อื่น ฯ"…มหานามสูตรโคธาสูตร เจ้าศากยะพระนามว่า โคธา และ มหานามะ ได้สนทนาถกเถียงกันในเรื่องปัญหาเกี่ยวกับความที่บุคคลผู้เป็นพระโสดาบันจะประกอบด้วยคุณธรรม 3 ข้อ หรือ 4 ข้อ จึงได้นำความนั้นมาตรัสถามกับพระพุทธเจ้า "ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ความบังเกิดแห่งเหตุเฉพาะบางประการ พึงบังเกิด ขึ้นได้ในธรรมวินัยนี้ คือ ฝ่ายหนึ่งเป็นพระผู้มีพระภาค (ตรัส) และฝ่ายหนึ่งเป็นภิกษุสงฆ์ ภิกษุณีสงฆ์ อุบาสกทั้งหลาย และอุบาสิกาทั้งหลาย โลกพร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก หมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ เทวดา และมนุษย์ (กล่าว) ฝ่ายใด พระผู้มีพระภาคตรัส หม่อมฉันพึงเป็นฝ่ายนั้น ขอพระผู้มีพระภาคโปรดทรงจำหม่อมฉันว่า เป็นผู้เลื่อมใสอย่างนี้."…โคธาสูตรแนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: ขุดเพชรในพระไตรปิฎก S02E04  Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
10/23/201959 minutes, 29 seconds
Episode Artwork

ธรรมะ 5 ประการที่ไม่ได้มาด้วยการอ้อนวอน 6242-4s

เรื่องราวใน 3 พระสูตรที่ยกขึ้นมานี้ เมื่อนำมาประกอบกันแล้ว จะให้เห็นถึงเหตุปัจจัยที่เมื่อเราทำ เราสร้างแล้ว สามารถที่จะทำให้คนเราไปในที่ ๆ แตกต่างกันได้ ดังนั้นเมื่อทำความเข้าใจใคร่ครวญในเนื้อหาอย่างลึกซึ้งแล้วจะทำให้เราทราบถึงปฏิปทาวิธีการปฏิบัติที่ถูกต้อง"อิฏฐสูตร" ธรรมะ 5 ประการ (อายุ วรรณะ สุขะ ยศ สวรรค์) อันเป็นที่น่ารักน่าใคร่หาได้ยากในโลก จะไม่ได้ด้วยการอ้อนวอนด้วยการขอร้อง แต่ต้องได้ด้วยการกระทำ มีปฏิปทามีวิธีการมีวิธีทำ มีการปฏิบัติที่ถูกต้องชนผู้ปรารถนาอายุ วรรณะ ยศ เกียรติ สวรรค์ ความเกิดในตระกูลสูง และความเพลินใจ พึงทำความไม่ประมาทให้มากยิ่งขึ้น บัณฑิตทั้งหลาย ย่อมสรรเสริญความไม่ประมาทในการทำบุญ บัณฑิตผู้ไม่ประมาทแล้ว ย่อมยึดถือประโยชน์ทั้งสองไว้ได้ คือ ประโยชน์ในปัจจุบัน และประโยชน์ในสัมปรายภพ ผู้มีปัญญา ท่านเรียกว่าบัณฑิต เพราะบรรลุถึงประโยชน์ทั้งสองนั้น ฯจึงยก "จูฬกัมมวิภังคสูตร" มาประกอบ เป็นเรื่องราวที่พระพุทธเจ้าทรงได้ตรัสตอบปัญหาแก่สุภมานพ โตเทยบุตร ว่าด้วยเรื่องกฎแห่งกรรมที่ทำให้คนแตกต่างกัน ซึ่งมีเหตุปัจจัยอะไรที่ทำให้มี ที่ทำให้เป็น ในธรรมะ 5 ประการข้างต้นดูกรมาณพ ด้วยประการฉะนี้แล ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีอายุสั้น ย่อมนำเข้าไปสู่ความเป็นคนมีอายุสั้น ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีอายุยืน ย่อมนำเข้าไป สู่ความเป็นคนมีอายุยืน ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีโรคมากย่อมนำเข้าไปสู่ความเป็นคนมีโรคมาก ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีโรคน้อย ย่อมนำเข้าไปสู่ความเป็นคนมีโรคน้อย ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีผิวพรรณทราม ย่อมนำเข้าไปสู่ความเป็นคนมีผิวพรรณทราม ปฏิปทาเป็นไปเพื่อเป็นผู้น่าเลื่อมใส ย่อมนำเข้าไปสู่ความเป็นคนน่าเลื่อมใส ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีศักดาน้อย ย่อมนำเข้าไปสู่ความเป็นคนมีศักดาน้อย ปฏิปทา เป็นไปเพื่อมีศักดามาก ย่อมนำเข้าไปสู่ความเป็นคนมีศักดามาก ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีโภคะน้อย ย่อมนำเข้าไปสู่ความเป็นคนมีโภคะน้อย ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีโภคะมาก ย่อมนำเข้าไปสู่ความเป็นคนมีโภคะมาก ปฏิปทาเป็นไปเพื่อเกิดในสกุลต่ำ ย่อมนำเข้าไปสู่ความเป็นคนเกิดในสกุลต่ำ ปฏิปทาเป็นไปเพื่อเกิดในสกุลสูง ย่อมนำเข้าไปสู่ความเป็นคนเกิดในสกุลสูง ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีปัญญาทราม ย่อมนำเข้าไปสู่ความเป็นคนมีปัญญาทราม ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีปัญญามาก ย่อมนำเข้าไปสู่ความเป็นคนมีปัญญามากดูกรมาณพ สัตว์ทั้งหลาย มีกรรมเป็นของตน เป็นทายาทแห่งกรรม มีกรรมเป็นกำเนิด มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ มีกรรม เป็นที่พึ่งอาศัย กรรมย่อมจำแนกสัตว์ให้เลวและประณีต ฯและปิดท้ายด้วยการให้ทาน ทำอย่างไรจึงจะมีผลมากได้ มาใน "ทักขิณาวิภังคสูตร" ปรารภพระนางมหาปชาบดีโคตมีที่มีประสงค์จะถวายจีวรผืนใหม่แก่พระพระพุทธเจ้า แต่พระพุทธองค์ทรงปฏิเสธ พระอานนท์ทูลขอให้ทรงรับไว้ พระพุทธองค์จึงทรงแสดงธรรมแก่พระอานนท์ว่าด้วยเรื่องการจำแนกทานและผลแห่งทานดังนี้(๑) ผู้ใดมีศีล ได้ของมาโดยธรรม มีจิตเลื่อมใสดี เชื่อกรรมและผลแห่งกรรมอย่างยิ่ง ให้ทานในคนทุศีล ทักษิณาของผู้นั้น ชื่อว่าบริสุทธิ์ฝ่ายทายก ฯ (๒) ผู้ใดทุศีล ได้ของมาโดยไม่เป็นธรรม มีจิตไม่เลื่อมใส ไม่เชื่อกรรมและผลของกรรมอย่างยิ่ง ให้ทานในคนมีศีล ทักษิณาของผู้นั้นชื่อว่า บริสุทธิ์ฝ่ายปฏิคาหก ฯ (๓) ผู้ใดทุศีล ได้ของมาโดยไม่เป็นธรรม มีจิตไม่เลื่อมใส ไม่เชื่อกรรมและผลของกรรมอย่างยิ่ง ให้ทานในคนทุศีล เราไม่กล่าวทานของผู้นั้นว่า มีผลไพบูลย์ ฯ (๔) ผู้ใดมีศีล ได้ของมาโดยธรรม มีจิตเลื่อมใสดี เชื่อกรรม และผลของกรรมอย่างยิ่ง ให้ทานในคนมีศีล เรากล่าวทานของผู้นั้นแลว่า มีผลไพบูลย์ ฯ (๕) ผู้ใดปราศจากราคะแล้ว ได้ของมาโดยธรรม มีจิตเลื่อมใสดี เชื่อกรรมและผลของกรรมอย่างยิ่ง ให้ทานในผู้ปราศจาก ราคะ ทานของผู้นั้นนั่นแล เลิศกว่าอามิสทานทั้งหลาย ฯแนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists:  ใต้ร่มโพธิบท Ep.55, Ep.45 , Ep.33  , ตามใจท่าน Ep.61     Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
10/16/201958 minutes, 14 seconds
Episode Artwork

พระสูตรว่าด้วยเรื่องของจิตตคหบดี 6241-4s

รวมพระสูตรที่ว่าด้วยเรื่องของจิตตคฤหบดี สังยุตตนิกาย  ได้แก่ สังโยชนสูตร, ปฐมอิสิทัตตสูตร, ทุติยอิสิทัตตสูตร, มหกปาฏิหาริยสูตร, ฐมกามภูสูตร, ทุติยกามภูสูตร, โคทัตตสูตร  และคิลานทัสสนสูตร คิลานทัสสนสูตร“เพราะฉะนั้นแล พวกท่านพึงศึกษาอย่างนี้ว่า ‘พวกเราจักถึงพร้อมด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระพุทธเจ้าว่า ‘แม้ เพราะเหตุนี้ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นเป็นพระอรหันต์ ตรัสรู้ด้วยพระองค์เองโดยชอบ เพียบพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ เสด็จไปดี รู้แจ้งโลก เป็นสารถีฝึกผู้ที่ ควรฝึกได้อย่างยอดเยี่ยม เป็นศาสดาของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เป็นพระพุทธเจ้า เป็นพระผู้มีพระภาค’ จักถึงพร้อมด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระธรรมว่า ‘พระธรรมอัน พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ดีแล้ว ผู้ปฏิบัติจะพึงเห็นชัดด้วยตนเอง ไม่ประกอบด้วยกาล ควรเรียกให้มาดู ควรน้อมเข้ามาในตน อันวิญญูชนพึงรู้เฉพาะตน’ จักถึงพร้อมด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระสงฆ์ว่า ‘พระสงฆ์สาวกของ พระผู้มีพระภาคเป็นผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติตรง ปฏิบัติถูกทาง ปฏิบัติสมควร ได้แก่ อริยบุคคล ๔ คู่ คือ ๘ บุคคล พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคนี้เป็นผู้ควรแก่ ของที่เขานำมาถวาย ควรแก่ของต้อนรับ ควรแก่ทักษิณา ควรแก่การทำอัญชลี เป็นนาบุญอันยอดเยี่ยมของโลก’ อนึ่ง ไทยธรรมทุกอย่างในตระกูล จักเป็นของไม่แบ่งแยกกับท่านผู้มีศีลมีธรรมอันงาม พวกท่านพึงศึกษาอย่างนี้” จิตตคฤหบดีครั้นชักชวนมิตร อำมาตย์ ญาติ สาโลหิตให้เลื่อมใสในพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ และในการบริจาคทานแล้วตนเองก็ได้ทำกาละตายไป  Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
10/9/201954 minutes, 49 seconds
Episode Artwork

ทุสีลยสูตรและสูตรอื่น 6240-4s

พระสารีบุตรได้ให้โอวาทแก่อนาถบิณฑิกเศรษฐีถึง สิ่งที่จะยังเวทนาให้สงบระงับได้โดยพลัน ในช่วงที่กำลังป่วยหนักได้รับทุกข์มาก  พระอานนท์ได้เล่าเหตุการณ์ถวายพระพุทธเจ้า พระองค์จึงทรงตรัสว่า ท่านสารีบุตรเป็นบัณฑิต มีปัญญามาก ได้จำแนกโสตาปัตติยังคะ 4 ด้วยอาการ 10 อย่าง ทำให้อนาถบิณฑกเศรษฐีที่เมื่อได้ฟังธรรมนั้นแล้วเกิดปีติอย่างยิ่ง ก่อนจะทำกาละไปจุติเป็นเทพบุตรบนสวรรค์ชั้นดุสิตนอกจากนี้ได้ยกพระสูตรที่เกี่ยวข้องขึ้นมาอธิบายประกอบกันเพื่อให้เกิดความเข้าใจกว้างขวางมากขึ้น ได้แก่  ทุสีลยสูตรที่ 2 (กลัวความตายเพราะไม่มีธรรม 4 ประการ), อนาถปิณฑิโกวาทสูตร และปีติสูตร "ผู้ใดมีศรัทธา ตั้งมั่นไม่หวั่นไหวในพระตถาคต มีศีลอันงาม ที่พระอริยเจ้าใคร่แล้ว สรรเสริญแล้ว มีความเลื่อมใสในพระสงฆ์ และมีความเห็นอันตรง บัณฑิตทั้งหลายเรียกผู้นั้นว่า เป็นคนไม่ขัดสน ชีวิตของผู้นั้นไม่เปล่าประโยชน์ เพราะฉะนั้น บุคคลผู้มีปัญญา เมื่อ ะลึกถึงคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย พึงประกอบตามซึ่งศรัทธา ศีล ความเลื่อมใสและความเห็นธรรม"…ทุสีลยสูตรที่ 1 Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
10/2/201956 minutes, 53 seconds
Episode Artwork

รัฐปาลสูตร 6239-4s

เรื่องราวของกุลบุตรตระกูลชั้นสูงในถุลลโกฏฐิตนิคมชื่อ "รัฏฐปาละ"  เมื่อได้ฟังธรรมจากพระพุทธเจ้า มีความยินดีปรารถนาที่จะรู้ทั่วถึงในธรรมะ จึงได้ตัดสินใจออกบวช แม้บิดามารดาจะไม่อนุญาตก็ตาม แต่ด้วยศรัทธาอันแรงกล้ายอมอดอาหาร  ด้วยความกลัวที่บุตรชายจะตาย บิดามารดาจึงยินยอมให้บวชได้ และหลังจากได้บวชแล้ว ก็หลีกเร้นออกไปอยู่รูปเดียว ไม่ประมาท ทำความเพียร ไม่นานก็ได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์องค์หนึ่งในบรรดาพระอรหันต์ทั้งหลายในคราวต่อมา พระรัฐปาลเถระได้แสดงธรรมแก่พระเจ้าโกรัพยะถึง ความเสื่อม 4 (ความเสื่อมเพราะชรา, ความเสื่อมเพราะความเจ็บไข้, ความเสื่อมจากทรัพย์สมบัติ, ความเสื่อมจากญาติ) และ ธัมมุทเทส 4   อันเป็นเหตุที่ทำให้ตัดสินใจออกบวชโดยมีใจความบางส่วนดังนี้"โลกอันชรานำไปไม่ยั่งยืน, โลกไม่มีผู้ต้านทาน ไม่เป็นใหญ่เฉพาะตน, โลกไม่มีอะไรเป็นของตน จำต้องละสิ่งทั้งปวงไป, โลกบกพร่องอยู่เป็นนิตย์ ไม่รู้จักอิ่ม เป็นทาสแห่งตัณหา…ดูกรมหาบพิตร ธัมมุทเทส ๔ ข้อนี้แล พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ผู้ทรงรู้ ทรงเห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงแสดงแล้ว ที่อาตมภาพรู้เห็นและได้ฟังแล้ว จึงออกจากเรือน บวชเป็นบรรพชิต"และได้กล่าวอีกต่อไปว่า“อาตมาเห็นผู้คนที่มีทรัพย์ในโลก ได้ทรัพย์เครื่องปลื้มใจแล้ว ไม่ยอมให้ใคร เพราะความหลง ได้ทรัพย์แล้ว เก็บสะสมไว้ และปรารถนากามคุณยิ่ง ๆ ขึ้นไป พระราชาทรงกดขี่ ช่วงชิงเอาแผ่นดิน ทรงครอบครองแผ่นดินซึ่งมีสมุทรสาครล้อมรอบตลอดสมุทรสาครฝั่งนี้ ยังไม่ทรงพอ ยังปรารถนาจะครอบครองสมุทรสาครฝั่งโน้นอีก ทั้งพระราชาและคนอื่นเป็นจำนวนมาก ยังไม่ปราศจากตัณหาก็เข้าถึงความตาย ยังไม่เต็มตามที่ต้องการเลย ก็ละทิ้งร่างกายไป เพราะความอิ่มด้วยกามไม่มีในโลก หมู่ญาติพากันสยายผม คร่ำครวญถึงคนที่ตายนั้น และพูดว่า ‘ทำอย่างไรหนอ พวกญาติของเราทั้งหลายจึงจะไม่ตาย’ แต่นั้นก็นำศพนั้นซึ่งห่อผ้าไว้แล้วยกขึ้นสู่เชิงตะกอนแล้วช่วยกันเผา ศพนั้นถูกเขาใช้หลาวแทงเผาอยู่ ละโภคทรัพย์ มีแต่ผ้าผืนเดียว เมื่อคนจะตาย ญาติ มิตร หรือสหายก็ช่วยไม่ได้ ทายาททั้งหลายก็ขนทรัพย์สมบัติของเขาไป ส่วนสัตว์ที่ตายไปก็ย่อมไปตามกรรม เมื่อตายไป ทรัพย์ไร ๆ คือ บุตร ภรรยา ทรัพย์ ข้าวของ เงินทอง และแว่นแคว้นก็ติดตามไปไม่ได้ ทรัพย์ช่วยคนให้มีอายุยืนไม่ได้ ทั้งช่วยคนให้ละความแก่ก็ไม่ได้ นักปราชญ์ทั้งหลายกล่าวชีวิตนั้นว่าน้อยนัก ไม่ยั่งยืน มีความแปรเปลี่ยนไปเป็นธรรมดา ทั้งคนมั่งมี และคนยากจนก็ย่อมประสบเช่นนั้น ทั้งพาลและบัณฑิตก็ประสบเหมือนกันทั้งนั้น คนพาลนั่นแหละถูกเหตุแห่งทุกข์กระทบเข้า ย่อมหวั่นไหวเพราะความเป็นคนโง่ ส่วนบัณฑิตถูกกระทบเข้าก็ไม่หวั่นไหว เพราะเหตุนั้นแล ปัญญาเท่านั้นเป็นเหตุบรรลุนิพพาน ซึ่งเป็นที่สุดแห่งภพในโลกนี้ จึงประเสริฐกว่าทรัพย์ก็เพราะยังไม่ได้บรรลุที่สุด คนพาลทั้งหลายจึงทำแต่กรรมชั่ว ในภพน้อยใหญ่เพราะความเขลา ผู้ทำกรรมชั่ว ต้องเวียนว่ายตายเกิด อยู่ในสังสารวัฏร่ำไป คนมีปัญญาน้อย เมื่อเชื่อคนที่ทำกรรมชั่วนั้น ก็ย่อมเวียนว่ายตายเกิดร่ำไป โจรผู้ทำกรรมถูกเขาจับได้ตรงทาง ๓ แยก ย่อมเดือดร้อนเพราะกรรมของตน ฉันใด หมู่สัตว์ผู้ทำกรรมชั่วตายไปแล้ว ย่อมเดือดร้อนในโลกหน้า เพราะกรรมของตน ฉันนั้น เพราะกรรมทั้งหลายที่งดงาม น่าปรารถนาชวนให้รื่นรมย์ใจ ย่อมย่ำยีจิตโดยสภาวะต่างๆ ฉะนั้น อาตมาเห็นโทษในกามคุณทั้งหลายจึงได้บวช มหาบพิตร สัตว์ทั้งหลายทั้งหนุ่มทั้งแก่ พอร่างแตกสลาย ก็ล่วงไปเหมือนผลไม้สุกงอมร่วงหล่นไป มหาบพิตร อาตมาเห็นความไม่เที่ยงแม้นี้ จึงได้บวช ความเป็นสมณะที่ปฏิบัติไม่ผิดนั่นแหละ ประเสริฐกว่า” ดังนี้แล3 ประเด็นที่น่าสนใจควรนำไปใคร่ครวญในเรื่องนี้ ก็คือความศรัทธา ชนิดที่ทำให้เกิดการทำจริงแน่วแน่จริงอันไม่ถอยกลับ ที่เรียกว่า "อัปปฏิวานี" ทำให้เกิดความเพียรความมุ่งมั่นไปตามทางสายกลางประกอบไปด้วย สติ สมาธิ ปัญญา ชนิดที่ว่าตายก็ไม่กล้ว เรียกว่า "พุทฺธสาสเน อุรํ ทตฺวา" ถวายอก ถวายชีวิตไว้ในพระพุทธศาสนากันเลยเห็นภัยและโทษของกาม พระรัฐปาลที่ถึงแม้ถูกบิดาล่อลวงด้วยกองทรัพย์สมบัติมหาศาล ภรรยาหญิงงาม ยังรวมถึงอาหารการกินที่น่าบริโภค และถึงแม้จะใช้กำลังข่มขี่บังขับ ก็ไม่สามารถทำให้ท่านออกนอกเส้นทางได้ธัมมุทเทส 4 ซึ่งเป็นเหตุให้คำสอนธรรมะนี้ยังตั้งอยู่ได้มาถึงบัดนี้ ก็ด้วยอย่างน้อยความจริงใน 4 ข้อนี้แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: ขุดเพชรในพระไตรปิฎก: Ep.23 Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
9/25/201958 minutes, 50 seconds
Episode Artwork

จักกวัตติสูตรและสุริยสูตร 6238-4s

"จักกวัตติสูตร" ว่าด้วยเรื่องของพระเจ้าจักรพรรดิ พระสูตรนี้ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ตรัสสอนให้เป็นผู้ที่พึ่งตนพึ่งธรรม ไม่พึ่งสิ่งอื่น เพราะการพึ่งตนพึ่งธรรมทำให้เจริญด้วยอายุ วรรณะ สุขะ โภคะ และพละ ทำให้มารขัดขวางความเจริญไม่ได้ โดยทรงเล่าถึงเหตุที่ทำให้โลกถึงความแตกไปเสื่อมไป ซึ่งก่อนหน้านั้นก็เคยเจริญมาก่อนร. พระพุทธเจ้าข้า ก็จักกวัตติวัตรอันประเสริฐนั้น เป็นไฉน ฯ ราช. ดูกรพ่อ ถ้าเช่นนั้น พ่อจงอาศัยธรรมเท่านั้น สักการะธรรม ทำความเคารพธรรม นับถือธรรม บูชาธรรม ยำเกรงธรรม มีธรรมเป็นธงชัย มีธรรมเป็นยอด มีธรรมเป็นใหญ่ จงจัดการรักษาป้องกันและคุ้มครองอันเป็นธรรม ในชนภายใน ในหมู่พล ในพวกกษัตริย์ผู้เป็นอนุยนต์ ในพวกพราหมณ์และ คฤหบดี ในชาวนิคมและชาวชนบททั้งหลาย ในพวกสมณพราหมณ์ ในเหล่าเนื้อและนก ดูกรพ่อ การอธรรมอย่าให้มีได้ในแว่นแคว้นของพ่อเลย ดูกรพ่อ อนึ่ง บุคคลเหล่าใดในแว่นแคว้นของพ่อ ไม่มีทรัพย์ พ่อพึงให้ทรัพย์แก่บุคคลเหล่านั้นด้วย ดูกรพ่อ อนึ่ง สมณพราหมณ์เหล่าใด ในแว่นแคว้นของพ่อ งดเว้นจากความเมาและความประมาท ตั้งมั่นอยู่ในขันติและโสรัจจะ ฝึกตนแต่ผู้เดียว สงบ ตนแต่ผู้เดียว ให้ตนดับกิเลสอยู่แต่ผู้เดียว พึงเข้าไปหาสมณพราหมณ์เหล่านั้นโดยกาลอันควร แล้วไต่ถามสอบถามว่า ท่านขอรับ กุศลคืออะไร ท่านขอรับ อกุศลคืออะไร กรรมมีโทษคืออะไร กรรมไม่มีโทษคืออะไร กรรมอะไรควรเสพ กรรมอะไรไม่ควรเสพ กรรมอะไรอันข้าพเจ้ากระทำอยู่ พึงมีเพื่อไม่เป็นประโยชน์ เพื่อทุกข์ สิ้นกาลนาน หรือว่ากรรมอะไรที่ข้าพเจ้ากระทำอยู่ พึงมีเพื่อประโยชน์ เพื่อความสุข สิ้นกาลนาน พ่อได้ฟังคำของสมณพราหมณ์เหล่านั้นแล้ว สิ่งใดเป็นอกุศล พึงละเว้นสิ่งนั้นเสีย สิ่งใดเป็นกุศลพึงถือมั่นสิ่งนั้นประพฤติ ดูกรพ่อ นี้แล คือจักกวัตติวัตรอันประเสริฐนั้น ฯ"สุริยสูตร" ว่าด้วยเรื่องของพระอาทิตย์ 7 ดวง พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมแก่ภิกษุทั้งหลายว่า สังขารทั้งหลายเป็นสภาพไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน ไม่น่าชื่นชม ควรจะเบื่อหน่าย ควรคลายกำหนัด ควรหลุดพ้นในสังขารทั้งปวง โดยทรงเล่าถึงการปรากฎของพระอาทิตย์จำนวนต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในโลก ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในกาลบางครั้งบางคราว โดยล่วงไปแห่งกาลนาน พระอาทิตย์ดวงที่ ๗ ปรากฏ เพราะพระอาทิตย์ดวงที่ ๗ ปรากฏ แผ่นดินใหญ่นี้และขุนเขาสิเนรุ ไฟจะติดทั่วลุกโชติช่วง มีแสงเพลิงเป็นอันเดียวกัน เมื่อแผ่นดินใหญ่และขุนเขาสิเนรุไฟเผาลุกโชน ลมหอบเอาเปลวไฟฟุ้งไปจนถึงพรหมโลก เมื่อขุนเขาสิเนรุไฟเผาลุกโชนกำลังทะลาย ถูกกองเพลิงใหญ่เผาท่วมตลอดแล้ว ยอดเขาแม้ขนาด ๑๐๐ โยชน์ ๒๐๐ โยชน์ ๓๐๐ โยชน์ ๔๐๐ โยชน์ ๕๐๐ โยชน์ ย่อมพังทะลาย เมื่อแผ่นดินใหญ่และขุนเขาสิเนรุถูกไฟเผาผลาญอยู่ ย่อมไม่ปรากฏขี้เถ้าและเขม่า เปรียบเหมือนเมื่อเนยใสหรือน้ำมันถูกไฟเผาผลาญอยู่ ย่อมไม่ปรากฏขี้เถ้าและเขม่า ฉะนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย สังขารทั้งหลาย ก็ฉันนั้น เป็นสภาพไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน ไม่น่าชื่นชม ควรจะเบื่อหน่าย ควรคลายกำหนัด ควรหลุดพ้นในสังขารทั้งปวง ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในข้อนั้น ใครจะรู้ ใครจะเชื่อว่า แผ่นดินนี้และขุนเขาสิเนรุจักถูกไฟไหม้พินาศไม่เหลืออยู่ นอกจากอริยสาวกผู้มีบทอันเห็นแล้ว (โสดาบัน) ฯ…"ธรรมเหล่านี้ คือ ศีล สมาธิ ปัญญาและวิมุติอย่างยิ่ง พระโคดมผู้มียศตรัสรู้แล้ว พระพุทธเจ้าผู้เป็นศาสดา ผู้มี พระจักษุ ทรงรู้ยิ่งด้วยประการดังนี้แล้ว ตรัสบอกธรรม ๔ ประการแก่ภิกษุทั้งหลาย ทรงกระทำที่สุดทุกข์แล้ว ปรินิพพาน ฯ"  Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
9/18/20191 hour, 2 minutes, 47 seconds
Episode Artwork

มหาอัสสปุรสูตร 6237-4s

"มหาอัสสปุรสูตร" เป็นเหตุการณ์ขณะที่พระพุทธเจ้าทรงประทับอยู่อัสสปุรนิคมในอังคชนบท ปรารภความนับถือของเหล่าชาวเมืองนั้นแล้วทรงประกอบภิกษุสงฆ์ไว้ให้มีความเคารพในบิณฑบาต  จึงได้ได้ตรัสเทศน์สอนแก่เหล่าภิกษุทั้งหลายให้ดำรงตนอยู่ใน "ธรรมเพื่อความเป็นสมณพราหมณ์" มีความประพฤติเหมาะสมกับที่คฤหัสถ์ทั้งหลายเคารพนับถือยกย่องว่าเป็นสมณะ  โดยมีเนื้อหากล่าวถึง ธรรมทำความเป็นสมณพราหมณ์, ว่าด้วยการละนิวรณ์ 5, ว่าด้วยฌาน 4, ว่าด้วยวิชชา 3 และว่าด้วยสมัญญาแห่งภิกษุ"ภิกษุทั้งหลาย! มหาชนเขารู้จักพวกเธอทั้งหลายว่า เป็นสมณะ เป็นสมณะ ดังนี้ ถึงเธอทั้งหลายเล่า เมื่อถูกเขาถามว่า พวกเธอทั้งหลายเป็นอะไร พวกเธอทั้งหลายก็ปฏิญญาตัวเองว่า เราเป็นสมณะ ดังนี้ เมื่อเธอทั้งหลายมีชื่อว่าเป็นสมณะ และปฏิญญาตัวเองว่าเป็นสมณะอยู่อย่างนี้แล้ว พวกเธอพึงสำเหนียกใจดังนี้ว่า ธรรมะเหล่าใดที่ทำให้เราเป็นสมณะ ที่ทำให้เราเป็นพราหมณ์ คือผู้ลอยบาป เราจะประพฤติถือเอาด้วยดีซึ่งธรรมเหล่านั้น ด้วยการปฏิบัติของเราอย่างนี้ สมัญญาว่าสมณะของพวกเราก็จะเป็นจริง และคำปฏิญญาว่าสมณะของพวกเรา ก็จะสมจริงอนึ่ง! การใช้สอยบริโภคจีวร บิณฑบาตร เสนาสนะ และคีลนปัจจัยเภสัชบริขารของทายกเหล่าใด การบำเพ็ญทานอันของทายกเหล่านั้น จะมีผลใหญ่มีอานิสงส์ใหญ่ และการบรรพชาของเราเองก็จะไม่เป็นหมัน แต่จะมีผลมีกำไรแก่เราโดยแท้ ดังนี้ พวกเธอทั้งหลาย! พึงสำเหนียกใจอย่างนี้…มหาอัสสปุรสูตร Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
9/11/201956 minutes, 30 seconds
Episode Artwork

สัมมาสมาธิเพื่อธรรมะอันยิ่ง 6236-4s

พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระอนุรุทธะไว้ใน "อุปักกิเลสสูตร" กล่าวถึงถึง อุปกิเลส 11 อย่าง (อุปสรรคเครื่องขวางที่ทำให้จิตไม่รวมเป็นสมาธิ) อันประกอบด้วย วิจิกิจฉา, อมนสิการ, ถีนมิทธะ, ความสะดุ้งหวาดเสียว, ความตื่นเต้นที่มากเกินไป, ความคะนองอยาก, ปรารภความเพียรจัดเกินไป, ปรารภความเพียรย่อหย่อนเกินไป, ความกระสันอยาก, การส่งใจไปในสิ่งต่าง ๆ มากไป และการเพ่งต่อรูปทั้งหลายมากเกินไป  ซึ่งทั้งหมดนี้เมื่อเกิดขึ้นแล้วจะมีผลต่อการทำสมาธิ  การทำสมาธิที่ปราศจากอุปกิเลสนั้นจัดเป็นสัมมาสมาธิ พระพุทธเจ้าได้อธิบายไว้ใน "ปัญจังคิกสูตร" ถึง การเจริญสัมมาสมาธิอันเป็นอริยะที่ประกอบด้วยองค์ 5 ประการ โดยได้ยกอุปมาขึ้นมาอธิบายและรับรองว่า "เมื่อเจริญสัมมาสมาธิอันยิ่งแล้วจะทำให้ถึงพร้อมด้วยปัญญาอันยิ่งในธรรมนั้น ๆ ได้"นอกจากนี้ได้ยก "จูฬเวทัลลสูตร" ขึ้นมาประกอบเพิ่มเติม ปรารภวิสาขอุบาสกได้มาสอบถามปัญหาธรรมจากพระธรรมทินนาเถรี จนเกิดความแจ่มแจ้งในธรรม ว่าด้วยเรื่องของอุปทานขันธ์ทั้ง 5 และ อริยมรรคมีองค์ 8 ซึ่งนี้เป็นการการสนทนาธรรมระหว่างกัลยาณมิตร ที่ไม่ว่าจะเป็นภิกษุ ภิกษณี หรือฆราวาสก็ตาม ก็สามารถทำให้เกิดปีติขึ้นได้ เพราะเมื่อมีปีติแล้ว จิตย่อมรวมเป็นสมาธิได้ง่าย และทำให้เกิดปัญญาแตกฉานในธรรมะยิ่ง ๆ ขึ้นไป แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: คลังพระสูตร Ep.60 , ใต้ร่มโพธิบท Ep.56 , เข้าใจทำ (ธรรม) Ep.61   Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
9/4/201958 minutes, 31 seconds
Episode Artwork

อนุปุพพวิหารสมาบัติ 9 6235-4s

ได้ปรารภคฤหบดีหนุ่มชื่อ “ตปุสสะ” ที่ยังมีความคิดนึกไปในเรื่องของกาม ได้มาถามกับพระอานนท์ถึงเรื่องการทำสมาธินี้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป ทั้งสองจึงพากันไปเข้าเฝ้าทูลถามพระพุทธเจ้า พระองค์ได้ทรงแสดง อนุปุพพวิหาร 9 ว่าด้วยการเข้าออกสมาธิทั้ง 9 ขั้นที่ประณีตไล่ต่อกันขึ้นไปโดยลำดับ ได้แก่ 1) ปฐมฌาน 2) ทุติยฌาน 3) ตติยฌาน 4) จตุตถฌาน 5) อากาสานัญจายตนะ 6) วิญญาณัญจายตนะ 7) อากิญจัญญายตนะ 8) เนวสัญญานาสัญญายตนะ และ 9) สัญญาเวทยิตนิโรธ เหล่านี้คือ วิหารธรรม เป็นเครื่องอยู่ของจิต 9 ลำดับอนุปุพพนิโรธ 9 (ความดับไปตามลำดับ) คือ1. อามิสสัญญาหรือกามสัญญาของผู้เข้าปฐมฌานดับไป 2. วิตกวิจารของผู้เข้าทุติยฌานดับไป3. ปีติของผู้เข้าตติยฌานดับไป4. ลมอัสสาส ปัสสาสะ (ลมหายใจเข้า ลมหายใจออก) ของผู้เข้าจตุตถฌานดับไป5. รูปสัญญาของผู้เข้าอากาสานัญจายตนฌานดับไป6. อากาสานัญจายตนสัญญาของผู้เข้าวิญญาณัญจายนตฌานดับไป7. วิญญาณัญจายตนสัญญาของผู้เข้าอากิญจัญญายตนฌานดับไป8. อากิญจัญญายตนสัญญาของผู้เข้าเนวสัญญานาสัญญายตนฌานย่อมดับไป9. สัญญาและ เวทนาของผู้เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธย่อมดับไปได้แสดงวิธีการเข้าสมาธิในแต่ละขั้น ๆ ตรัสไว้ใน คาวีสูตร เปรียบเทียบเหมือนลักษณะที่โคปีนภูเขาลาดชัน เป็นลักษณะที่จะไล่ฌานสมาธิจากขั้นที่ 1 ไปจนถึงขั้นที่ 9 ได้“…เปรียบเหมือนโคภูเขา ที่ฉลาดเฉลียว มีไหวพริบ รอบรู้ทิศทาง ฉลาดเพื่อจะเที่ยวไปตามภูเขาอันขรุขระ มันได้คิดว่า “จะเที่ยวไปสู่ทิศทางที่ไม่เคยไป จะกินหญ้าที่ไม่เคยกิน จะดื่มน้ำที่ไม่เคยดื่ม” ดังนี้ มันวางเท้าหน้า อย่างถูกต้อง แล้วจึงค่อยยกเท้าหลัง มันก็สามารถไปสู่ทิศทางที่ไม่เคยไป ได้กินหญ้าที่ไม่เคยกิน ดื่มน้ำที่ไม่เคยดื่ม และทั้งสามารถกลับมาสู่ที่ที่มันเคยยืน คิดทีแรกโดยสวัสดี ได้ด้วย. ข้อนั้นเพราะเหตุไรเล่า?  ข้อนั้นเพราะเหตุว่า โคภูเขานั้นเป็นโคฉลาดเฉลียว มีไหวพริบรอบรู้ทิศทาง ฉลาดเพื่อจะเที่ยวไปตามภูเขาอันขรุขระ, ข้อนี้ฉันใด; ในกรณีนี้ก็ฉันนั้น : เธอเป็นบัณฑิตมีไหวพริบ รอบรู้ทิศทาง ฉลาดเพื่อจะสงัดจากกาม สงัดจากอกุศลธรรม เข้าถึงปฐมฌาน อันมีวิตกวิจาร มีปิติและสุขอันเกิดแต่วิเวก แล้วแลอยู่, เธอเสพอย่างทั่วถึง ทำให้เจริญ ทำให้มาก ซึ่งนิมิตนั้น ตั้งทับซึ่งนิมิตนั้น ให้เป็นนิมิตอันตั้งไว้ด้วยดี.  เธอคิดต่อไปว่า “ถ้ากระไร เพราะความจางคลายไปแห่งปีติ เราพึงเป็นผู้อยู่อุเบกขา มีสติและสัมปชัญญา และพึงเสวยความสุขด้วยนามกาย เข้าถึงตติยฌานอันเป็นฌานที่พระอริยเจ้ากล่าวว่า “ผู้ได้ฌานนี้เป็นผู้อยู่อุเบกขา มีสติอยู่ เป็นปกติสุข” ดังนี้ แล้วแลอยู่ เถิด” ดังนี้. เธอนั้น เมื่อไม่ข้องขัดอยู่กะตติยฌาน ก็เป็นผู้อยู่อุเบกขา มีสติและสัมปชัญญะ และพึงเสวยความสุขด้วยนามกาย เข้าถึงตติยฌาน อันเป็นฌานที่พระอริยเจ้ากล่าวว่า “ผู้ได้ฌานนี้เป็นผู้อยู่ อุเบกขา มีสติ อยู่เป็นสุข” ดังนี้ เพราะความจางคลายไปแห่งปีติ แล้วแลอยู่; เธอเสพอย่างทั่วถึง ทำให้เจริญ ทำให้มาก ซึ่งนิมิตนั้น ตั้งทับซึ่งนิมิตนั้นให้เป็นนิมิตอันตั้งไว้ด้วยดีฯ”(โคภูเขาที่ฉลาดย่อมรู้จักจรดเท้าหน้าลงในที่อันมั่นคงเสียก่อนแล้วจึงค่อยยกเท้าหลัง จึงจะไม่พลาดกลิ้งลงมา; เช่นเดียวกัน เราจะต้องมีความตั้งอยู่อย่างมั่นคงในสมาธิที่ถึงทับทีแรกเสียก่อน จึงค่อยยกเท้าหลัง เพื่อก้าวไปสู่สมาธิอันสูงขึ้นไป)และได้เคยตรัส อนุปุพพวิหารอาพาธ ไว้กับพระอานนท์ ว่าด้วยเรื่องความเป็นอาพาธของสมาธิในแต่ละขั้น ด้วยอาการที่อารมณ์อันละได้ด้วยฌานใด จะมากลายเป็น สัญญาที่ทำความอาพาธให้แก่การเข้าอยู่ในฌานนั้น ดังนี้1. อดีตกามสัญญา ที่ปฐมฌานละแล้ว จะมาคอยเป็นอาพาธแก่การเข้าอยู่ในปฐมฌาน. 2. อดีตวิตักกธัมมสัญญา ที่ทุติยฌานละแล้ว จะมาคอยเป็นอาพาธแก่การเข้าอยู่ในทุติยฌาน. 3. อดีตปีติสัญญา ที่ตติยฌานละแล้ว จะมาคอยเป็นอาพาธแก่การเข้าอยู่ในตติยฌาน. 4. อดีตอุเปกขาสุขสัญญา ที่จตุตถฌานละแล้ว จะมาคอยเป็นอาพาธแก่การเข้าอยู่ในจตุตถฌาน. 5. อดีตรูปสัญญา ที่อากาสานัญจายตนะละแล้ว จะมาคอยเป็นอาพาธ แก่การเข้าอยู่ในอากาสานัญจายตนะ. 6. อดีตอากาสานัญจายตนสัญญา ที่วิญญาณัญจายตนะละแล้ว จะมาคอยเป็นอาพาธแก่การเข้าอยู่ในวิญญาณัญจายตนะ. 7. อดีตวิญญาณัญจายตนสัญญา ที่อากิญจัญญายตนะละแล้ว จะมาคอยเป็นอาพาธแก่การเข้าอยู่  8. อดีตอากิญจัญญายตนสัญญา ที่เนวสัญญานาสัญญายตนะละแล้ว จะมาคอยเป็นอาพาธ แก่การเข้าอยู่ในเนวสัญญานาสัญญายตนะ.  9. อดีตเนวสัญญานาสัญญายตนสัญญา ที่ระงับไปแล้วเพราะสัญญาเวทยิตนิโรธ ไม่อาจมาเป็นอาพาธแก่การเข้าอยู่ในสัญญาเวทยิตนิโรธ).ปัญญาสติกับนามรูปดับ เพราะวิญญาณดับ "ในความสุขที่เกิดจากสมาธิ ถ้าไล่มาจากเรื่องของกาม กามสุขคือความสุขที่ได้จากทางตา หู จมูก ลิ้น และกาย ให้ความสุขได้อยู่ แต่ความสุขที่เกิดขึ้นจากในทางกามนี้มันมีน้อย และโทษของกามนั้นก็มาก แต่สิ่งที่จะเหนือขึ้นไปกว่าความสุขในทางกามก็คือเรื่องของฌานสมาธิ" และในตอนต่อไปจะได้เสนอเพิ่มเติมในเรื่องของอุปสรรค 11 อย่าง ที่มันจะมากั้นไม่ให้จิตของเราเลื่อนขึ้นไปในสมาธิแต่ละขั้นได้ เหมือนกับแม่โคปีนภูเขาตรงที่บางจุดมันชันมาก จะทำอย่างไร? Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
8/28/201957 minutes, 15 seconds
Episode Artwork

เสลสูตรและกัปปินสูตร 6234-4s

นำเสนอเรื่องราวของ ภิกษุ 2 รูป ที่มีความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธเจ้าเป็นอย่างมาก คือ พระเสละ และ พระมหากัปปินะ "ดูก่อนพราหมณ์! สิ่งที่เราควรรู้ยิ่ง เรารู้ยิ่งแล้ว สิ่งที่ควรเจริญ เราเจริญแล้ว สิ่งที่ควรละ เราละได้แล้ว เพราะฉะนั้น เราจึงเป็นพระพุทธเจ้า พราหมณ์เอ๋ย! ท่านจงกำจัดความเคลือบแคลงในเรา จงน้อมใจเชื่อเถิด การได้เห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลายเนือง ๆ เป็นการเกิดขึ้นได้ยาก ความปรากฎแห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลายเนือง ๆ เป็นการหาได้ยากในโลก"…เสลสูตร ทรงโปรดเสลพราหมณ์ (พระเกียรติคุณของพระพุทธเจ้า)เสลพราหมณ์เป็นผู้เชี่ยวชาญในพระเวท เมื่อทราบข่าวการเสด็จมาของพระพุทธเจ้าจากเกณิยชฏิลก็เกิดความเลื่อมใส พาหมู่มาณพไปเข้าเฝ้าฯ พร้อมพิจารณาดูพระพุทธลักษณะเห็นต้องตามมหาปุริสลักษณะ 32 ประการ แล้วได้กราบทูลโต้ตอบกับพระพุทธองค์ โดยทรงตรัสตอบถึงความที่ พระองค์ทรงเป็นธรรมราชา ทรงประกาศธรรมจักร อันเป็นจักรที่ใคร ๆ คัดค้านหรือหมุนกลับ (ปฏิวัติ) ไม่ได้ เมื่อถูกถามถึงแม่ทัพธรรม ก็ทรงชี้ไปยังพระสารีบุตร และได้ทรงแสดงธรรมแก่เสลพราหมณ์พร้อมทั้งเหล่าบริษัท และทั้งหมดก็ได้ขอบรรพชาอุปสมบท"ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนั่นแลมีฤทธิ์มาก มีอานุภาพมาก แต่เธอไม่ได้สมาบัติที่ เธอไม่เคยเข้าง่ายนัก เธอกระทำให้แจ้งซึ่งที่สุดแห่งพรหมจรรย์อันยอดเยี่ยม ซึ่งกุลบุตรทั้งหลายออกบวชเป็นบรรพชิตโดยชอบต้องการนั้น ด้วยปัญญาอันยิ่งด้วยตนเองในปัจจุบัน เข้าถึงอยู่ ฯ"…กัปปินสูตร [๗๒๒] | พระพุทธเจ้าทรงตรัสสรรเสริญพระมหากัปปินะแก่ภิกษุทั้งหลาย"ภิกษุทั้งหลาย แม้เราเองก็เหมือนกัน ในกาลก่อนแต่การ ตรัสรู้ ยังไม่ได้ตรัสรู้ ยังเป็นโพธิสัตว์อยู่ ย่อมอยู่ด้วยวิหารธรรม คือ อานาปานสติสมาธินี้ เป็นส่วนมาก. เมื่อเราอยู่ด้วย วิหารธรรมนี้เป็นส่วนมาก กายก็ไม่ลำบาก ตาก็ไม่ลำบาก และจิตของเราก็หลุดพ้นจากอาสวะ เพราะไม่มีอุปาทาน"…กัปปินสูตร ว่าด้วยอานาปานสติสมาธิ [๑๓๒๑] | พระพุทธเจ้าทรงแสดงพระมหากัปปินะเป็นตัวอย่างแก่ภิกษุทั้งหลายในการเจริญอานาปานสติพระมหากัปปินะ หลังจากบรรรลุพระอรหันต์ มีความคิดว่าท่านบริสุทธิ์อยู่แล้ว ควรจะไปทำอุโบสถ หรือไม่ควรไป ควรไปทำสังฆกรรม หรือไม่ควรไป เมื่อพระพุทธเจ้าทรงทราบความคิดนั้น จึงได้มาปรากฏอยู่ตรงหน้าและตรัสทรงชี้แจงแก่พระมหากัปปินะว่า "ดูก่อนพราหมณ์ทั้งหลาย ถ้าพวกเธอไม่สักการะ ไม่เคารพ ไม่นับถือ ไม่บูชา ซึ่งอุโบสถ เมื่อเป็นเช่นนี้ ใครเล่าจักสักการะ  เคารพ นับถือ บูชา ซึ่งอุโบสถ ดูก่อนพราหมณ์ เธอจงไปทำอุโบสถ จะไม่ไปไม่ได้ จงไปทำสังฆกรรม จะไม่ไปไม่ได้"…แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: ขุดเพชรในพระไตรปิฎก Ep.33 , Ep.18, Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
8/21/201957 minutes, 46 seconds
Episode Artwork

ธาตุวิภังคสูตร 6233-4s

พระพุทธเจ้าทรงแสดง ธาตุวิภังคสูตร ว่าด้วยการจำแนกธาตุ แก่พระเจ้าปุกกุสาติ มีใจความว่า"คนเรานี้มี ธาตุ 6, มีผัสสายตนะ (แดนเกิดแห่งผัสสะ) 6, มีมโนปวิจาร (ความนึกหน่วงทางใจ) 18, มีอธิษฐานธรรม (ธรรมที่ควรตั้งไว้ในใจ) 4อันเป็นธรรมที่ผู้ไม่มีกิเลสเครื่องสำคัญตนและกิเลสเครื่องหมักหมมเป็นไป ก็เมื่อกิเลสเครื่องสำคัญตนและกิเลสเครื่องหมักหมมไม่เป็นไปอยู่ บัณฑิตจึงเรียกเขาว่า ‘มุนีผู้สงบแล้ว’ไม่พึงประมาทปัญญา พึงตามรักษาสัจจะ พึงเพิ่มพูนจาคะ พึงศึกษาแต่ทางสงบเท่านั้นนี้เป็นอุทเทสแห่งธาตุวิภังค์ 6 ประการ" ด้วยพุทธลีลาการแสดงธรรมแจกแจงโดยรายละเอียดในแต่ละหัวข้อ ๆ ว่า "เพราะอาศัยเหตุอะไร เราจึงกล่าวไว้เช่นนั้น" พระเจ้าปุกกุสาติเมื่อได้ฟังแล้ว มีความชื่นชมยินดีจึงขอบวช แต่ในระหว่างที่เที่ยวหาบาตรและจีวรอยู่ ก็ถูกแม่โคขวิดตาย ด้วยเหตุแห่งบุรพกรรมในอดีตชาติของท่านพระพุทธเจ้าตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย ปุกกุสาติกุลบุตรเป็นบัณฑิต ได้บรรลุธรรมสมควรแก่ธรรมแล้ว และเธอไม่ให้เราลำบากเพราะเหตุแห่งธรรมเพราะโอรัมภาคิยสังโยชน์ 5 สิ้นไป ปุกกุสาติกุลบุตร จึงเป็นโอปปาติกเทพ จะนิพพานในโลกนั้น ไม่หวนกลับมาจากโลกนั้นอีก”แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: ใต้ร่มโพธิบท Ep.60 Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
8/14/201955 minutes, 3 seconds
Episode Artwork

พักกุลัตเถรัจฉริยัพภูตสูตร และนันทโกวาทสูตร

"คลังพระสูตร" เสนอเรื่องราวของพระเถระ 2 รูป โดยเรื่องแรกเป็นเรื่องของพระพักกุลเถระใน "พักกุลัตเถรัจฉริยัพภูตสูตร" เป็นพระเถระที่บวชมาตลอด 80 ปีโดยที่ท่านไม่เคยเกิดกามสัญญาใดๆ เลย …ครั้งหนึ่ง พระพักกุลเถระ พักอาศัยยู่ที่เวฬุวัน เมืองราชคฤห์  มีอเจลกัสสปะได้ถามพระเถระว่า "ตลอด 80 ปี ที่บวชมาท่านเสพเมถุนธรรมกี่ครั้ง"  พระเถระจึงตอบแก่อเจลกัสสปะปริพาชกโดยละเอียด เรื่องที่ 2 เป็นเรื่องราวของพระนันทกะใน "นันทโกวาทสูตร"  …กล่าวถึงเหตุการณ์ ณ  พระวิหารเชตวันที่พระนันทกะได้ให้โอวาทแก่ภิกษุณีถึงความไม่เที่ยงของอายตนภายใน 6 ภายนอก 6 เหล่านั้นล้วนไม่เที่ยง มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา  ได้เปรียบเทียบว่าเนื้อข้างในนั้นเป็นอายตนะภายใน ส่วนหนังข้างนอกเป็นอายตนะภายนอก 6 เนื้อล่ำในระหว่างเอ็นในระหว่างเครื่องผูกในระหว่างนั้นเป็นชื่อของนันทิราคะ มีดแล่โคเป็นปัญญาซึ่งใช้เถือแล่คว้านกิเลสในระหว่างสัญโญชน์เครื่องผูก …และ โพชฌงค์ 7 จะทำให้เราแยกอายตนะภายนอก – ภายใน และเครื่องผูกออกจากกันได้ และไม่เกิดการกลับกำเริบได้ แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: ขุดเพชรในพระไตรปิฏก Ep.31  , คลังพระสูตร Ep.5 Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
8/7/201956 minutes, 20 seconds
Episode Artwork

กีฏาคิริสูตร และปุตตมังสสูตร 6231-4s

สืบเนื่องจากในช่วงเข้าใจทำ (ธรรม) และ ใต้ร่มโพธิบทของสัปดาห์นี้ได้กล่าวถึงเนื้อหาในรายละเอียดของเรื่องอริยสัจ 4 และ อาหาร 4 ไว้  จึงยก 2 พระสูตรหลักที่เกี่ยวข้องขึ้นมาประกอบเพื่อให้ได้ฟังบทพยัญชนะกัน"กีฏาคิริสูตร" ว่าด้วยเหตุการณ์ในกีฏาคีรีนิคม พระพุทธเจ้าตรัสสอนแก่เหล่าภิกษุถึงเรื่องของ คุณของการฉันอาหารน้อย, ความเจริญและความเสื่อมของกุศลธรรม/อกุศลธรรมในเวทนา 3, กิจที่ควรทำด้วยความไม่ประมาทและบุคคล 7 จำพวก ได้แก่ 1.อุภโตภาควิมุต 2. ปัญญาวิมุต 3. กายสักขี 4. ทิฏฐิปัตตะ 5. สัทธาวิมุต 6. ธัมมานุสารี 7. สัทธานุสารี) ตั้งแต่กายสักขีถึงสัทธานุสารีนั้น เป็นพระอริยบุคคลที่ยังไม่ถึงขั้นพระอรหันต์ พระพุทธเจ้าจึงยังทรงตรัสสอนให้ทำการด้วยความไม่ประมาท ส่วน อุภโตภาควิมุต และ ปัญญาวิมุต ท่านไม่ได้ตรัสสอน เพราะเป็นพระอรหันต์ผู้ทำกิจด้วยความไม่ประมาทอยู่แล้ว, การตั้งอยู่ในอรหัตตผลได้ด้วยการศึกษา การกระทำ การปฎิบัติ โดยลำดับการดำรงอยู่ในอรหัตตผล [๑๘๓] ภิกษุทั้งหลาย เราไม่กล่าวการบรรลุอรหัตตผลด้วยขั้นเดียวเท่านั้น แต่การบรรลุอรหัตตผล ย่อมมีได้ด้วยการบำเพ็ญสิกขาโดยลำดับ ด้วยการบำเพ็ญกิริยาโดยลำดับ ด้วยการบำเพ็ญปฏิปทาโดยลำดับ การบรรลุอรหัตตผล ย่อมมีได้ด้วยการบำเพ็ญสิกขาโดยลำดับ ด้วยการบำเพ็ญกิริยาโดยลำดับ ด้วยการบำเพ็ญปฏิปทาโดยลำดับ เป็นอย่างไร             คือ กุลบุตรในศาสนานี้ เกิดศรัทธาแล้วย่อมเข้าไปหา เมื่อเข้าไปหาย่อมนั่งใกล้ เมื่อนั่งใกล้ย่อมเงี่ยโสตลงสดับ เงี่ยโสตลงสดับแล้วย่อมฟังธรรม ครั้นฟังธรรมแล้วย่อมทรงจำไว้ ย่อมพิจารณาเนื้อความแห่งธรรมที่ทรงจำไว้แล้ว เมื่อพิจารณาเนื้อความอยู่ ธรรมทั้งหลายย่อมควรเพ่งพินิจ เมื่อมีการเพ่งพินิจธรรมอยู่ ฉันทะย่อมเกิด กุลบุตรนั้นเกิดฉันทะแล้ว ย่อมอุตสาหะ ครั้นอุตสาหะแล้ว ย่อมไตร่ตรองครั้นไตร่ตรองแล้ว ย่อมอุทิศกายและใจ เมื่ออุทิศกายและใจแล้ว ย่อมทำให้แจ้งสัจจะอันยอดเยี่ยมด้วยนามกาย และเห็นแจ่มแจ้งสัจจะอันยอดเยี่ยมนั้นด้วยปัญญา และสุดท้ายได้ตรัสถึงบท 4 ( อริยสัจจ 4 ) ที่วิญญูชนพึงรู้ได้ไม่นานด้วยปัญญา ความแห่งธรรมใดที่พระองค์ได้ยกขึ้นแสดงแล้ว ผู้ปฏิบัติตามคำสอนนั้นย่อมมีหลักปฏิบัติว่า พระผู้มีพระภาคเป็นศาสดา ตนเป็นสาวก, ศาสนาของพระศาสดางอกงามมีโอชา (น่าเลื่อมใส ) แก่ผู้มีศรัทธาและผู้ปฏิบัติตามคำสอน, ย่อมมีหลักปฏิบัติว่าหากพากเพียรเพื่อบรรลุจุดที่มุ่งหมายแล้วยังไม่สำเร็จ จักไม่หยุดความเพียรนั้น แม้แลกด้วย หนัง เอ็น และกระดูก เนื้อและเลือดก็ตามทีและผลอย่างใดอย่างหนึ่งใน 2 อย่างที่หวังได้ คือ อรหัตตผลในปัจจุบัน หรือถ้ายังมีอุปาทานเหลืออยู่ ก็จะเป็นอนาคามี "ปุตตมังสสูตร และ อาหารสูตร" ว่าด้วยอาหาร 4  ซึ่งทั้งสองพระสูตรนี้ พระพุทธเจ้าได้ตรัสสอนเกี่ยวกับอาหาร โดยใน ปุตตมังสสูตร จะได้ให้พิจารณากำหนดรู้ในอาหาร 4 อย่างนี้ ด้วยการยกอุปมาอุปไมยขึ้นเปรียบเทียบ ดังนี้คือ กวฬิงการาหาร (อาหารคือคำข้าว) เหมือนกับสามีภรรยากินเนื้อบุตร เพื่อยังชีพขณะเดินทางข้ามทางกันดาร (ความจำเป็นในอาหาร เพื่อความอยู่รอดในการดำรงชีวิต)  เพื่อกำหนดรู้ความยินดีในกามคุณ 5ผัสสาหาร (ผัสสะเป็นปัจจัยให้เกิดเวทนา) เหมือนกับแม่โคลูกอ่อนที่ไม่มีหนังหุ้ม ให้ระมัดระวังตัวจากการรบกวนของสัตว์และแมลงที่จะมาเจาะไชหรือกัด เพื่อกำหนดรู้ในเวทนาทั้ง 3มโนสัญเจตนาหาร (เจตนาป็นปัจจัยให้เกิดกรรมคือการกระทำ)  เหมือนกับคนถูกลากลงสู่หลุมถ่านเพลิง ดิ้นรนหนีให้พ้นจากหลุมถ่านเพลิงนั้น เพื่อกำหนดรู้ในตัณหาทั้ง 3วิญญาณาหาร (วิญญาณป็นปัจจัยให้เกิดนามรูป ) เหมือนกับนักโทษประหารถูกแทงด้วยหอก 300 เล่ม เพื่อกำหนดรู้ในนามรูปด้วยเพราะความจำเป็นในการดำรงชีพให้ตั้งอยู่คงอยู่ได้สืบต่อไปและต่อไป จึงต้องมีตัณหาเป็นเหตุให้เกิดการแสวงหาในอาหาร 4 นี้ส่วนใน อาหารสูตร นั้น เป็นการกล่าวถึง "มีอะไรเป็นเหตุ มีอะไรเป็นเหตุเกิด มีอะไรเป็นกำเนิด และมีอะไรเป็นแดนเกิด ของอาหาร 4 อย่างนี้" ซึ่งเป็นการแยกแยะแจกแจงให้เห็นถึงการเกิด - ดับของอาหาร…อนึ่ง สังขารเหล่านี้มีอะไรเป็นเหตุ มีอะไรเป็นเหตุเกิด มีอะไรเป็นกำเนิด มีอะไรเป็นแดนเกิดสังขารทั้งหลายมีอวิชชาเป็นเหตุ มีอวิชชาเป็นเหตุเกิด มีอวิชชาเป็นกำเนิด มีอวิชชาเป็นแดนเกิดภิกษุทั้งหลาย เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย สังขารทั้งหลายจึงมี เพราะสังขารเป็นปัจจัย วิญญาณจึงมี ฯลฯ ดังพรรณนามาฉะนี้ ความเกิดขึ้นแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้มีได้ด้วยประการฉะนี้อนึ่ง เพราะอวิชชานั้นดับไปไม่เหลือด้วยวิราคะ สังขารจึงดับ เพราะสังขารดับวิญญาณจึงดับ ฯลฯ ดังพรรณนามาฉะนี้ ความดับแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ มีได้ด้วยประการฉะนี้.แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: ใต้ร่มโพธิบท Ep.59 , Ep.58 , เข้าใจทำ (ธรรม)  Ep.56 ,       Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
7/31/20191 hour, 1 minute, 28 seconds
Episode Artwork

อนัตตลักขณสูตร และอาทิตตปริยายสูตร 6230-4s

สื่บเนื่องมาจากในตอนที่แล้ว หลังจากพระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงปฐมเทศนาที่มีชื่อว่า ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร แก่ปัญจวัคคีย์แล้ว ทำให้พระโกณฑัญญะได้ดวงตาเห็นธรรมบรรลุเป็นโสดาบันด้วยเห็นว่า "สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นมีความดับเป็นธรรมดา." จากนั้นได้ทรงแสดง อนัตตลักขณสูตร ซึ่งกล่าวถึง ความเป็นอนัตตาในขันธ์ 5 มีใจความว่า"สิ่งใดไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนไปเป็นธรรมดาพึงตามเห็นด้วยปัญญาอันชอบในสิ่งนั้นตามความเป็นจริงอย่างนี้ว่า ‘นั่นไม่ใช่ของเรา นั่นไม่เป็นเรา นั่นไม่ใช่ตัวตนของเรา’ ก็อริยสาวกผู้ได้สดับแล้วเมื่อเห็นอยู่อย่างนี้ ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในรูป เบื่อหน่ายแม้ในเวทนา เบื่อหน่ายแม้ในสัญญา ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในสังขาร และเบื่อหน่ายแม้ในวิญญาณ เมื่อเบื่อหน่ายย่อมคลายกำหนัด เพราะความคลายกำหนัด จึงหลุดพ้น เมื่อหลุดพ้นแล้ว ย่อมเกิดญาณหยั่งรู้ว่า ‘หลุดพ้นแล้ว’ เธอย่อมรู้ชัดว่า ‘การเกิดสิ้นแล้ว พรหมจรรย์ได้อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำได้ทำเสร็จแล้ว กิจอื่นที่จะต้องทำเพื่ออาการเป็นอย่างนี้ไม่ได้มีอีก” เหล่าปัญจวัคคีย์ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ในกาลต่อมา ได้ทรงแสดงธรรมเทศนาที่ชื่อว่า "อนุปุพพิกถา (ทาน ศีล เรื่องของสวรรค์ โทษของกาม และอานิสงส์ในการหลีกออกจากกาม) และอริยสัจ 4" โปรดแด่ ยสกุลบุตร บุตรเศรษฐีผู้เกิดความเบื่อหน่าย เดินออกจากเรือนพร่ำบ่นไปตลอดทางว่า "ที่นี่วุ่นวายหนอ ที่นี่ขัดข้องหนอ"  จนเมื่อพระพุทธเจ้าทรงแผ่ญาณเพื่อตรวจดูเวไนยสัตว์ผู้ที่พอจะบรรลุได้ พบยสกุลบุตรที่กำลังเดินมาใกล้ พระพุทธเจ้าจึงตรัสขึ้นว่า "ที่นี่ไม่วุ่นวาย ที่นี่ไม่ขัดข้อง เชิญมาที่นี่ เราจะแสดงธรรมแก่เธอ" ยสกุลบุตรได้ดวงตาเห็นธรรม ภายหลังบิดาได้เดินออกตามหาแล้วได้พบพระพุทธเจ้าและได้ฟังธรรม และเมื่อยสกุลบุตรได้ฟังธรรมเทศนาถึง 2 ครั้ง แล้วได้พิจารณาใคร่ครวญไปตามกระแสธรรมนั้น ก็ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ ด้วยการบวชของท่านเป็นเหตุให้เพื่อนของท่านอีก 54 คนได้เข้ามาบวช ซึ่งทั้งหมดล้วนได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ ในครั้งนั้นมีพระอรหันต์เกิดขึ้นแล้ว 61 รูปในโลก พระพุทธเจ้าจึงได้รับสั่งให้เหล่าภิกษุออกเดินทางเพื่อประกาศพระศาสนา โดยตรัสว่า "…พวกเธอทั้งหลายจงเที่ยวจาริกไป เพื่อประโยชน์ เพื่อความสุขแก่มหาชน เพื่อความเอ็นดูแก่โลก เพื่อประโยชน์ เพื่อความเกื้อกูล เพื่อความสุขแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย อย่าไปทางเดียวกันถึงสองรูป พวกเธอจงแสดงธรรมให้งดงามในเบื้องต้น ให้งดงามในท่ามกลาง ให้งดงามในที่สุดลงรอบ จงประกาศพรหมจรรย์ให้เป็นไปพร้อมทั้งอรรถะพร้อมทั้งพยัญชนะให้บริสุทธิ์ บริบูรณ์สิ้นเชิง  สัตว์ทั้งหลายที่เป็นพวกมีธุลีในดวงตาแต่น้อย ก็มีอยู่ สัตว์เหล่านั้นจะเสื่อมจากคุณที่จะได้รับถ้าไม่ได้ฟังธรรม สัตว์ผู้รู้ทั่วถึงธรรมจักมีเป็นแน่ แม้เราเองก็จักไปสู่ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม เพื่อแสดงธรรม"เมื่อพระพุทธองค์เสด็จมาถึงตำบลอุรุเวลา ได้แสดงธรรมเทศนาแก่ ชฎิล 3 คนพี่น้อง คือ อุรุเวลกัสสปะ นทีกัสสปะ และคยากัสสปะ พร้อมทั้งบริวารที่ตำบลคยาสีสะ ด้วยชฎิลทั้งหมดนี้มีความคุ้นเคยกับไฟมาตลอด จึงยก อาทิตตปริยายสูตร ขึ้นแสดง โดยมีใจความว่า "สิ่งทั้งปวง เป็นของร้อน ในที่นี้หมายเอา อายตนะภายใน คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ อายตนะภายนอกคือ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ และธรรมารมณ์ อายตนะภายนอกและอายตนะภายในอาศัยกันและกันแล้วจึงเกิดวิญญาณ (การรับรู้) ทาง ตาหู จมูก ลิ้น กาย และใจ เมื่อเกิดวิญญาณแล้ว อาศัยกันและกัน เกิดเป็นผัสสะ เมื่อเกิดผัสสะแล้วเกิดเวทนาตามมา เป็นสุขเวทนาบ้าง ทุกขเวทนาบ้าง อทุกขมสุขเวทนาบ้าง สิ่งต่าง ๆ นี้เป็นของร้อน ร้อนเพราะไฟคือราคะ ไฟคือโทสะ ไฟคือโมหะ ร้อนเพราะความเกิด ความแก่ และความตาย ร้อนเพราะความโศก เพราะความรำพัน เพราะทุกข์กาย เพราะทุกข์ใจ เพราะความคับแค้น เมื่อเห็นโทษแห่งของร้อนทั้งปวงจึงเบื่อหน่ายกับการเข้าไปยึดมั่นถือมั่นทั้งที่ยินดีพอใจและยินร้ายอันเป็นเหตุให้ร้อนใจอยู่เนืองนิตย์ จิตจึงปล่อยวาง เมื่อปล่อยวางก็หลุดพ้นจากอาสวะทั้งหลาย เพราะไม่ยึดมั่น.ทั้งนี้ได้ยก อาทิตตปริยาย นัยยะที่ 2 และธรรมปริยาย ขึ้นมาอธิบายเพิ่มเติมด้วย เพื่อให้มีความเข้าใจที่กว้างขวางลึกซึ่้งมากยิ่งขึ้นไป"…ให้เรามีความระมัดระวังรักษา เหมือนอย่างพวกชฎิลที่บูชาไฟ จะต้องรักษาไฟเป็นอย่างดี…รักษาไม่ให้ไปมีราคะ โทสะ และโมหะเกิดขึ้น ซึ่งถ้ามีเกิดขึ้นแล้วจะทำให้เกิดลุ่มหลง มีความโกรธเกลียดไม่พอใจ เป็นต้น แต่ถ้าเมื่อเรารักษาให้มันดีแล้ว อะไรก็ตามที่เกิดขึ้นในช่องทางนั้นเป็นอันว่าได้รับการรักษา รักษาด้วยสติ รักษาด้วยการสำรวมอินทรีย์"แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: คลังพระสูตร  Ep.54 , ตามใจท่าน Ep.42  , EP.21 , ใต้ร่มโพธิบท Ep.51                Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
7/24/201955 minutes, 2 seconds
Episode Artwork

ธรรมจักร กงล้อแห่งธรรมอันยอดเยี่ยม 6229-4s

สืบเนื่องในเดือน อาสาฬหะ ซึ่งมีความสำคัญในการที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนา คืือ ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร เอาไว้ จึงจะได้นำเรื่องราวตั้งแต่วันวิสาขะมาจนถึงวันอาสาฬหบูชา เป็นช่วงเวลา 2 เดือนหลังจากพระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้วมาจนถึงการแสดงธรรมแก่ปัญจวัคคีย์ โดยนำเสนอในหัวข้อเรื่อง "ความให้เป็นไป คือ หมุนซึ่งกงล้อแห่งธรรมอันยอดเยี่ยม"…อะนุตตะรัง ธัมมะจักกัง ปะวัตตะนัง คัดบางส่วนมาจาก…ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร"ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข้อนี้แลเป็นทุกขอริยสัจ คือ ความเกิดก็เป็นทุกข์ ความแก่ก็เป็นทุกข์ ความเจ็บไข้ก็เป็นทุกข์ ความตายก็เป็นทุกข์ ความประจวบด้วยสิ่งที่ไม่เป็นที่รักก็เป็นทุกข์ ความพลัดพรากจากสิ่งเป็นที่รักก็เป็นทุกข์ ปรารถนาสิ่งใดไม่ได้สิ่งนั้นก็เป็นทุกข์โดยย่นย่อ อุปาทานขันธ์ ๕ เป็นทุกข์…ข้อนี้แลเป็น ทุกขสมุทัยอริยสัจ คือ ตัณหาอันทำให้เกิดอีก ประกอบด้วยความกำหนัดด้วยอำนาจความเพลิน มีปกติเพลิดเพลินในอารมณ์นั้นๆ คือ กามตัณหาภวตัณหา วิภวตัณหา.…ข้อนี้แลเป็น ทุกขนิโรธอริยสัจคือ ตัณหานั่นแลดับ โดยไม่เหลือด้วยมรรคคือวิราคะ สละ สละคืน ปล่อยไป ไม่พัวพัน.…ดูข้อนี้แลเป็น ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจ คือ อริยมรรคมีองค์ ๘ นี้แหละ……ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็เมื่อใดแล ปัญญาอันรู้เห็นตามเป็นจริงของเรา ในอริยสัจ ๔ นี้ มีรอบ ๓ มีอาการ ๑๒ อย่างนี้ หมดจดดีแล้ว ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อนั้น เราจึงยืนยันได้ว่า เป็นผู้ตรัสรู้สัมมาสัมโพธิญาณ อันยอดเยี่ยมในโลก พร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก ในหมู่สัตว์ พร้อมทั้งสมณะ พราหมณ์ เทวดาและมนุษย์…ก็แลเมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสไวยากรณภาษิตนี้อยู่ ดวงตาเห็นธรรม ปราศจากธุลี ปราศจากมลทิน ได้เกิดขึ้นแก่ท่านพระโกณฑัญญะว่า สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งมวล มีความดับเป็นธรรมดาลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงเปล่งพระอุทานว่า ท่านผู้เจริญ โกณฑัญญะ ได้รู้แล้วหนอ ท่านผู้เจริญ โกณฑัญญะได้รู้แล้วหนอ เพราะเหตุนั้น คำว่า อัญญาโกณฑัญญะนี้ จึงได้เป็นชื่อ ของท่านพระโกณฑัญญะ ด้วยประการฉะนี้."แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: เข้าใจทำ (ธรรม)  Ep.26  Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
7/17/20191 hour, 7 minutes, 55 seconds
Episode Artwork

มหาเวทัลลสูตร และ นฬกลาปิยสูตร 6228-4s

ยก 2 พระสูตร ปรารภท่านพระมหาโกฏฐิตะและพระสารีบุตรได้พูดคุยสนทนาธรรมกันแบบเวทัลละ (การถามตอบที่ให้เกิดความรู้และความพอใจแล้วซักถามยิ่ง ๆ ขึ้นไป) ซึ่งเป็นความงดงามในการสนทนาธรรมที่ทำให้เกิดปีติของพระมหาสาวกทั้งสองรูปนี้ผู้มีความฉลาดล้ำ…เมื่อคนที่มีปัญญา 2 คนคุยกัน เราต้องยิ่งจดจ่อให้ดีมหาเวทัลลสูตร ว่าด้วยเรื่อง ปัญญากับวิญญาณ, เวทนา สัญญา และวิญญาณ, ประโยชน์แห่งปัญญาและเหตุเกิดสัมมาทิฏฐิ, ภพและฌาน, อินทรีย์ 5 และปัจจัยเจโตวิมุตตินฬกลาปิยสูตร ว่าด้วยเรื่อง ปัจจัยให้มีชราและมรณะ  พระมหาโกฏฐิตะได้ยกเรื่องนี้ขึ้นถาม พระสารีบุตรได้ตอบพร้อมยกอุปมากำไม้อ้อ 2 กำ ขึ้นอธิบายอย่างแยบคาย พระมหาโกฏฐิตเถระจึงได้กล่าวแสดงชื่นชมยินดีในสุภาษิตของท่านพระสารีบุตรใน 36 เรื่องนี้"ถ้า ภิกษุแสดงธรรม เพื่อความหน่าย เพื่อคลายกำหนัด เพื่อดับชราและมรณะ ชาติ ภพ อุปาทาน ตัณหา เวทนา ผัสสะ สฬายตนะ นามรูป วิญญาณ สังขาร อวิชชา ควรจะกล่าวว่า ภิกษุธรรมกถึก    ถ้า ภิกษุปฏิบัติ เพื่อความหน่าย เพื่อคลายกำหนัด เพื่อดับชราและมรณะ ชาติ ภพ อุปาทาน ตัณหา เวทนา ผัสสะ สฬายตนะ นามรูป วิญญาณ สังขาร อวิชชา ควรจะกล่าวว่า ภิกษุปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม       ถ้า ภิกษุหลุดพ้น เพราะความหน่าย เพราะความคลายกำหนัด เพราะความดับ เพราะไม่ถือมั่นชราและมรณะ ชาติ ภพ อุปาทาน ตัณหา เวทนา ผัสสะ สฬายตนะ นามรูป วิญญาณ สังขาร อวิชชาควรจะกล่าวว่า ภิกษุบรรลุนิพพานในปัจจุบัน"และจะได้อธิบายขยายความเพิ่มเติมอีกครั้งในช่วงขุดเพชรในพระไตรปิฏก Ep.28 พระมหาโกฏฐิตเถระ เอตทัคคะในทางผู้แตกฉานในปฏิสัมภิทา 4 Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
7/10/201957 minutes, 7 seconds
Episode Artwork

มาคัณฑิยสูตร 6227-4s

"มาคัณฑิยสูตร" เป็นพระสูตรที่พระพุทธเจ้าได้แสดงธรรมในเรื่องรสอร่อยและโทษของกาม อุบายเครื่องนำออกจากกาม แก่มาคัณฑิยะปริพาชก โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้จิตของเรานี้ มันหลอกเราอยู่ หลอกให้เราเข้าไปยึดถือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ โดยความเป็นตัวตน ความยึดถือนี้คือ อุปาทาน สิ่งที่หลอกเราอยู่นั้นคือ อวิชชา จิตที่มีอวิชชาฝังอยู่ ก็หลอกเรานั่นเองสิ่งที่เป็นความไม่มีโรคไม่ใช่สุขภาพดี แต่สิ่งที่ไม่มีโรคนั้นก็คือการปราศจากามจะเห็นความไม่มีโรคได้ เข้าถึงนิพพานคือความดับเป็นขั้น ๆ ได้ ต้องเจริญอริยมรรคมีองค์ 8"…ท่านควรคบสัตบุรุษ เพราะเมื่อใดท่านคบสัตบุรุษ เมื่อนั้นท่านจักได้ฟังธรรมของสัตบุรุษ เมื่อท่านได้ฟังธรรมของสัตบุรุษ ท่านจักปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม เมื่อท่านปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ท่านจักรู้เอง เห็นเองว่า โรค ฝี ลูกศร คือ อันนี้ โรค ฝี ลูกศร จะดับไปโดยไม่เหลือในที่นี้ เพราะอุปาทานของเรานั้นดับ ภพจึงดับ เพราะภพดับ ชาติจึงดับ เพราะชาติดับ ชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส อุปายาสก็ดับความดับแห่งกองทุกข์ทั้งสิ้นนี้ ย่อมมีด้วยประการฉะนี้…มาคัณฑิยสูตร Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
7/3/201955 minutes, 57 seconds
Episode Artwork

มหากัมมวิภังคสูตร 6226-4s

สืบเนื่องมาจากในรายการ ช่วงตามใจท่าน Ep.47 ที่ได้กล่าวถึงในเรื่องของการแจกแจงกรรมที่มาใน มหากัมมวิภังคสูตร  จึงได้ยก 2 พระสูตรนี้ขึ้นมาเพื่ออธิบายขยายความเพิ่มเติม ทำให้มีความรู้ความเข้าใจมีความกว้างขวางมากยิ่งขึ้นจูฬกัมมวิภังคสูตร เป็นพระสูตร (เล็ก) ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่สุภมานพโตเทยบุตร เพื่อตอบปัญหาในเรื่องเหตุที่ทำให้สัตว์มีอายุสั้น มีอายุยืน, มีโรคมาก มีโรคน้อย เป็นต้น และสัตว์ทั้งหลาย มีกรรมเป็นของตน เป็นทายาทแห่งกรรม มีกรรมเป็นกำเนิด มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย กรรมย่อมจำแนกสัตว์ให้เลวหรือปราณีตต่างกัน มีรายละเอียดดังนี้เหตุที่ทำให้อายุสั้น เพราะฆ่าสัตว์, เหตุที่ทำให้อายุยืน เพราะไม่ฆ่าสัตว์เหตุที่ทำให้มีโรคมาก เพราะเบียดเบียนสัตว์, เหตุที่ทำให้มีโรคน้อย เพราะไม่เบียดเบียนสัตว์เหตุที่ทำให้มีผิวพรรณทราม เพราะเป็นผู้มักโกรธ, เหตุที่ทำให้ผิวพรรณผ่องใส เพราะเป็นผู้ไม่โกรธเหตุที่ทำให้มีศักดาน้อย เพราะมีใจริษยา, เหตุที่ทำให้มีศักดามาก เพราะมีใจไม่ริษยาเหตุที่ทำให้เป็นคนยากจน เพราะเป็นคนตระหนี่ ไม่เคยบริจาค, เหตุให้เป็นคนร่ำรวย เพราะเป็นคนมีน้ำใจ รู้จักช่วยเหลือผู้อื่นเหตุที่ทำให้เกิดในตระกูลต่ำ เพราะเป็นคนไม่มีสัมมาคารวะ, เหตุที่ทำให้เกิดในตระกูลสูง เพราะเป็นคนมีสัมมาคารวะอ่อนน้อมถ่อมตนเหตุที่ทำให้เกิดเป็นคนโง่เขลา มีปัญญาทราม เพราะเป็นคนไม่ใฝ่ศึกษา ไม่เข้าใกล้หรือไม่ไปสอบถามกับสมณะว่า อะไรเป็นกุศล อะไรเป็นอกุศล อะไรมีโทษ อะไรไม่มีโทษ อะไรควรเสพ อะไรไม่ควรเสพ อะไรเมื่อทำย่อมเป็นไปเพื่อไม่เกื้อกูล เพื่อทุกข์สิ้นกาลนาน อะไรเมื่อทำย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความสุขสิ้นกาลนาน, เหตุที่ทำให้เกิดเป็นคนมีปัญญามาก เพราะเป็นคนใฝ่หาความรู้ เข้าใกล้หรือไปสอบถามกับสมณะว่า อะไรเป็นกุศล อะไรเป็นอกุศลฯมหากัมมวิภังคสูตร เป็นพระสูตร (ใหญ่) ที่พระพุทธเจ้าจึงทรงจำแนกกรรมโดยละเอียดถึงเหตุที่ทำให้บุคคลหลังจากการตายแล้วไปเกิดในนรกหรือสวรรค์แก่พระอานนท์ ด้วยปรารภเหตุที่พระสมิทธิได้โต้วาทะกับปริพาชกโปตลิบุตร โดยแสดงถึงบุคคล 4 ประเภท และได้ทรงรับรองเฉพาะคำกล่าวที่ถูกต้อง ที่ไม่ถูกต้องไม่ทรงรับรอง  ดังนี้บุคคลที่ทำชั่วแล้วไปเกิดในอบายทุคคติวินิบาต นรก ก็มีบุคคลที่ทำชั่วแล้วไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์ ก็มีบุคคลที่ทำดีแล้วได้เกิดในสุคติโลกสวรรค์ ก็มีบุคคลที่ทำดีแล้วไปเกิดในอบายทุคคติวินิบาต นรก ก็มีประเด็นสำคัญ คือ กรรมดีกรรมชั่วที่ควรสอดส่องให้เห็น, การมีความเห็นถูก (สัมมาทิฐิ) และความเห็นผิด (มิจฉาทิฐิ) ก่อนตาย อาจส่งผลให้เข้าใจผิดได้ตามนัยยะของบุคคล 4 ประเภทนี้ แต่ด้วยญาณในมหากัมมะของพระพุทธเจ้าที่ได้รับรองความเห็นไว้ก็คือ  ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว กรรมทุกอย่างให้ผลทั้งสิ้นตามแต่วาระตามแต่นัยยะของมันแนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists:ตามใจท่าน Ep.47 Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
6/26/201958 minutes, 50 seconds
Episode Artwork

มหาจัตตารีสกสูตร และ สัมมาทิฏฐิสูตร 6225-4s

“ดูกรท่านผู้มีอายุทั้งหลาย ที่เรียกว่า สัมมาทิฏฐิ ๆ ด้วยเหตุเพียงเท่าไรหนอ? อริยสาวกจึงจะชื่อว่าเป็นสัมมาทิฏฐิ มีความเห็นดำเนินไปตรงแล้ว ประกอบด้วยความเลื่อมใสอันแน่วแน่ในธรรม มาสู่พระสัทธรรมนี้”…สัมมาทิฏฐิสูตรสืบเนื่องมาจากในรายการ ช่วงตามใจท่าน Ep.46 ที่ได้กล่าวถึงในเรื่องของ "สัมมาทิฏฐิ" จึงยก 2 พระสูตรนี้ขึ้นมา เพื่ออธิบายขยายเพิ่มเติมมหาจัตตารีสกสูตร เป็นพระสูตรที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงสัมมาสมาธิของพระอริยะ อันมีเหตุมีองค์ประกอบ คือ ความที่จิตเป็นอารมณ์อันเดียว ประกอบแล้วด้วยองค์ 7 คือ สัมมาทิฐิ สัมมาสังกัปปะ สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ สัมมาวายามะ สัมมาสติ และในบรรดาองค์ทั้ง 7 สัมมาทิฐิย่อมเป็นประธาน (องค์นำ) ซึ่งแต่ละอย่างจะมีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกัน จนกระทั่งทำให้เกิดเป็น สัมมาญาญะ คือความรู้ชอบ และ สัมมาวิมุติ คือความหลุดพ้นและได้ทรงแสดงธรรม 40 อย่าง แบ่งออกเป็นฝ่ายกุศล 20 ฝ่ายอกุศล 20 ชื่อธรรมบรรยายมหาจัตตารีสกะ สมณะหรือพราหมณ์ที่จะติเตียนคัดค้านธรรมบรรยายนี้ ย่อมถึงความน่าตำหนิ สัมมาทิฏฐิสูตร  เป็นพระสูตรที่พระสารีบุตรกล่าวอธิบายถึง "เหตุแห่งสัมมาทิฏฐิ" เป็นความเห็นชนิดที่เป็นไปเพื่อความสลัดแอก เป็นจุดเริ่มต้นที่จะให้ไปตามทางเพื่อถึงความดับซึ่งเหตุแห่งทุกข์ คืิอ อริยมรรคมีองค์ 8เมื่อได้ฟังทั้ง 2 พระสูตรนี้แล้ว จะทำให้ได้ทราบว่า สัมมาทิฏฐิ นี้อยู่ตรงไหน มีเหตุปัจจัยอะไรเกื้อหนุนกันมา มีวิธีการที่จะทำให้เกิดขึ้นและปฎิบัติได้ย่างไร?แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists:ตามใจท่าน S09E46 , เข้าใจทำ (ธรรม) S07E28 Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
6/19/201952 minutes, 4 seconds
Episode Artwork

ปายาสิราชัญญสูตร ตอนที่ 3 (จบ) 6224-4s

มาถึงตอนจบของ ปายาสิราชัญญสูตร ที่สุดท้ายแล้วพระเจ้าปายาสิก็ยอมละมิจฉาทิฎฐิ ด้วยการยกอุปมาอุปไมยของพระกุมารกัสสปะใน 4 ข้อขึ้นมาปรับแก้ทิฏฐิมานะที่ไม่ยอมเปลี่ยนความเห็นผิดนั้นเพียงเพราะกลัวคนอื่นจะมาติเตียนหลังจากที่ตั้งไว้ในความเห็นที่ถูกต้องและขอถึงความเป็นอุบาสกแล้ว พระเจ้าปายาสิจึงได้ตรัสถามถึงวิธีการบูชามหายัญ พระกุมารกัสสปะกล่าวให้เห็นถึงความดีที่ควรต้องกระทำ ซึ่งนั่นคือ "การบูชาด้วยการให้ทาน"  ในจุดที่พระเจ้าปายาสิได้สั่งให้อุตตรมานพเป็นผู้จัดการให้ทาน จะเห็นถึงลักษณะวิธีการให้ทานนั้นจะมีผลมีอานิสงส์ที่ต่างกันยืนยันผลของทานได้จากการที่พระควัมปติได้พบกับเทพบุตรปายาสิที่วิมานชื่อเสรีสกะอันว่างเปล่า…ถ้าให้ทานด้วยความศรัทธา ด้วยความเคารพ ด้วยอ่อนน้อม  เป็นทานให้ด้วยมือตน ให้ของที่ไม่เป็นเดน ระลึกถึงผลของทานให้ถูกต้อง นี้เป็นทานที่ดีมาก เป็นสัปปุริสทาน เป็นทานของสัตบุรุษแนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: คลังพระสูตร Ep.48 และ Ep.47 Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
6/12/201957 minutes, 19 seconds
Episode Artwork

ปายาสิราชัญญสูตร ตอนที่ 2 6223-4s

จากตอนที่ 1 แม้พระกุมารกัสสปะได้ยกอุปมาต่าง ๆ มาปรับแก้ทิฏฐิความเห็นของพระเจ้าปายาสิ  แต่พระองค์ก็ทรงไม่ยอมละความเห็นผิดนั้น กลับยกวิธีการทดลองหาชีวะ (จิต) ที่ไม่แยบคายขึ้นมาโต้ใน อีก 4 ข้อ พระกุมารกัสสปะก็ได้ยกอุปมาขึ้นมาแก้อีก จนพระเจ้าปายาสิจำนนด้วยเหตุผล ไม่อาจหาอะไรมาแย้งได้ แต่ด้วยพระองค์กลัวคนจะเยาะเย้ยว่าตนโง่เขลา จำต้องยึดถือในมิจฉาทิฎฐินั้นต่อไป พระกุมารกัสสปะจึงได้ยกอุปมา 4 ข้อมาชี้แจง และขอให้ทรงละมิจฉาทิฏฐินั้นเสีย เพราะนั้นไม่เป็นประโยชน์แก่ใครเลย กลับจะต้องประสบความเสื่อม แล้วยังทำให้ผู้ดำเนินตามประสบความพินาศด้วย ในที่สุดพระเจ้าปายาสิจะยอมละทิฏฐิที่ไม่ดีนั้นได้หรือไม่ ติดตามได้ในตอนต่อไปแนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: คลังพระสูตร ใน Ep.47   Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
6/5/201940 minutes, 51 seconds
Episode Artwork

ปายาสิราชัญญสูตร ตอนที่ 1 6222-4s

เป็นเรื่องราวในตอนต้นที่มาใน "ปายาสิราชัญญสูตร" กล่าวถึง พระเจ้าปายาสิผู้ที่มีทิฏฐิชนิดที่จะไม่สามารถสลัดตนเองออกจากทุกข์ได้ ด้วยความเห็นผิดไปว่า โลกอื่นไม่มี สัตว์ผุดเกิดขึ้นไม่มี ผลวิบากของสัตว์ทำดีทำชั่วไม่มี พระกุมารกัปปะจึงได้ยกอุปมาอุปไมยขึ้นมาเปรียบเทียบปรับแก้ทิฏฐินั้นให้ แม้อย่างนั้นพระเจ้าปายาสิก็ยังไม่ลงใจเชื่อ ยังมีมานะ ถือเอาความเห็นผิดของตนต่อไป พระกุมารกัสสปะจะสามารถปรับทิฏฐิความเห็นของพระเจ้าปายาสิ จากมิจฉาทิฏฐิให้กลับมามีสัมมาทิฏฐิได้อย่างไร? ติดตามกันได้ในคลังพระสูตรตอนหน้า Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
5/29/201955 minutes, 39 seconds
Episode Artwork

อริยสัจ 4 ที่แสดงในสติปัฏฐาน 4 6221-4s

ความทุกข์จริง ๆไม่มี เป็นของสมมุติเอา จะมีความทุกข์ได้ต้องอาศัยเหตุเกิด  ความจริงที่เราปฏิเสธไม่ได้เลย คือ ความที่ถ้ามันไม่เที่ยง มีความเปลี่ยนแปลงจากอย่างนี้เป็นอย่างอื่นได้ ความไม่เที่ยงนั้น คือ สภาพที่ทนอยู่ได้ยาก ความทนอยู่ได้ยากเรียกว่าทุกข์"ทุกข์" แปลว่า สิ่งที่ทนอยู่ได้ยากในสภาวะใดสภาวะหนึ่ง สภาวะใดสภาวะหนึ่ง มันจึงต้องมีเหตุของมันเกิด เหตุของมัน คือ สมุทัย สาวไป ๆ จะไปจบกันอยู่ที่ตัณหาถ้าเราเข้าใจเรื่องความทุกข์อย่างถูกต้องว่า นี่เป็นทุกข์ไม่ใช่สุข ตัณหาเป็นเหตุของทุกข์ ไม่ใช่เครื่องมือที่จะให้เรามีความสำเร็จ มรรคเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าเรามีความเข้าใจที่ถูกต้องเต็มที่แล้ว เหมือนกับเราสร้างพื้นฐานไว้ดี ทำชั้นที่ 1 แล้วก็ทำชั้นที่ 2 ขึ้นไป จะทำให้การตรัสรู้ธรรม ความเข้าใจธรรมะของเรามีขึ้นได้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
5/22/201954 minutes, 13 seconds
Episode Artwork

ประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน 6220-4s

ภิกษุทั้งหลาย ถ้าธรรมชาติ ๓ อย่างนี้ ไม่พึงมีอยู่ในโลกแล้วไซร้ ตถาคตก็ไม่ต้องเกิดขึ้นในโลก เป็นอรหันตสัมมาสัมพุทธะ และธรรมวินัยที่ตถาคตประกาศแล้ว ก็ไม่ต้องรุ่งเรืองไปในโลก ธรรมชาติ ๓ อย่าง นั้นคือ ความเกิด ความแก่ และความตาย“โธ่เอ๋ย ความแก่อันชั่วช้าเอ๋ย ความแก่อันทำความน่าเกลียดเอ๋ย กายที่น่าพอใจ บัดนี้ ก็ถูกความแก่ย่ำยีหมดแล้ว แม้ใครจะมีชีวิตอยู่ตั้ง ๑๐๐ ปี ทุกคนก็ยังมีความตายเป็นที่ไปในเบื้องหน้า ความตายไม่ยกเว้นให้แก่ใคร ๆ มันย่ำยีหมดทุกคน”Time Index[00:56] ธรรมชาติ 3 ประการ ที่ทำให้พระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นบนโลก[07:21] มหาปุริสลักขณะ 32 ประการ[15:15] ทรงออกผนวช และบำเพ็ญทุกรกิริยา[21:50] หนทางแห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า[24:00] การตั้งความเพียรอันไม่ถอยกลับ และพระมหาสุบิน 5 อย่าง[42:46] ช่วงเวลาใกล้การปรินิพพาน[46:51] พรรษาสุดท้ายของพระพุทธเจ้า และการอาพาธของพระองค์[53:00] การเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
5/15/20191 hour, 7 minutes, 37 seconds
Episode Artwork

โปตลิยสูตร 6219-4s

พระพุทธเจ้าทรงตรัสกับโปตลิยคฤหบดี ถึงเรื่องธรรม 8 ประการ ที่เป็นไปเพื่อการตัดขาดซึ่งโวหาร และอุปมาถึงโทษของกาม 7 ข้อ หลังจากที่โปตลิยคฤหบดี ฟังพระสูตรนี้แล้ว ก็สรรเสริญพระธรรมเทศนาของพระพุทธเจ้า และประกาศตนเป็นอุบาสกถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิตกาม เป็นสิ่งที่มีโทษมาก มีความคับแค้นมาก เป็นสิ่งที่ควรจะหลีกเลี่ยง ให้มาเจริญความสุขที่เป็นไปในภายใน ทำสมาธิ ทำปัญญาให้เกิดขึ้น ศีล สมาธิ ปัญญา และวิมุติ เป็นสิ่งที่แสดง บ่งบอก ถึงความเป็นผู้สงบ ความเป็นสมณะในธรรมวินัยนี้ในเรื่องของความศรัทธา ความเคารพ ความตั้งมั่น เราประดิษฐานให้ดี ตั้งไว้ให้ถูก แล้วเราจะมีความเจริญ ความงอกงาม ความเพิ่มพูนในธรรมในใจของเราได้Time Index[00:43] โปตลิยคหบดี[05:13] เครื่องตัดโวหาร 8 ประการ[14:18] อุปมากาม 7 ข้อ[28:56] โปตลิยคหบดีแสดงตนเป็นอุบาสก[34:47] อธิบายเนื้อหาโปตลิยสูตร Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
5/8/201923 minutes, 40 seconds
Episode Artwork

พระสูตรว่าด้วยสัมมาอาชีวะ 6217-4s

สัมมาอาชีวะมี 2 ส่วน คือ ส่วนที่ประกอบด้วยอาสวะ และ สัมมาอาชีวะแบบอริยะหากมีการเลี้ยงชีวิตดีอยู่สม่ำเสมอ รายจ่ายก็จะไม่ท่วมรายรับ จะไม่เกิดความฝืดเคืองในการใช้จ่ายทรัพย์Time Index[03:42] สัมมาอาชีวะในทางอริยะเป็นอย่างไร[05:59] การเลี้ยงชีพชอบทำให้เกิดความสันโดษ[09:38] การดำรงชีพชอบในทิศทั้ง 6 ของฆราวาส[25:10] การดำรงชีพในชั้นต่างๆ ของฆราวาส[34:50] การเป็นผู้เลี้ยงชีวิตดีอย่างสม่ำเสมอ[42:50] การเลี้ยงชีพชอบตามหลักอริยวงศ์ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
4/24/201912 minutes, 52 seconds
Episode Artwork

อากังเขยยสูตร และวัตถูปมสูตร 6216-4s

อากังเขยยสูตร อากังเขยยะ แปลว่า ความปรารถนา , ความจำนง การที่เราจะสมปรารถนาตามคำหวังโดยธรรมได้เมื่อเราทำตามด้วยศีล ในผล 17 อย่างที่หวังไว้อย่างใดอย่างหนึ่งวัตถูปมสูตร อุปกิเลส 16 อย่างที่ทำให้เกิดความเศร้าหมองของจิต ประกอบด้วยอภิชฌาวิสมโลภะ [ละโมบไม่สม่ำเสมอ คือ ความเพ่งเล็ง], พยาบาท [ปองร้ายเขา], โกธะ [โกรธ], อุปนาหะ [ผูกโกรธไว้], มักขะ [ลบหลู่คุณท่าน], ปลาสะ [ยกตนเทียบเท่า], อิสสา [ริษยา], มัจฉริยะ [ตระหนี่], มายา [มารยา], สาเฐยยะ [โอ้อวด], ถัมภะ [หัวดื้อ], สารัมภะ [แข่งดี], มานะ [ถือตัว], อติมานะ [ดูหมิ่นท่าน], มทะ [มัวเมา], ปมาทะ [เลินเล่อ]Time Index[00:19] พระสูตรอากังเขยสูตร – ข้อที่พึงหวังได้ 17 อย่าง[12:58] วัตถูปมสูตร – อุปมาด้วยผ้า และ อุปกิเลส 16[26:49] การอาบน้ำ ในศาสนา[33:04] อธิบายอากังเขยยสูตร และวัตถูปมสูตร[59:46] สรุป – ความดีความงามของเราไม่ได้ขึ้นอยู่กับเครื่องราง แต่ขึ้นอยู่กับความดีงามในจิตใจ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
4/17/20191 hour, 47 seconds
Episode Artwork

มหาสัจจกสูตร 6215-4s

มหาสัจจกสูตร สัจจกนิครนถ์ทูลถามปัญหาว่าด้วยกายภาวนาและจิตตภาวนา พระพุทธองค์จึงทรงตรัสสอนในเรื่องเวทนา, อุปมา 3 ข้อ, ความต่างกันในการบำเพ็ญทุกกรกิริยา, การบรรลุวิชชาที่ 2 และความเป็นผู้หลงและไม่หลง เมื่อสัจจกนิครนถ์ได้ฟังธรรมอันน่าอัศจรรย์ ที่ไม่เคยฟังมาก่อน ได้กล่าวสรรเสริญชื่อชมพระผู้มีพระภาคTime Index[00:17] สัจจกนิครนถ์ทูลถามปัญหา ว่าด้วยกายภาวนาและจิตตภาวนา[12:05] ทรงชี้แจงเรื่องเวทนา[17:16] อุปมา ๓ ข้อ[18:47] ความต่างกันในการบำเพ็ญทุกกรกิริยา[25:48] ตรัสความเป็นผู้หลงและไม่หลง[26:54] สัจจกนิครนถ์สรรเสริญพระผู้มีพระภาค[32:26] อธิบายเนื้อหาทั้งหมดใน “มหาสัจจกสูตร”[58:10] สรุป กายภาวนา กับ จิตภาวนา ไม่สามารถแยกภาวนาได้ เพราะกายภาวนาในที่นี้คือ วิปัสสนา ส่วนจิตภาวนาคือ สมถะ ที่ต้องภาวนาควบคู่กันไปทั้งกาย-จิตและไม่เอาทั้งสุขและทุกข์ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
4/10/201959 minutes, 19 seconds
Episode Artwork

อรณวิภังคสูตร 6214-4s

อรณวิภังคสูตร คำว่า อรณ (อะ ระ ณะ) คือการไม่มีกิเลส ไม่มีข้าศึก ก็มาจากคำเดียวกับอรหันต์ คือผู้ไม่มีกิเลส ไกลจากกิเลส ส่วนคำว่า วิภังค คือ การแยกแยะแจกแจง มาจากคำว่าผู้มีพระภาค ที่มีหน้าที่จำแนกแจกแจงแบ่งภาค เรื่อง อรณวิภังคสูตร คือ เรื่องที่พระพุทธเจ้าแบ่งแยกธรรมออกเป็น 8 อย่าง โดย 8 อย่างนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่ดี (สิ่งที่ควรทำ) ส่วนที่ไม่ดี (สิ่งที่ควรละ) สามารถจำแนกได้ดังนี้สิ่งที่ดีที่ควรทำ คือ 1. ไม่เพียรแสวงหาซึ่งกามสุข 2. ไม่เพียรทรมานตน 3. อริยมรรคมีองค์แปด(มีอยู่ส่วนเดียว คือ ส่วนที่ควรทำ) 4. ไม่ยกยอ ไม่ตำหนิใคร แต่พึงแสดงธรรมเท่านั้น 5. ประกอบความสุขที่เป็น เนกขัมมสุข 6. พูดในสิ่งที่เป็นจริง มีประโยชน์ทั้งต่อหน้าและลับหลังผู้อื่น 7. พูดโดยไม่รีบด่วน และ 8. ไม่ยึดถือภาษาถิ่นคุณธรรม 8 อย่างนี้ เป็นไปเพื่อความรู้พร้อม รู้ยิ่ง และนิพพาน ในส่วนของสิ่งที่ควรละก็คือ คู่ตรงข้ามกับคุณธรรม 8 ข้อที่กล่าวมาข้างต้น Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
4/3/20199 minutes, 47 seconds
Episode Artwork

คุณของการทานอาหารมื้อเดียว 6213-5s

การทานอาหารมื้อเดียวทำให้เป็นผู้มีโรคน้อย ร่างกายสดชื่น ท้องอิ่มแน่นเกินไป ทำให้กุศลธรรมเจริญ อกุศลธรรมเสื่อมผู้ไม่ทำตามสิกขาอย่างดี จะถูกพระพุทธเจ้าติเตียน เหล่าภิกษุ หรือ แม้แต่เหล่าเทวดาก็ติเตียนคุณสมบัติของม้าอาชาไนย ซึ่งเป็นยอดม้าประกอบด้วยคุณสมบัติ 10 ข้อใน ภัททาลิสูตร ท่านพระภ้ททาลิเป็นตัวอย่างให้เห็นว่าแม้พระพุทธเจ้าเมตตาบอกสอน ก็ไม่สนใจจำไม่ได้ก็ไม่สามารถทำให้บริบูรณ์ในสิกขาได้ ก็ทำให้เกิดการอ่อนแอ ท้อแท้ ท้อถอยในพระสูตรนี้เสนอเกี่ยวกับที่พระพุทธเจ้าชี้แนะบอกกสอนว่า การฉันอาหารเพียงมื้อเดียวแล้วลุกขึ้นโดยไม่ฉันอีกนั้นมีคุณมาก ทำให้เบากาย ไม่เมาอาหาร แล้วพระภัททาลิได้แสดงความอุตสาหะว่าไม่สามารถทำได้ เพราะสมัยก่อนเกิดเป็นกาหลายชาติ กินทั้งวัน กินอยู่เรื่อยพระภัททาลิก็เอาแต่ปฏิเสธว่าทำตามสิกขาบทไม่ได้ พระพุทธเจ้าจึงชี้ให้เห็นโทษจากการไม่ทำตามสิกขา ถ้าหากพระพุทธเจ้าชี้ให้ไปทางไหน บุคคลผู้มีศรัทธามีความรักยิ่งในพระพุทธองค์จะก้าวตามทางมรรค ตามสิกขาบทที่ท่านได้บอกสอนบัญญัติไว้…ส่วนใครก็ตามที่ไม่สามารถทำตามสิกขาบทได้ก็จะถูกติเตียนได้ เหมือนกรณีของท่านพระภัททาลิที่ได้ถูกพระพุทธเจ้า หมู่ภิกษุ และเทวดาคอยติเตียน  Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
3/28/20194 minutes, 15 seconds
Episode Artwork

ภัททาลิสูตร 6213-4s

พระพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ภัททาลิสูตร ถึง คุณแห่งการฉันอาหารหนเดียว ว่า ย่อมรู้สึกคุณ คือความเป็นผู้มีอาพาธน้อย มีโรคเบาบาง กายเบา มีกำลัง และอยู่สำราญ ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม้เธอทั้งหลายจงมา จงฉันอาหารในเวลาก่อนภัตครั้งเดียวเถิด ด้วยว่าเมื่อเธอทั้งหลายฉันอาหารในเวลาก่อนภัตครั้งเดียว จักรู้สึกคุณคือความเป็นผู้มีอาพาธน้อย มีโรคเบาบาง กายเบา มีกำลัง และอยู่สำราญ. Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
3/27/201955 minutes, 56 seconds
Episode Artwork

ฆฏิการสูตร 6212-4s

ฆฏิการสูตร เป็นเรื่องราวของนายช่างหม้อชื่อ “ฆฏิการะ” ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นในสมัยพระพุทธเจ้าสมณโคดม แต่เป็นสมัยพระพุทธเจ้ากัสสปะ นายฆฏิการะมีความสำคัญอย่างมากเพราะเป็นยอดอุปัฏฐาก และมีเพื่อนชื่อโชติปาละมานพคือพระพุทธเจ้าของเรา สมัยเป็นเสวยพระชาติเป็นพระโพธิสัตว์อยู่ นายฆฏิการะได้เป็น “อนาคามี” เพราะมีความเห็นที่ถูกต้องในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ไม่มีความสงสัยในอริยสัจ 4ฆฏิการะเห็นว่า นายโชติปาละ ผู้เป็นเพื่อน เป็นคนฉลาดแต่มีศรัทธาคลาดเคลื่อน ถ้าได้ฟังธรรมแล้วจะมีความเข้าใจที่ถูกต้องได้ จึงชักชวนกันไปฟังธรรมของพระพุทธเจ้ากัสสปะ แต่กว่าจะชวนไปได้ก็ต้องชวนถึง 3 ครั้ง โชติปาละมานพถึงจะยอมไปฟังธรรมของพระพุทธเจ้ากัสสปะ และ โชติปาละมานพก็สามารถปรับทิฐิความเห็นของตนให้ถูกต้องได้ และตัดสินใจออกบวชส่วนนายช่างหม้อก็คอยอุปัฏฐากดูแลพระเจ้าพระสงฆ์ ในพระพุทธเจ้ากัสสปะ นายฆฏิการะจะออกไปหาของในป่าแต่เช้า ก่อนออกไปก็จะตระเตรียมอาหารให้พ่อแม่ที่แก่ตาบอดไว้ในกระเช้า ครั้งที่พระพุทธเจ้ากัสสปะมาที่เรือนถามหานายฆฏิการะ พ่อแม่ของนายฆฏิการะทราบว่าพระพุทธเจ้ากัสสปะมาบิณฑบาตรก็นำอาหารนั้นถวาย และเมื่อนายช่างหม้อกลับมา เห็นว่าพ่อแม่ไม่ได้กินอาหาร แล้วทราบว่าพระพุทธเจ้ากัสสปะเสด็จมาและรับอาหารของตนไป ก็เกิดความปีติดีใจอย่างยิ่ง ด้วยความรักเคารพศรัทธาในพระพุุทธเจ้ากัสสปะจิตใจแบบนี้เป็นจิตใจที่ไม่ขาดแคลน ไม่มีความอัตคัดตระหนี่ใด ๆ เลย จิตที่มีปีติสุขตลอดเวลาที่ได้ดูแลพระพุทธเจ้าเกิดขึ้นกับนายช่างหม้อตลอด 3 เดือน และรักษาศีล 10 ไม่รับทองและเงิน ใช้วิธีแลกเปลี่ยนสินค้ากันแทนการรับเงิน คือ เอาหม้อแลกกับผลไม้ ถั่ว งา และข้าว เพื่อเป็นการจุนเจือครอบครัว Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
3/20/201956 minutes, 52 seconds
Episode Artwork

อิ ติ ปิ - เพราะเหตุอย่างนี้ๆ 6211-5s

กว่าที่พระพุทธเจ้าของเราจะมาเป็นพระพุทธเจ้าได้ต้องบำเพ็ญเพียรตบะมาถึง 4 อสงไขย กับอีกแสนมหากัปป์ และเป็นช่วงที่ได้รับการพยากรณ์ว่าจะสำเร็จเป็นอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ก็ต้องบำเพ็ญบารมีมาก่อนหน้านี้อีก 20 อสงไขยจึงจะได้รับการพยากรณ์การเป็นพระพุทธเจ้า ไม่ใช่จะมีขึ้นมาเอง ต้องอาศัยการใช้เวลานาน ใช้ความอดทนอย่างสูง ใช้ปัญญา ทาน ศีล และทุกอย่าง ใช้ความลำบาก มากในการได้เป็นสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ากว่าจะมีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นเป็นเรื่องที่ยากมาก ๆ ให้รีบเร่งทำความเพียร เพราะความตายมันไม่แน่ไม่นอน บางทีนอนไปคืนนี้อาจจะไม่ลุกแล้วก็ได้การเป็นพระพุทธเจ้า ไม่ใช่จะมีขึ้นมาเอง ต้องมีการเตรียมความพร้อมอย่างมาก กว่าที่เราจะสวดกันได้ว่า อิติปิโส ภะคะวา ฯ นั่นคือคุณของพระพุทธเจ้าหรือพุทธคุณ สิ่งที่ต้องการอธิบายคือ คำว่า “อิติปิ” เป็นภาษาบาลี แปลว่า แม้เพราะเหตุอย่างนี้ ๆ จึงทำให้สำเร็จเป็นสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แม้เพราะเหตุอย่างนี้ ๆ จึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ…และเพราะเหตุอย่างนี้ ๆ จึงเป็นครูผู้สอนของมนุษย์และเทวดาทั้งหลายฯ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
3/14/201953 minutes, 59 seconds
Episode Artwork

การบำเพ็ญบารมีของพระพุทธเจ้า 6211-4s

พระพุทธเจ้าทรงตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย เกี่ยวกับเรื่องการบำเพ็ญบุญบารมีของพระองค์ในอดีตชาติ เพื่อสั่งสมบารมีเป็นพระพุทธเจ้าตั้งแต่เป็นโชติปาลมานพ, พระเจ้ามหาสุทัศน์, พระเวสสันดร, ช่างทำรถของพระเจ้าปเจตน, อกิตติดาบส ฯ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
3/13/20192 minutes, 59 seconds
Episode Artwork

เทวธาวิตักกสูตร 6208-4s

เทวธาวิตักกสูตร กล่าวถึง การที่พระพุทธเจ้าแยกความวิตกออกเป็น 2 ส่วน คือ ทรงแยกกามวิตก พยาบาทวิตก และวิหิงสาวิตก นี้ออกเป็นส่วนหนึ่ง และแยกเนกขัมมวิตก อัพยาบาทวิตก และอวิหิงสาวิตก นี้ออกเป็นส่วนที่ 2 และทรงกล่าวถึงทางที่ปลอดภัยและไม่ปลอดภัย“จิตตริตรึกนึกไปในเรื่องใดมาก จิตเราก็จะน้อมเอนเอียงไปในเรื่องนั้น ๆ” จำคำนี้ไว้ให้ขึ้นใจเลย เรื่องดี ๆ ก็เป็นอย่างนี้ ท่านผู้ฟังที่ฟังธรรมอยู่เรื่อย อ่านหนังสือธรรมะอยู่เรื่อย คิดใคร่ครวญเรื่องธรรมอยู่บ่อย ๆ จิตก็จะน้อมไปด้วยอาการอย่างนั้น ๆ จะมีความเมตตา มีความเอื้อเฟื้อ มีความใจเย็น มีความซื่อสัตย์ มีความโอบอ้อมอารีจะอยู่ในใจของคนที่ตริตรึกในเรื่องที่เป็นไปในเรื่องกุศลธรรมอยู่เรื่อย ๆเราเสพสื่ออะไรเราต้องดูให้ดี เราคบกับเพื่อนแบบไหนเราพิจารณาให้ชอบ เราดูข้อมูลอะไรก็ตามคิดเรื่องอะไรก็ตามให้เป็นไปในทางกุศลธรรม Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
2/20/201919 seconds
Episode Artwork

ธรรมทายาทสูตร 6207-4s

พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า “ขอเธอจงเป็นธรรมทายาทของเราเถิด อย่าเป็นอามิสทายาทของเราเลย” การเป็น “ธรรมทายาท” ทั้งพระศาสดาและสาวกก็จะไม่ถูกวิญญูชนติเตียนเมื่อสาวกทั้งหลายศึกษาความสงัดตามพระศาสดา สาวกทั้งหลายเหล่านั้นจะไม่เป็นผู้มักมาก ไม่เป็นผู้ย่อหย่อนทอดธุระ ไม่เป็นผู้ท้อถอยความโกรธและความผูกโกรธ ความลบหลู่และความตี ความริษยา-ความตระหนี่ ความเจ้าเล่ห์โอ้อวด ความหัวดื้อแข่งดี ความถือตัวดูหมิ่น ความเมาความเลินเล่อ เป็นธรรมลามก การเดินทางตามมรรค 8 เป็นทางสายกลางที่ทำให้ละธรรมลามกไปถึงการตรัสรู้ รู้ยิ่งรู้พร้อมมรรคผลนิพพานได้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
2/13/201956 minutes, 46 seconds
Episode Artwork

มหาโควินทพราหมณ์ 6206-5s

สัมมาทิฐิ คือ ความเห็นที่จะทำให้เกิดความสงบระงับของกิเลสที่อยู่ในใจพระพุทธเจ้าของเรามีความพยายามอย่างมากที่หาหนทางที่จะนำไปสู่ความเกษมแก่คนจำนวนมากสนังกุมารพรหม คือ พระนิยตโพธิสัตว์ที่ได้รับการพยากรณ์เป็นที่เรียบร้อยแล้วครั้งหนึ่งสนังกุมารพรหม (พรหมมีอายุขัยยืนยาวนาน) ได้มีโอกาสพบพระพุทธเจ้าของเราสมัยที่เป็นพราหมณ์มหาโควินทพราหมณ์ถามสนังกุมารพรหมว่าจะทำอย่างไร ธรรมะอะไรจะให้เข้าถึงพรหมโลกอันเป็นอมตะได้กลิ่นชั่วร้ายที่สนังกุมารพรหมกล่าวถึง มี 14 อย่างคือ ความโกรธ, พูดเท็จ, ฉ้อโกง, ประทุษร้ายมิตร, ตระหนี่, ดูหมิ่น, ริษยา, ปรารถนาลามก, ลังเลเคลือบแคลง, การเบียดเบียนผู้อื่น, ความโลภอยากได้, ความคิดประทุษร้าย, ความมัวเมา, และความหลง เมื่อมีแล้วจะต้องลงไปอบายอริยมรรคมีองค์ 8 คือ ทางเพื่อให้ถึงความเบื่อหน่ายคลายกำหนัด รู้ยิ่งรู้พร้อม เพื่อนิพพานใน มหาโควินทสูตร เป็นเรื่องของพระพุทธเจ้าที่ชาติหนึ่งเคยเกิดเป็น มหาโควินทพราหมณ์ และทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม ได้มีการเล่าเรื่องราวครั้งก่อน ๆ ของพระองค์โดยสนังกุมารพรหมว่า  พระพุทธเจ้ามีความเป็นไปอย่างไรในแต่ละชาติ เรื่องราวเหล่านี้เริ่มต้นที่วันออกพรรษาว่า มีการประชุมของเหล่าเทวดา รวมถึงเหล่าเทวดาจตุมหาราชิกาเข้าประชุมในวันนั้นด้วยเวลาที่ผู้คนรักษาศีลไปวัด ปฏิบัติธรรม บูชาพระด้วยดอกไม้ ก็จะมีคนที่เก็บดอกไม้ไป นั่นก็คือ “คนธรรพ์” ชื่อปัญจะสิกขะ เปรียบเหมือนการทำบัญชีของคนที่ทำความดี เครื่องบูชาหรือดอกไม้ที่มาจากจิตใจที่ดี ปัญจะสิกขะก็จะไปรับมาจากคนที่ทำความดีและนำไปให้มาตาลีเทพบุตรทราบ แล้วมาตาลีเทพบุตรก็จะนำไปแจ้งกับท้าวสักกะทราบ ถ้ามีมากก็จะทำให้รู้ว่าเทวโลกจะมีคนดี ๆ ขึ้นมาอุบัติขึ้น แล้วในพรรษานั้นมีคนรักษาศีลทำความดีเต็มที่ ทำให้ไปอุบัติไปอยู่บนชั้นดาวดึงส์เป็นจำนวนมาก และสนังกุมารพรหมก็ได้ปรากฏตัวขึ้น Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
2/7/201957 minutes, 15 seconds
Episode Artwork

มหาโควินทสูตร ตอนที่ 2 6206-4s

มหาโควินทสูตร เป็นตอนที่สนังกุมารพรหมได้กล่าวถึง ท่านมหาโควินทฯ ที่เป็นพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ ว่าท่านมหาโควินทฯ มีความเป็นมาอย่างไรบ้าง เพราะเหตุใดท่านมหาโควินทฯ จึงได้ออกบวช และเมื่อตายไปก็ไปจุติบนพรหมโลกพระพุทธเจ้าตรัสกับปัญจะสิกขะถึงพรหมจรรย์เพื่อความเบื่อหน่ายในโลก นั่นคือ มรรค 8 ที่เป็นไปเพื่อความเบื่อหน่าย คลายกำหนัดและตรัสรู้เพื่อนิพพาน Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
2/6/201951 minutes, 51 seconds
Episode Artwork

มหาโควินทสูตร ตอนที่ 1 6206-3s

มหาโควินทสูตร เป็นพระสูตรที่ปรารภเหล่าเทวดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ที่นั่งประชุมกันในสุธรรมาสภา ท้าวสักกะจอมเทพทรงยกพระคุณตามที่มีจริง 8 ประการของพระผู้มีพระภาคขึ้นแสดงแก่เทวดาชั้นดาวดึงส์ ประกอบด้วย 1) ทรงปฏิบัติเพื่อเกื้อกูลแก่ชนเป็นอันมาก เพื่ออนุเคราะห์โลกฯ เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย 2) พระธรรมอันพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ตรัสดีแล้วฯ 3) ทรงบัญญัติไว้ดีแล้วว่านี้กุศล มีโทษ/ไม่มีโทษ ควรเสพ/ไม่ควรเสพ เลว/ประณีตส่วนเทียบธรรมดำและธรรมขาว 4) ทรงบัญญัตินิพพานคามินีปฏิปทา 5) ทรงเป็นผู้ยินดีอยู่พระองค์เดียว 6) ทรงปราศจากความเมาเสวยพระกระยาหาร 7) ทรงตรัสอย่างใดทำอย่างนั้น ทำอย่างใดตรัสอย่างนั้น และ 8) ทรงข้ามความสงสัยได้แล้ว ปราศจากความคลางแคลง มีความดำริถึงที่สุดTime index[05.22] พระคุณตามความเป็นจริง 8 ประการ[18.25] เรื่องสนังกุมารพรหม[28.52] อธิบายพระสูตรช่วงที่ 1 “พระคุณตามความเป็นจริง 8 ประการ”[36.28] ท้าวสักกะเทวราช กล่าวสุนทรพจน์ว่า “..ที่เหล่าพวกเทพมีความเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาได้ เพราะพระผู้มีปัญญากว้างขวางดุจแผ่นดิน..” เพราะมีความดีของพระตถาคตและความดีของพระธรรม[47.06] มรรคกับนิพพาน ทางที่ให้ไปถึง คือ มรรคกับนิพพาน มันเชื่อมกันอย่างดี[50.22] พระพุทธเจ้าหมดสิ้นความสงสัย (วิจิกิจฉา) รู้หมดทุกอย่าง รู้โลกอย่างแจ่มแจ้ง Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
2/5/201952 minutes, 32 seconds
Episode Artwork

ยักษ์ชื่อชนวสภ 6205-5s

พระพุทธเจ้าเป็นครูผู้สอนของเทวดา และ มนุษย์ทั้งหลายพระเจ้าพิมพิสารไปเกิดเป็น ชนวสภยักษ์ (บริวารของท้าวเวสสุวรรณ) มีคุณธรรมขั้นสกทาคามีเสียงของพรหมมีคุณสมบัติ 8 อย่าง คือ แจ่มใส, ชัดเจน, นุ่มนวล, น่าฟัง, เสียงกลมกล่อม, เสียงไม่แตกพร่า, มีความลึกซึ้ง , ไม่แตกพร่าสนังกุมารพรหม คือ โพธิสัตว์ที่ได้รับการพยากรณ์แล้วว่าจะได้เป็นพระพุทธเจ้าในกาลข้างหน้าชาวมคธมีคติที่ไปเป็นโสดาบันอยู่บนสวรรค์ถึง 2,400,000 Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
1/31/201951 minutes, 42 seconds
Episode Artwork

ชนวสภสูตร 6205-4s

ชนวสภสูตร พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์หมู่บ้านชาวนาทิกคามว่ามีคติที่ไปอย่างไร พระอานนท์จึงสงสัยว่าเหตุใดพระองค์ไม่ทรงพยากรณ์ชาวมคธผู้เคยบำรุงพระรัตนตรัยที่ล่วงลับเหล่านั้นชนวสยักษ์มีความเกี่ยวพันกับพระเจ้าพิมพิสารอย่างไรการเจริญอิทธิบาท 4 ประกอบด้วย ฉันทสมาธิปธานสังขาร(สมาธิที่เกิดจากฉันทะและความเพียรสร้างสรรค์), วิริยสมาธิปธานสังขาร (สมาธิที่เกิดจากวิริยะและความเพียรสร้างสรรค์), จิตตสมาธิปธานสังขาร (สมาธิที่เกิดจากจิตตะและความเพียรสร้างสรรค์), วิมังสาสมาธิปธานสังขาร (สมาธิที่เกิดจากวิมังสาและความเพียรสร้างสรรค์) Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
1/30/201955 min